ตอนที่ 1860
บทที่ 1860
September 18, 2026
“นอกจากตำหนักหมาป่าสวรรค์แล้ว ไม่มีกลุ่มที่ซื่อสัตย์สักหน่อยที่สามารถสืบข่าวได้เลยหรือ?”
เซียวหลินเทียนคิดแล้วเอ่ยถามออกมา
กลุ่มของพวกเขามีกำลังคนจำกัด และมิคุ้นเคยกับแดนเทพด้วย หากมิอาศัยกำลังจากภายนอกมาช่วยเหลือ แล้วต้องการจะตามหาหลิงอวี๋ให้พบเร็วยิ่งขึ้นก็เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปมิได้เลย
เก๋อเฟิ่งฉิงครุ่นคิด แล้วเอ่ยขึ้นมา “ยังมีตำหนักปีกเงินอีกที่สืบข่าวเก่งมาก เพียงแต่พวกเขามิรับงานมาเป็นเวลาหนึ่งปีกว่าแล้ว และลูกศิษย์ในสำนักก็กระจัดกระจายกันไปมาก!”
“ว่ากันว่าเจ้าตำหนักของพวกเขาติดโรคประหลาด จากนั้นเขาก็กลายเป็นคนนิสัยประหลาด และอารมณ์แปรปรวนมากด้วย ดังนั้นจึงมิทำการค้าแล้ว!”
“ในตอนที่ตำหนักปีกเงินมีอำนาจแข็งแกร่งอยู่ก่อนหน้านี้ ตำหนักของพวกเขาอยู่เหนือกว่าตำหนักหมาป่าสวรรค์มาก ในการหาคนสืบข่าวนั้น หากพวกเขาได้ชื่อว่าเป็นที่สองก็ไม่มีใครกล้าเป็นที่หนึ่งแล้ว!”
“อีกอย่างคือ พวกเขาทำงานอย่างยุติธรรมมาก เมื่อรับงานมาแล้วพวกเขาจะไม่มีทางเล่นลิ้นอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้เสื่อมสลายไปแล้ว ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก!”
แต่เซียวหลินเทียนกลับมิได้มองเช่นนั้น อูฐที่ผอมโซก็ยังตัวใหญ่กว่าม้าอยู่ดี[footnoteRef:0] ในเมื่อตำหนักปีกเงินเคยแข็งแกร่งมากเช่นนี้ ก็จะต้องมีลูกน้องที่มีความสามารถในการสืบข่าวอยู่เป็นจำนวนมากแน่นอน [0: อูฐที่ผอมโซก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง แม้จะประสบอุปสรรคก็ยังเหนือกว่าผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญ]
อีกอย่างคือพวกเขาแค่มิรับงาน มิได้ปิดกิจการไปอย่างถาวรเสียหน่อย
เช่นนี้ก็หมายความว่า ตำหนักปีกเงินยังคงมีอยู่ ขอเพียงสามารถโน้มน้าวเจ้าตำหนักให้ยอมช่วยเหลือได้ เช่นนั้นการตามหาหลิงอวี๋ก็อยู่มิไกลแล้ว
“น้องหญิงเก๋อ ข้าจะติดต่อกับตำหนักปีกเงินได้อย่างไร?”
เซียวหลินเทียนเอ่ยถามออกไป
“ท่านพี่สี่ ท่านจะไปขอความช่วยเหลือจากตำหนักปีกเงินจริง ๆ หรือ?”
เก๋อเฟิ่งฉิงตะลึงไปเล็กน้อย เดิมทีนางคิดว่าตนพูดออกไปชัดเจนถึงเพียงนี้แล้ว เซียวหลินเทียนก็คงจะล้อเลิกความคิดไป ไหนเลยจะคิดว่าเซียวหลินเทียนจะยังมิยอมแพ้อีก
“อืม ตราบใดที่มีโอกาส ข้าก็อยากจะลองดู!”
เซียวหลินเทียนเอ่ยอย่างหนักแน่น
เก๋อเฟิ่งฉิงไม่มีทางเลือก นางจึงเอ่ยออกไป “พวกเราเข้าไปในเมืองก่อนแล้วท่านก็ไปหาภัตตาคารที่ใหญ่ที่สุดในเมือง จากนั้นก็บอกไปว่าท่านต้องการหารือการค้ากับตำหนักปีกเงิน”