ตอนที่ 838
บทที่ 838 องค์หญิงเลือกคู่
October 21, 2026
หลังจากนั้นราวสองปีครึ่ง
ในร้านน้ำชาเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเมืองหลวงของซีเหย่ คนกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งดื่มชาขบเมล็ดแตงกัน ปากก็พล่ามถึงเรื่องราวใหญ่โตที่เกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อนกันอย่างสนุกปาก
หนึ่งในนั้นก็ได้วางถ้วยชาลง เอ่ยปากด้วยแววตาทั้งคู่เป็นประกายว่า “ทุกวันนี้เมืองหลวงมีฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาล ต้องขอบคุณฝ่าบาทเลย”
อีกคนหนึ่งก็เอ่ยปากอย่างลนลาน “แต่ว่า เจ้าลองคิดดูสิเมื่อสองปีก่อน ซีเหย่อยู่ดี ๆ ก็มีกบฏยึดอำนาจในวังหลวง ทั้งฮองเฮาและบรรดาองค์หญิงต่างก็หนีกันไปหมดแล้ว ไอ้เจ้าเทียนเซิ่งชาติหมานั่นก็ยังฉวยโอกาสซ้ำเติมยกทัพมาโจมตีซีเหย่ของพวกข้า ยังดีที่ฮ่องเต้ทรงปรีชานำทัพเข้าต่อตีด้วยองค์เอง ไอ้เจ้าเทียนเซิ่งนั่นจึงไม่อาจเข้าย่ำยีเอาเปรียบพวกข้าได้”
ผู้เฒ่าผมหงอกขาวคนหนึ่งกลับส่ายหัวอย่างกลุ้มอกกลุ้มใจ “ฝ่ายฮ่องเต้เองก็ไม่ใช่ว่าจะสบาย ๆ นะ ก่อนจะออกนำทัพไปรบก็มีอาการบาดเจ็บ ตอนนี้ก็รบกับเทียนเซิ่งมาสองปีกว่าแล้ว ก่อนนี้ก็ชนะศึกได้ไม่ง่ายนัก ฝ่าบาทเองก็กลับได้รับบาดเจ็บหนักในการศึก ทุกวันนี้เฉิงอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ก็ยังไม่ทราบเลยว่าฮ่องเต้เป็นเช่นไร”
เดิมทีสงครามทำให้สิ้นเปลืองทั้งกำลังคนและทรัพย์สิน แต่ตลอดการสู้รบในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ อันที่จริงแล้วก็คือภายใต้การบัญชาชี้นำอันเปี่ยมด้วยปรีชาของฮ่องเต้ แทบไม่ได้กระทบสร้างความเสียหายต่อรากฐานของไพร่ฟ้าเลย ชนชาวซีเหย่ทั้งปวงจึงยังพอที่จะใช้ชีวิตกันอย่างร่มเย็นเป็นสุข ต้องขอบพระทัยฝ่าบาทในเรื่องการปกป้องชายแดนจริง ๆ
เวลานี้ มีคนเอ่ยปากพูดเบา ๆ ว่า “ตัวข้าเองก็มีข่าวซุบซิบว่าฝ่าบาทถูกรับตัวกลับเข้าวังมาแล้ว แต่พระองค์ได้รับบาดเจ็บหนักจวนเจียนจะสวรรคตแล้ว เฉิงอ๋องก็ร้อนใจจะตายให้ได้ทีเดียว น่าเสียดายยุคสมัยที่รุ่งเรืองเฟื่องฟูของฝ่าบาทจริง ๆ”
“เฮ้ย ๆ ๆ คำพูดแบบนี้อย่าได้ซี้ซั้วพูดเชียวนะ”
“แต่ว่าก็ไม่รู้เหมือนกันว่า แม่ทัพน้อยหยุนที่โดนฝ่าบาทไล่ออกจากซีเหย่ไปเมื่อสองปีก่อนเพราะเกิดกบฏในวังหลวง ตอนนี้ยังสามารถกลับมาได้อีกหรือเปล่า”
“ยังไงก็ต้องเป็นเฉิงอ๋องผู้สำเร็จราชการนั่นล่ะ แต่บางทีก็อาจเป็นไปได้เช่นกัน”
ไพร่ฟ้าชาวซีเหย่ต่างก็ส่ายหน้าทอดถอนใจ ในขณะที่กลัดกลุ้มเรื่องความเป็นความตายของกษัตริย์ แต่ต้าเซี่ยที่ห่างออกไปรามหมื่นลี้ วันนี้กลับมีความคึกคักครื้นเครงยินดีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ตำหนักสีเยว่ วังหลวงต้าเซี่ย
นางกำนัลจำนวนหนึ่งเฝ้ารักษาการณ์อยู่ด้านหน้าของสระสรง กำลังมองไปทางสระสรงที่เงียบสงัดไร้คลื่นกระเพื่อมของน้ำด้วยอาการประหม่าและวิตกกังวลโดยมิกล้าพูดคุย
เวลานี้ สตรีนางหนึ่งที่มีผ้าคลุมใบหน้าขมวดคิ้วเดินเข้ามา ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเข้มว่า “องค์หญิงยังไม่เสด็จออกมาเหรอ”
นางกำนัลเม้มริมฝีปากพร้อมทั้งส่ายหน้า เปล่งน้ำเสียงแผ่วเบาไปทางสตรีที่มีผ้าคลุมใบหน้าว่า “เรียนพี่เฟิงยาง องค์หญิงตรัสว่า......”
“ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้าถอยไปก่อน” เฟิงยางสั่งให้พวกนางกำนัลโดยรอบถอยก้าวออกไป ตัวนางก็ค่อย ๆ เดินเข้าไปในสระสรงทีละก้าว
ตั้งแต่กลับมายังต้าเซี่ยเมื่อสองปีก่อน องค์พระจักรพรรดินีก็ได้สถาปนาจวิ้นจู่ขึ้นเป็นองค์หญิงหมิงหวง พระนามแฝงความหมายสูงส่งน่าเคารพ แต่ก็หลังจากนั้นเป็นต้นมา ยามใดที่องค์หญิงรู้สึกไม่สบายพระทัย ก็จะต้องเสด็จมาทรงแช่กายในสระสรงแห่งนี้เป็นเวลานาน ใช้ที่แห่งนี้เป็นที่แสวงหาความผ่อนคลาย
เมื่อนางเดินเข้ามาในสระสรง กลับไม่เห็นว่าจะมีเงาคนครึ่งตัวสะท้อนออกมา ผิวน้ำที่ราบเรียบไม่ไหวติงโดนลมแผ่วพัดให้กระเพื่อมเบาๆ
เฟิงยางก็ขมวดคิ้วขึ้นทันที กล่าวเปล่งเสียงเรียกหาเบา ๆว่า “องค์หญิง ?”
แต่สิ่งที่ตอบกลับมากลับกลายเป็นความเงียบ นางจึงเดินเข้าไปทางสระสรง ชะโงกหน้าก้มมองลงไปยังก้นสระ
ในสระสรงนี้ หนานหว่านเยียนสวมเสื้อคลุมยาวตัวบาง ๆ หงายหน้าเอนกายอยู่ในน้ำ เส้นเกศาที่ดำขลับทั้งศีรษะของนางแผ่กระจายไปบนน้ำในสระ ดวงตาทั้งคู่ปิดสนิท เรียวขนคิ้วที่ดูงามขมวดชนกันแน่น
ในความฝันนั้น รอยจูบของกู้โม่หานบรรจงประทับรอยลงไปทั่วทุกจุด จุมพิตบนเนื้อผิวทุกจุดของนางราวกับรักและเทิดทูนอย่างยิ่ง
นางพยายามจะผลักไสตัวเขาออกไป แต่ทั้งตัวกลับไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลย จุมพิตที่ยิ่งลุ่มลึกของกู้โม่หานประกบปิดริมฝีปากของนาง นิ้วมือที่ปรากฏรอยกระดูกข้อนิ้วชัดเจนลูบไล้บนใบหน้าของนาง “หว่านเยียน หว่านเยียน......”
เสียงร้องเรียกหานั้นช่างดูเหมือนยาพิษ น้ำเสียงหลอกล่อนั้นวนเวียนอยู่ข้าง ๆ หูของนาง ฟังดูทุ้มต่ำยิ่งนัก “ข้าชอบเจ้า หว่านเยียน ข้าชอบเจ้ามาก พวกข้าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ดีไหม......”
ตัวเขาเล้าโลมนางไปเรื่อย ๆ พ่นลมหายใจแรง ตัวนางกลับไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืน เพราะถูกเขาทรมานจนหยาดเหงื่อที่หยดหยาดลงมาอาบรินไปทั่ว ข้างหูยังมีคำพูดเอ่ยไขความในใจไปพลางไม่ได้ขาดช่วงตลอดทั้งคืน
แต่เมื่อผ่านไปสักพัก ภาพที่เหมือนดั่งวาดไว้นั้นก็พลันเปลี่ยนไป ลูกธนูที่เหมือนสายฟ้าแลบแปลบปลาบชวนให้ใจยะเยือกร้าวยิงออกมาจากมือของกู้โม่หาน