ตอนที่ 297
บทที่ 297 ท่านอ๋องถูกไล่ออกจากห้อง
October 21, 2026
เขาจึงรีบออกไปรอที่นอกสวน
หนานหว่านเยียนมองกลับไปที่กู้โม่หาน สะบัดมือออก แล้วเอ่ยเสียงเย็นชา “เรามีอันใดต้องคุยกันหรือ?”
กู้โม่หานขมวดคิ้วคมกริบของเขา ระงับอารมณ์ไม่พอใจที่ถูกนางเมินเฉยใส่
“หนานหว่านเยียน พวกนางยังเด็กอยู่ ไม่จำเป็นต้องสั่งสอนเข้มงวดถึงเพียงนี้ พวกนางไม่ใช่เด็กเหลือขอไม่รู้ความเสียหน่อย”
สั่งสอนเข้มงวด?
อ่า
เมื่อก่อนกู้โม่หานเอาแต่จะมาหาเรื่องจับผิด ตอนนี้เขาถึงกับโยงเอาเรื่องสั่งสอนลูกเข้มงวดเกินไปขึ้นมาเป็นประเด็นแล้ว
หนานหว่านเยียนหัวเราะเย้ยหยัน “ข้าจะสั่งสอนลูกเข้มงวดอย่างไร เกี่ยวอันใดกับท่านด้วย? ท่านว่างนักเสียจนฟุ้งซ่านไปแล้วหรือ?”
ใบหน้าหล่อเหลาของกู้โม่หานเต็มไปด้วยความไม่พอใจ และมองนางด้วยสายตาดุดัน
“ลูกของข้า ทำไมจะไม่เกี่ยวกับข้า? หนานหว่านเยียน เจ้าไม่พอใจก็ได้ แต่อย่าปฏิเสธน้ำใจที่ข้ามีต่อพวกนาง ที่ว่าพูดไว้ว่าสามารถปกป้องพวกนางได้ก็เพราะอยากให้เจ้าสบายใจ อย่าได้ร้อนรนไป แต่เจ้ากลับไม่ยินยอม”
“เจ้าเอาแต่ดื้อรั้นปฏิเสธข้าอย่างเดียว ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการจากไป แต่ทั้งๆ ที่เด็กน้อยทั้งสองสามารถใช้ชีวิตได้อย่างไร้กังวล เจ้ากลับให้พวกนางอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ เจ้าถามใจตัวเองดู ทำเช่นนี้พวกนางมีความสุขจริงๆ หรือ?”
หนานหว่านเยียนราวถูกสะกิดโดนจุดอ่อนและร้ายแรงที่สุด สีหน้าจึงเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้น
ทำไมนางจะไม่เคยถามลูกๆ ว่าต้องการออกไปหรือไม่ พวกนางตกลงตั้งนานแล้ว เพราะต่างพากันโหยหาอิสรภาพ อยู่ที่จวนอ๋องเต็มไปด้วยการถูกจำกัด เนื่องจากสถานะอันสมควรตายของพวกนาง!
“กู้โม่หาน ท่านพูดถึงเรื่องความสุขกับข้า ได้ ท่านอยากเป็นพ่อของลูก ท่านอยากเอ็นดูพวกนางข้าก็ไม่ได้ห้าม แต่ข้าขอเตือนท่าน บัดนี้ท่านมีแค่ภรรยาเพียงผู้เดียว ตอนนี้ยังไม่มีลูก แต่พอท่านอายุมากขึ้น ก็จะรับนางสนมเข้ามา มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง พอถึงครานั้นลูกข้าจะได้รับความโปรดปรานได้อย่างไร? ลูกของข้าก็จะมีน้องสาวไม่ก็น้องชายมากมาย เหตุใดท่านถึงจะยังคิดว่าพวกนางจะสามารถมีความสุขได้ตลอดไป ไม่ถูกรังแก?”
“นี่เป็นเพียงสาเหตุส่วนหนึ่ง ข้าอยากจะเตือนท่าน เพราะเรื่องราววุ่นๆ ในวังหลวง เพราะธรรมเนียมที่เชื้อพระวงศ์ให้กำเนิดบุตรสาวก็จะสามารถสืบทอดทายาทได้ ไม่ว่าเด็กทั้งสองจะเป็นเชื้อพระวงศ์หรือไม่ หลักการยอมฆ่าคนผิดดีกว่าปล่อยรอดท่านไม่เข้าใจหรือ บอกข้าว่าสามารถปกป้องพวกนางได้ ท่านมีความสามารถมากแค่ไหน ท่านเป็นฮ่องเต้หรือ มีสิทธิ์อันใดมาปกป้องได้?”
ขณะที่นางพูดก็พลางมองไปที่เขาอีกครั้ง ใบหน้าสวยของนางเย็นชาราวกับน้ำแข็ง แววตาของนางเฉียบคม “อีกอย่างตอนนี้ท่านเหนี่ยวรั้งข้าไว้ที่นี่ อยากจะเก็บเด็กทั้งสองไว้ที่จวนอ๋อง ท่าทีพลันเปลี่ยนไปอย่างผิดปกติ หรือว่าท่านอยากจะใช้ลูกทั้งสองเพื่อขึ้นเป็นไท่จื่อ?”
นี่คือสิ่งเดียวที่นางคิดได้ ช่วงนี้เขามักจะมีท่าทีแปลกๆ กับนาง
“ไร้สาระ!ข้าบอกว่าจะรับสนมเพิ่มตั้งแต่เมื่อใดกัน ในจวนมีเจ้าคนเดียวก็วุ่นวายพอแล้ว!แล้วข้าไปบอกอีกตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าจวนอ๋องจะมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง ข้าไม่ใช่หมูเสียหน่อย!”
กู้โม่หานโกรธเกรี้ยวขบฟัน ใบหน้าหล่อเหลาบูดเบี้ยวไม่น่ามองจะแย่แล้ว
“หากพูดถึงเด็กทั้งสอง ข้าก็ไม่เคยบอกว่าจะให้นางเข้าวัง และไม่เคยคิดจะใช้พวกนางเพื่อเลื่อนยศ ตั้งไหนแต่ไรมา ข้าหวังแค่ว่าต้องการให้พวกนางมีความสุข ไม่ถูกผู้คนจับตาวิพากษ์วิจารณ์ อีกอย่างเจ้าไม่เคยลอง จะไปรู้ได้อย่างไรว่าข้าปกป้องพวกเจ้าไม่ได้ เจ้าคาดเดาความคิดข้าให้มันน้อยหน่อย คิดมาไม่ถูกสักอย่าง!”
หนานหว่านเยียนหัวเราะด้วยความโกรธ ใบหน้าอันงดงามเต็มไปด้วยอารมณ์เสียดสี
“หาว่าข้าเดาผิด งั้นท่านบอกมาสิ เหตุใดช่วงนี้จึงได้มีท่าทีแปลกๆ ขึ้นกะทันหัน เข้ามายุ่งเรื่องของข้า ยังเข้ามายุ่งเรื่องข้าสั่งสอนลูกอีก แต่ก่อนท่านไม่ได้เป็นเช่นนี้นี่ รักใคร่กลมเกลียวกับดอกบัวขาวน้อยของท่านเสมอมา เป็นวันๆ เอาแต่จ้องรังแกข้า ข้าว่าท่านต้องมีแผนการอื่นเป็นแน่? ”
กู้โม่หานราวกับถูกทิ่มแทงด้วยความคิดอันคลุมเครือ จู่ๆ เขาก็ไม่รู้จะโต้แย้งอย่างไรดี
ดวงตาสีเข้มของเขาหดต่ำลงอย่างหนักในทันใด นิ้วมือเรียวยาวก็กำแน่น ราวกับว่ากำลังสับสน
เขาก็รู้สึกว่าช่วงนี้เขาก็แปลกๆ ไป แต่ก็ไม่ใช่ทำดีกับพวกนางแม่ลูกเพื่ออำนาจในวังหลวงอย่างแน่นอน เช่นนั้นแผนการของเขาคืออันใดกัน......คือพวกนางแม่ลูกงั้นหรือ?
ไม่ ไร้สาระ ทำไมเขาถึงจะไปวางแผนใส่หนานหว่านเยียนได้ เป็นเพราะหนานหว่านเยียนช่วยเขาไว้ ในใจเขานึกซาบซึ้งจึงปฏิบัติต่อนางด้วยท่าทีอันเปลี่ยนไปต่างหาก
สิ่งเดียวเขาต้องการคือลูก ลูกๆ รักหนานหว่านเยียนอย่างลึกซึ้ง เขาก็อยากจะรั้งหนานหว่านเยียนเอาไว้อยู่ด้วยกันทำไมจะไม่ได้?
เดิมทีก็เป็นพระชายาของเขา เป็นเมียของเขา