ตอนที่ 757
บทที่ 757 ขอให้ท่านโปรดอย่าบีบบังคับนาง
October 21, 2026
หลังจากได้ยินกู้โม่หานยืนกรานต้องการปลิดชีวิตของหยุนอี่ว์โหรวแล้ว องค์ไทเฮาทรงกลัดกลุ้มแทบตายแล้ว
นางโกรธเคืองจนเต้นผาง อีกทั้งตบโต๊ะอย่างหนักหน่วงพร้อมกับกระทืบเท้า “เจ้ากล้า!”
“ฮ่องเต้เอย ในท้องนางกำลังตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นสายเลือดทายาทมังกรของเจ้าอยู่ และเป็นองค์ชายแห่งอนาคตด้วยเชียวนะ”
“ข้าทราบว่าโทษฐานความผิดนางมิสามารถให้อภัยได้ หลอกลวงเจ้ามาเป็นเวลาร่วมสิบปีแล้ว และยังทำให้เยียนเอ๋อร์ถูกเจ้าละเลยเป็นเวลานานถึงสิบปีเนื่องเพราะสาเหตุนี้ ตลอดจนนางยังเกิดความคิดขึ้นมาแล้ว ต้องการเล่นงานเหลนสาวเด็กดีแสนน่ารักเชื่อฟังทั้งสองของข้า เรื่องเหล่านี้นับรวมขึ้นมาแล้ว ต่อให้นางตายนับพันครั้ง นับหมื่นครั้งก็ยังไม่สาสมเพียงพอต่อความผิดด้วยซ้ำ!”
กู้โม่หานมองดูองค์ไทเฮาอย่างเย็นชาคราหนึ่ง พยายามข่มเพลิงโทสะของตนเอาไว้ “เช่นนั้นแล้วเสด็จย่า ไฉนจึงยังต้องขัดขวางข้าอีกล่ะ?!”
องค์ไทเฮาสูดหายใจเข้าลึกๆ คำหนึ่ง รู้สึกเพียงแน่นอึดอัดคับข้องตรงหน้าอกเท่านั้น แทบหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาแล้ว “เนื่องเพราะลูกน้อยภายในท้องของนางนั่นเอง ซึ่งมิอาจให้เกิดเรื่องขึ้นจริงๆ เชียวนะเนี่ย!”
“หากวันนี้ข้าไม่ขัดขวางเจ้า ปล่อยให้พวกเจ้าจัดการหยุนอี่ว์โหรวตามอำเภอใจละก็ ข้าจะเผชิญหน้ากับเหล่าบรรดาบรรพบุรุษรุ่นแล้วรุ่นเล่าเช่นใด? จะอธิบายต่อเหล่าบรรดากลุ่มขุนนางเช่นใด?”
“ข้ามิได้ต้องการเห็นเจ้าสูญเสียบุตรน้อยคนหนึ่งไปจริงๆ ยิ่งมิต้องการให้ทุกคนรู้สึกว่าเจ้าเลือดเย็นอำมหิตไร้น้ำใจ สืบเนื่องมาจากการลงมือของเจ้าในวันนี้ กลายเป็นสัตว์เดรัจฉานที่สังหารเลือดเนื้อเชื้อไขสิ้นชีวิตด้วยน้ำมือตนเอง!”
“สรุปแล้ว วันนี้ข้าขอลั่นวาจาไว้ ณ สถานที่นี้ เวลานี้เจ้ายังมิสามารถปลิดชีวิตของหยุนอี่ว์โหรว! หากเจ้าเคียดแค้นนางลึกเข้ากระดูกจริงๆ ละก็ เช่นนั้นก็รอจนกระทั่งนางคลอดทายาทมังกรแล้ว หลังจากเจ็ดเดือนผ่านไปแล้ว จงสังหารมารดาและเหลือชีวิตบุตรเอาไว้ เจ้าจะจัดการอย่างใดก็ได้ตามที่ต้องการ ข้าล้วนไม่สนใจขัดขวางเจ้าทั้งสิ้น!”
หยุนอี่ว์โหรวเห็นองค์ไทเฮากับกู้โม่หานโต้แย้งโดยมิยอมอ่อนข้อให้แก่กัน ในใจกลับลอบทอดถอนหายใจโล่งอกแล้วคำหนึ่ง
ขอเพียงองค์ไทเฮาไม่หวั่นไหวเห็นพ้อง เช่นนั้นวันนี้นางก็สามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้อย่างแน่นอนแล้ว สำหรับนางแล้ว เวลานี้มิมีเรื่องใดสำคัญยิ่งไปกว่าการรักษาชีวิตเอาไว้แล้ว
หนานหว่านเยียนย่อมทราบว่าหยุนอี่ว์โหรวกำลังคิดวางแผนอะไรอยู่ และก็เข้าใจอุปนิสัยขององค์ไทเฮากระจ่างเช่นกัน
ริมฝีปากแดงระเรื่องของนางเม้มเล็กน้อย น้ำเสียงเย็นชาดุจดั่งน้ำแข็ง “เสด็จย่า ข้าทราบว่าท่านมีความลำบากใจของท่านเอง และเห็นแก่สถานการณ์ใหญ่เสมอมาเช่นกัน”
“แต่สำหรับเรื่องของหยุนอี่ว์โหรวนี้ หม่อมฉันมิคิดจะผ่อนผันยกโทษให้ และก็จะไม่ยอมอ่อนข้อถอยให้ด้วยเช่นกัน โทษฐานความผิดช่างสุดแสนชั่วร้ายใหญ่หลวงนัก นางก็สมควรลองชิมรสชาติของขุมนรกอเวจีดู หรือว่าสิ่งที่หม่อมฉันพูดนั้นผิดด้วยเช่นนั้นหรือ?”
องค์ไทเฮาตระหนกตกใจวูบ สบสายตาที่เย็นชาและเคร่งขรึมจริงจังของหนานหว่านเยียนนั้นแล้ว ในใจรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาระลอกหนึ่ง
นางกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทาอยู่บ้างเล็กน้อย กอปรด้วยความเมตตารักใครเอ็นดูและสำนึกเสียใจไม่มีสิ้นสุด นางพูดเสียงค่อยและอ่อนโยนกับหนานหว่านเยียนว่า “เยียนเอ๋อร์ ข้าเสียใจต้องขออภัยต่อเจ้าด้วย”
“ในปีนั้น สาเหตุที่ข้าให้เจ้าเข้าพิธีวิวาห์ตกแต่งให้แก่องค์ฮ่องเต้ เพราะคิดว่าพวกเจ้าสองคนเคียงคู่อาศัยอยู่ด้วยกัน จะสามารถครองรักร่วมกันอย่างมีวาสนาเปี่ยมความสุขสันต์หรรษา แต่ข้ามิเคยทราบมาก่อนเลยแม้แต่น้อยนิดว่า เจ้าอาศัยอยู่ภายในจวนอี้อ๋องนั้น ได้รับความคับแค้นใจเป็นอย่างยิ่งตลอดมา”
“แม้ว่าข้าจะมิสามารถสัมผัสรับรู้ความรู้สึกนั้นด้วยตัวข้าเอง แต่ก็ทราบเช่นกันว่าการทำร้ายรับบาดเจ็บเหล่านั้น สำหรับเจ้าแล้วช่างเจ็บปวดคร่าชีวิตมากมายเพียงใด ทว่าเยียนเอ๋อร์ ถือว่าข้าขอร้องเจ้าก็แล้วกัน ขอร้องเจ้าโปรดจงเห็นแก่หน้าของข้า ยืดเวลาเรื่องการลงโทษของหยุนอี่ว์โหรวออกไปชั่วคราวก่อนเถิดนะ”
ริมฝีปากของหนานหว่านเยียนเม้มแนบแน่นแล้วเล็กน้อยแล้ว องค์ไทเฮาเห็นสถานการณ์เช่นนั้น จึงเร่งรีบกล่าวต่อว่า “ข้ามิใช่ต้องการให้เจ้าละเว้นการลงโทษนาง โทษฐานความผิดนั้นนางสมควรได้รับแล้ว ย่อมสมควรต้องรับผิดชอบอย่างหนักด้วยซ้ำ”