ตอนที่ 321
บทที่ 321 พระชายาลืมตาขึ้นมาพูดไร้สาระ
October 21, 2026
หนานหว่านเยียนถอนมือออกจากฝ่ามือของกู้โม่หาน ก้มศีรษะลงกินของอย่างเชื่อฟัง
นางรู้ว่างานเลี้ยงในวังไม่มีเรื่องดีอะไรหรอก เดิมทีนางคิดจะไปรับหนังสือหย่าร้างแล้วออกมา คาดไม่ถึงว่าหนังสือหย่าร้างไม่ได้มา แถมยังต้องเข้าไปในวังวนของอำนาจอีกครั้งหนึ่ง
ทว่างานระฆังในงานเลี้ยงก็ปลุกให้นางได้สติ คนของวังหลังล้วนจับตามองทายาทของกู้โม่หาน เด็กน้อยสองคนนั้นยิ่งต้องซ่อนให้ดีๆ
เพียงแต่ สุดท้ายแล้วก็ไม่เหมือนห้าปีมานี้ที่ไม่มีคนถามไถ่ นางไม่รู้ว่ายังสามารถซ่อนเด็กสองคนนี้ได้นานแค่ไหน...
กู้โม่หานมองไปที่หนานหว่านเยียน เห็นนางใจลอย ดวงตาของเขาขยับไปมาเล็กน้อย สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร
เนื่องจากเพลงบรรเลงตอนก่อนหน้า เมื่องานเลี้ยงดําเนินไปจนจบ บรรยากาศจึงมีความทื่อเล็กน้อย
จนกระทั่งก่อนงานเลิก จู่ๆ กู้จิ่งซานก็พูดกำชับฮองเฮาขึ้นมา
“ข้าได้รับปากเจ้าหกแล้วว่า ให้พวกเขาพาหยีเฟยกลับจวนอ๋อง อีกเดี๋ยวเจ้าก็ไปจัดการเถิด”
หยีเฟยจะไปจวนอ๋องงั้นหรือ?!
ทุกคนต่างตกตะลึง
สีหน้าบนใบหน้าที่งดงามชีกุ้ยเฟยชะงักในทันที นางมองไปที่ยังฮ่องเต้
สายตาที่คมกริบของนางแสดงออกถึงความเย็นชา มีความน่ากลัวเล็กน้อย
ฮ่องเต้ผู้ซึ่งสงสัยและคอยปกป้องมาโดยตลอด ถึงขั้นให้กู้โม่หานนำตัวเสด็จแม่กลับไปที่จวนอ๋องเลยหรือ?
ไทเฮาและฮองเฮาก็ตกใจเช่นกัน
จากนั้นฮองเฮามองไปยังฮ่องเต้ด้วยความประหลาดใจ
“ทําไมจู่ๆ ถึงต้องการนำหยีเฟยออกไป หรือว่าพระชายาอี้มีวิธีช่วยรักษาหยีเฟย สามารถทําให้หยีเฟยฟื้นขึ้นมาได้”
ศัตรูผู้นี้ของนาง นอนอยู่บนเตียงมาหลายปีแล้ว กลายเป็นคนผักก็จิตใจไม่สงบสุข
ตอนนี้หนานหว่านเยียนมีวิธีทำให้เขากลับสู่สภาพดังเดิมหรือ?
ไทเฮาก็รู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อยอยู่ด้านข้าง “เยียนเอ๋อร์ นี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่”
กู้โม่เฟิงก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองหนานหว่านเยียน เพื่อรอฟังคำตอบของนาง
หนานหว่านเยียนลุกขึ้นยืน โค้งคำรับแล้วกล่าวว่า:“เรียนเสด็จย่า ฮองเฮา ลูกยังไม่มีวิธีที่จะทําเสด็จแม่ฟื้น ท่านอ๋องต้องการแสดงความกตัญญูต่อเสด็จแม่ เขาไม่สามารถอยู่ในวังได้ ก็เลยอยากจะรับเสด็จแม่ไปอยู่ในจวน เสด็จพ่อเห็นแก่ความกตัญญูนี้ จึงมีพระบรมราชานุญาตเป็นกรณีพิเศษ ให้นำเสด็จแม่ไปประทับที่จวนได้”
คำพูดนี้กล่าวได้สวยหรูยิ่งนัก แทบจะมิได้กล่าวโทษผู้ใดเลย และแทบไม่ได้เปิดเผยจุดประสงค์ใดๆ
กู้โม่หานเหลือบมองหนานหว่านเยียน คาดไม่ถึงว่าหนานหว่านเยียนจะพูดเรื่องไร้สาระ ใบหน้าของนางก็ไม่แดง
เขาลุกขึ้นและคล้อยตาม
“พระชายาพูดถูก ความเห็นแก่ตัวของลูกที่การอยู่เคียงข้างเสด็จแม่ เสด็จแม่ไม่ฟื้นขึ้นมาสิบกว่าปีแล้ว ในวันข้างหน้าหากพระชายามีวิธีทำให้เสด็จแม่ฟื้นขึ้นมา ลูกจะเข้าวังมารายงานในทันทีอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของหนานหว่านเยียนก็มืดลงเล็กน้อย
นางยังจําสิ่งที่ฮ่องเต้เคยตรัสไว้ได้ จะทำให้หยีเฟยตื่นขึ้นมาไม่ได้
เรื่องนี้นางลืมบอกกู้โม่หาน
ตอนนี้นางได้แอบฉีกหน้ากากของฮ่องเต้แบบลับๆ ไปแล้ว ต้องการให้หยีเฟยฟื้นขึ้นมาหรือไม่ อยู่ที่ความสามารถของนาง ไม่จำเป็นต้องเอ่ยประเด็นนี้กับกู้โม่หานอีก
“พ่ะย่ะค่ะ ลูกจะดูแลเสด็จแม่เป็นอย่างดี”
เดิมทีก็ยังหาวิธีรักษาไม่ได้เหมือนเคย...
สีหน้าของอ๋องเฉิงผิดหวังเล็กน้อย ชีกุ้ยเฟยก็ค่อยๆ เก็บสีหน้าไว้ นางก้มศีรษะลงคิดอะไรบางอย่าง
ไทเฮาตรัสเพียงสิ่งดีๆ ไม่กี่อย่าง ก็ไม่ได้ตรัสอะไรมาก
ฮองเฮาถอนหายใจเบาๆ“หม่อมฉันทรงทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันจะจัดการให้อย่างเรียบร้อยเหมาะสม ฮ่องเต้ทรงวางพระทัยได้เพคะ”
นางไม่รู้ซะที่ไหนว่า หากกหยีเฟยออกจากวัง สถานการณ์จะแตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง ในวังจะไม่มีผู้ใดที่สามารถรั้งกู้โม่หานไว้ได้อีกต่อไป
นี่คือวิกฤต หรือโอกาสกันแน่...ทว่าข้าก็ไม่สามารถบอกได้
ฮ่องเต้ทรงอุทานออกมาคำหนึ่ง และเหลือบมองไปยังกู้โม่หาน และหนานหว่านเยียน ด้วยสายตาที่เย็นชาเป็นอย่างมาก และจากไป