ตอนที่ 759
บทที่ 759 เจ้าสำนึกเสียใจแล้ว?
October 21, 2026
กู้โม่หานมองดูหยุนอี่ว์โหรวที่สิ้นสติไปแล้วด้วยสายตาเย็นชา มิมีความเมตตาสงสารและเจ็บปวดใจแม้แต่น้อยนิด มีแต่เพียงความขุ่นข้องโกรธเคืองและเฉยชา
หนานหว่านเยียนเองก็หาได้มีปฏิกิริยาตอบสนองมากมายเกินไปนักเช่นกัน ปี้หยุนเพียงคนเดียวที่ร่ำไห้อย่างเศร้าโศกเสียใจระทมทุกข์สุดขีด ทั้งวิตกกังวลและร้อนรนกระวนกระวายใจ
“เหนียงเหนียง เหนียงเหนียงท่านเป็นอย่างไรแล้ว?”
สีหน้าขององค์ไทเฮากลับแปรเปลี่ยน สายตาแสดงความรังเกียจ แต่ยังคงสั่งหลี่หมัวมัวว่า “นำนางไปที่ตำหนักเย็น! แล้วให้หมอหลวงมาดูอาการ!”
“เพคะ ไทเฮา” หลี่หมัวมัวรีบขานรับ มอบหมายคนให้ไปดำเนินการทันที
องค์ไทเฮาเดินมาถึงด้านหน้า มองดูหนานหว่านเยียนและกู้โม่หานแล้วคราหนึ่ง เอ่ยปากขึ้นต้องการจะพูดแต่แล้วก็หยุดชะงักลง คำพูดใดๆ ล้วนมิสามารถพูดออกจากปาก
สิ่งที่นางได้ทำไปทุกอย่างในวันนี้ ไหนเลยจะมิใช่เหลวไหลไร้สาระเกินไปเช่นเดียวกันเล่า?
แต่นางเป็นคนที่ได้ก้าวเท้าเข้าไปอยู่ภายในโลงศพครึ่งก้าวแล้ว นางเพียงแต่มิต้องการให้บุตรหลานต้องแปดเปื้อนด่างพร้อยมีชื่อเสียงอันบาปกรรม และก็มิอาจให้พระโอรสที่เป็นสายโลหิตอันแท้จริงต้องสิ้นชีวิตลงในลักษณะเช่นนี้
หลี่หมัวมัวเรียกทหารองครักษ์รุดมาแล้วหลายคน หามหยุนอี่ว์โหรวและคุมตัวปี้หยุนล่าถอยออกไปแล้ว
ภายใต้การประคองของหลี่หมัวมัว องค์ไทเฮาก็ค่อยๆ ออกจากตำหนักหยูซินไปแล้ว
ในที่สุดเรื่องวุ่นวายไร้สาระแก่นสารก็ปิดฉากลงแล้ว ตำหนักหยูซินในเวลานี้ ไม่มีสถานการณ์อันตึงเครียดเช่นนั้นอย่างเมื่อครู่นี้แต่แรกแล้ว (ที่มีการชักกระบี่พาดลูกศรบนคันธนูพร้อมสัประยุทธ์) เหลือเพียงพายุคลื่นลมที่ยังไม่ราบเรียบสงบลงเท่านั้น ที่กระแทกกระทั้นกระหน่ำใส่ลงบนจิตใจทุกคนระลอกแล้วระลอกเล่า
พวกเขามองดูหนานหว่านเยียนและกู้โม่หาน ต่างล้วนทราบเช่นกันว่า ระหว่างสองคนนี้ยังมีเรื่องราวมากมายนักที่มิได้มีการคลี่คลาย
เซียงอวี้ติดตามเซียงเหลียนค้อมกายแสดงการคารวะ ปาดเช็ดน้ำตาล่าถอยออกไปแล้ว
เสิ่นอี่ว์ก็ก้าวเท้าติดตามไปอย่างกระชั้นชิด เขาหันไปมองกู้โม่หานด้วยความรู้สึกวิตกกังวลห่วงใย แล้วก็มองๆ ดูหนานหว่านเยียน
เฟิงยางสงบนิ่งมิเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย คอยปกป้องอยู่ข้างกายหนานหว่านเยียน
กู้โม่หานมองดูนางคราหนึ่งแล้วพูดว่า “เจ้าก็ถอยออกไปเถอะ”