ตอนที่ 452
บทที่ 452 สอนพ่อเฮงซวย ๆ ให้เป็นคนดี
October 21, 2026
หนานหว่านเยียนรู้สึกว่าในคำพูดของโม่หลีแฝงความหมายอื่นไว้ แต่กลับไม่ได้คิดมาถึงตัวเอง แค่รู้สึกว่าเขาช่างใจกล้ามาก พวกอาจารย์และหมัวมัวเมื่อก่อนหน้านี้ ใคร ๆ ก็เอากู้โม่หานเป็นหลักกันทั้งนั้น
แค่กู้โม่หานใบหน้าบึ้งตึง พวกเขาก็ตกใจกันหมดแล้ว แต่โม่หลีกลับมาแข็งข้อกับเขา
สายตาของกู้โม่หานเย็นชาลงไปหลายส่วน จ้องเขม็งไปที่โม่หลีซ้ำแล้วซ้ำเล่า
น้ำเสียงที่โม่หลีพูดหยิ่งยโสเป็นอย่างมาก ไม่เหมือนอาจารย์ที่สอนหนังสือธรรมดาทั่วไปเลย
โม่หลีหันไปพูดกับพวกแม่ลูกหนานหว่านเยียนขึ้นว่า “จวิ้นจู่น้อยทั้งสอง เอางานมาส่งให้ข้าเถอะ เดี๋ยวข้าจะตรวจให้เจ้านายน้อยทั้งสองเอง”
เด็กน้อยรีบเอาหนังสือในมือส่งให้กับโม่หลีไป โม่หลียกมือขึ้นมาคำนับให้ทุกท่าน แล้วก็ถอยออกไปเลย
ตลอดการกระทำนี้ โม่หลีแสดงออกได้อย่างกระฉับกระเฉงเป็นอย่างมาก ท่วงท่าเหมาะสม ดูเป็นผู้มีปัญญามาก แล้วก็แอบแฝงความรู้สึกทิ่มแทงคนไว้เล็กน้อย
กู้โม่หานจดจ้องโม่หลีที่จากไปด้วยสายตาเย็นชา ดวงตาเรียวคมลึกดูมืดมน
เขาไม่พูดอะไรเลย กวาดตามองโม่หวิ่นหมิงที่ไม่พูดอะไรทีหนึ่ง จากนั้นก็พยายามพาหนานหว่านเยียนและยัยหนูทั้งสองออกไปจากห้องนี้
หนานหว่านเยียนถูกบังคับพาตัวออกมา แม้แต่โอกาสจะขัดขืนก็ยังไม่มี ทำได้แค่รีบล่ำลาโม่หวิ่นหมิงอย่างรีบร้อน
พ่อบ้านกาวติดตามมาอยู่ด้านหลัง เหงื่อเย็น ๆ ซึมออกมา
ครู่เดียวท่าทีของโม่หวิ่นหมิงก็เคร่งขรึมขึ้นมา เขาก้มหน้าลงมองขาทั้งคู่ที่ยังไม่หายดี สายตาก็เยือกเย็นขึ้นมาหลายเท่า
เขาค่อย ๆ ลุกยืนขึ้นมา แล้วทำท่าทางกายภาพบำบัดที่หนานหว่านเยียนให้เขาทำต่อไป
เขาใกล้จะไปจากที่นี่แล้ว เขาจะต้องหายดีให้เร็วที่สุด……
พอกลับมาถึงห้องของหนานหว่านเยียน กู้โม่หานก็พาพวกเขาเข้าไปในห้อง เด็กน้อยทั้งสองรีบจ้องมองมาที่เขา
เขาพยายามข่มความไม่พอใจในใจเอาไว้ แล้วพูดอย่างอ่อนโยนขึ้นว่า “พรุ่งนี้ข้าอยากจะพาพวกเจ้าออกไปเที่ยวเล่นสักหน่อย ดอกเหมยตรงชานเมืองบานอยู่พอดี พวกเจ้าจะได้ชื่นชมดอกเหมยไปด้วย แล้วก็ได้กินขนมไปด้วย คิดว่าเป็นยังไงบ้าง?”
พานางกับพวกลูก ๆ ออกไปเที่ยวเล่นหรือ?
หนานหว่านเยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วมองไปที่กู้โม่หานอย่างไม่เข้าใจ
ไม่มีทางที่ใครจะมาดีกับใครง่าย ๆ จะต้องมีเป้าหมายแอบแฝงแน่
นางเปิดปากพูดขึ้นอย่างเย็นชา “ไม่ต้องหรอก”
คิ้วเรียวของกู้โม่หานกระตุกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็มองไปทางสองพี่น้อง “เจ้าไม่ไป ไม่ได้แปลว่ายัยหนูสองคนจะไม่อยากไปด้วย”
เกี๊ยวน้อยกับซาลาเปาน้อยมองสบตากันทีหนึ่ง แล้วก็ส่ายหน้ากันขึ้นมา “พวกเราเองก็ไม่ไปเช่นกัน ยังมีหนังสือที่ยังไม่ได้เรียนอีก”
อยากจะมาเอาในพวกนางหรือ พวกนางไม่มีทางตกหลุมพรางหรอก!
เจ้าคนชั่วถ้าไม่ดีกับท่านแม่สักวัน พวกนางก็จะไม่มีทางสนิทสนมกับเขาหรอก
ดวงตาคมของกู้โม่หานครู่เดียวก็เปลี่ยนเป็นเยือกเย็นไป สีหน้าเคร่งขรึมลง
พ่อบ้านกาวที่ยืนอยู่ด้านหลังกู้โม่หาน เห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก ก็รีบให้คนไปเอาของเล่นมาทันที แล้วยื่นไปตรงหน้ายัยหนูทั้งสอง
“นายน้อยทั้งสอง ถึงแม้ว่าต้องเรียนหนังสือ แต่ก็ต้องหาเวลาพักผ่อนบ้าง นี่คือตุ๊กตาม้าไม้แกะสลักที่ท่านอ๋องหาช่างแกะสลักมีชื่อมาแกะให้โดยเฉพาะ ตุ๊กตาม้าแบบนี้ไม่เหมือนใครในซีเหย่แน่นอน ท่านอ๋องใช้เรี่ยวแรงไปมากโข ถึงจะสั่งทำออกมาได้”
“ในเวลาว่างนั้น ยังไงก็ต้องเล่นให้ผ่อนคลายสักหน่อย ถ้าท่านทั้งสองคนไม่อยากออกไปเที่ยวเล่น งั้นก็เล่นตุ๊กตาม้าไม้นี่ก็ได้”
เกี๊ยวน้อยกับซาลาเปาน้อยจ้องมองไปที่ม้าโยกด้านหลังพ่อบ้านกาว ก็ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที แล้วกะพริบตาขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
เด็กจะไม่ชอบของเล่นได้ยังไง แต่พอนึกถึงความห่วงใยที่กู้โม่หานมีให้หยุนอี่ว์โหรวเมื่อก่อนหน้านี้ แถมคืนนี้ยังวางอำนาจและแข็งกร้าวใส่โม่หลีอีก แล้วก็แสร้งเบือนหน้าไปอย่างไม่ใส่ใจ
หนานหว่านเยียนถือว่ามองออกแล้ว คืนนี้กู้โม่หานจะมาเอาใจพวกลูกสาวของนางนี่เอง
แต่ว่าเขาคงจะคำนวณมาผิดแล้ว
พอกู้โม่หานเห็นสองพี่น้องมีท่าทีแบบนี้ ก็ขมวดคิ้วขึ้นมา “พวกเจ้าไม่ชอบหรือ?”