ตอนที่ 195
บทที่ 585 ฝูงหงส์สตอร์
October 28, 2026
ผู้อาวุโสใหญ่เบิกตากว้าง พยายามที่จะลุกขึ้นมา แต่พลังเสวียนในร่างกายกลับถูกควบคุมไว้ ได้แต่มองร่างของผู้อาวุโสรองอย่างหวาดกลัว
“ฮูหยิน มีอะไรก็พูดกันดีๆ!”
“พูดมาดีๆ? เจ้าทำอะไรผิดไป ในใจของเจ้าไม่รู้ตัวเลยเหรอ?”
ผู้อาวุโสใหญ่ยกมือขึ้นกอดศรีษะไว้: “คุยกันดีๆ ไม่ได้ งั้นก็ต้องตีแต่อย่าตีหน้า!”
เหยากวงกำลังแสร้งทำน่าสงสารอยู่บนพื้นแน่ะ ไดยินความเคลื่อนไหวแบบนี้ล่ะก็ ปีกสั่นไหวโดยฉับพลัน รีบกลายร่างเป็นร่างมนุษย์ พยายามทำลายพัธนาการแห่งพลังแห่งดาราในร่างกาย
จบเห่เลย คราวนี้ท่านแม่ของนางโกรธจริงๆ ซะแล้ว
ฉู่เชียนหลีกลับสูดอากาศเย็นๆ เข้าไปหนึ่งที แล้วกังวลว่า: “เจ้าขี้เหร่ ผู้อาวุโสใหญ่ไม่เป็นไรมั้ง?”
“พวกท่านทั้งสองชอบเล่นหยอกล้อทะเลาะกันแบบนี้ตลอดแหละ คงไม่ถึงแก่ชีวิตหรอก”
เชียนเฮ่อและพวกต่างพากันตกตะลึงโดยสิ้นเชิง ทางด้านนี้คือพวกเขาเตรียมพร้อมที่จะสู้ตายด้วยความกล้าหาญ ปรากฏว่าหงส์สีดำตัวนั้นกลับหันไปตีคนซะแล้ว หรือว่าสามสำนักใหญ่ของพวกเขาเป็นของปลอมงั้นหรือ? หรือว่าการบุกล้อมเมืองชางหลานของพวกเขาเป็นเรื่องไม่จริงงั้นหรือ?
ให้ความสำคัญกับพวกเขาหน่อยได้ไหม?
ไฟโกรธที่ถูกดูหมิ่นดังก้องอยู่ในใจของเขา เชียนเฮ่อแทบจะทนไม่ไหวที่จะแหงนหน้ามองท้องฟ้าแล้วแผดเสียงคำรามยาว
ในอีกฝั่งหนึ่ง ฝูงหงส์ที่ติดตามผู้อาวุโสรองมานั้นต่างพากันเบียดและผลักกันไปมา กลุ่มสัตว์เทพที่มีรูปร่างขนาดใหญ่เบียดกันจนเป็นก้อน
แต่ละคนท่าทางกระตุ้งกระติ้ง อยากจะไปอยู่ข้างหน้าของฉู่เชียนหลีแต่ก็ไม่กล้า จึงกลายเป็นว่า เจ้าผลักข้าทีหนึ่ง ข้าผลักเจ้าทีหนึ่ง และแอบทำอะไรลับหลังที่ตนคิดว่าถูกต้อง โดยไม่ได้สังเกตเลยว่า เนื่องจากอารมณ์ตื่นเต้นจนเกินไป ช่วงเวลาที่ผลักกันไปมาไม่ได้ควบคุมแรงให้ดี พื้นจึงถูกการกระทำของพวกเขากระแทกจนเกิดเสียงดังครืน ทั่วทั้งเมืองชางหลานก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ในที่สุด ผู้อาวุโสรองก็หยุดการกระทำที่เป็นฝ่ายทุบตีผู้อาวุโสใหญ่อยู่ฝ่ายเดียว กระโดดพรึ่บลงจากเมืองชางหลาน มาถึงตรงหน้าของฉู่เชียนหลีโดยตรง
ฉู่เชียนหลีเวลานี้ถึงได้เห็นหน้าของผู้อาวุโสรองอย่างชัดเจน มองดูแล้วใบหน้าของนางเคร่งขรึม แต่คิ้วกับดวงตามีความอ่อนโยนเป็นอย่างมาก ดูอ่อนกว่าผู้อาวุโสใหญ่มาก บนแก้มแม้จะมีริ้วรอยแห่งวัยอยู่บ้าง แต่ก็ยากที่จะปกปิดความงามสง่าและความสามารถที่มี
“ข้าน้อยเฟิ่งโม่คารวะนายท่าน คารวะฮูหยิน ไม่คิดว่าเฟิ่งหมิงจะไร้ประโยชน์ขนาดนี้ แม้แต่ฮูหยินกับนายน้อยก็ยังไม่สามารถปกป้องได้ ข้าน้อยเพิ่งให้การสั่งสอนเล็กน้อยเมื่อครู่นี้ หลังจากนี้จะให้เขามาขอโทษอย่างดี”
“ ผู้อาวุโสรองตามสบาย” ฉู่เชียนหลีกล่าว “ตลอดทางนี้เจ้าลุงเฟิ่งท่านลุงเฟิ่งได้ดูแลข้ากับเซินเป่ามามากมาย เรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ท่านเองก็คิดไม่ถึง ดังนั้นถึงได้ถูกมุ่งร้าย
ฉู่เชียนหลีรู้สึกว่าตัวเองยังจะต้องช่วยพูดขอร้องดีๆ ให้กับผู้อาวุโสใหญ่
“ไม่ได้ไตร่ตรองรอบคอบ นั่นเป็นความผิดของเขา สมควรลงโทษ ในฐานะที่เป็นผู้อาวุโสใหญ่แห่งเผ่าหงส์ ยังจะให้ฮูหยินกังวลใจเพื่อเขา ต้องลำบากมาคอยช่วยเขาอธิบายเรื่องราว ก็เป็นความผิดของเขา ยิ่งสมควรลงโทษ”
ผู้อาวุโสรองมองดูฉู่เชียนหลี ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกตื่นตาตื่นใจ
ก่อนหน้านี้ดูบทละคร ก็รู้สึกว่าเลยหน้าตาของฮูหยินนั้นไม่มีใครเทียบได้อีกแล้ว มาวันนี้ถึงได้รู้ บทละครนั้นเป็นแค่อะไร มันยากที่จะวาดความงามสง่าและความสามารถที่ไม่มีใครเทียบได้ของฮูหยินออกมาได้อย่างถูกต้องแม่นยำอยู่แล้ว
เหยากวงอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงที่อ่อนแออยู่ข้างๆ : “ท่านแม่ หากท่านมีเวลาว่าง ก็หันศรีษะมามองลูกสาวตัวเองบ้างสิ?”
นางยังถูกขังอยู่ตรงนี้นะ
ผู้อาวุโสรองหันศรีษะไปอย่างฉับพลัน ดึงเอาไม้หนามที่มีขนาดเล็กหน่อยออกมาจากผังสุเมรุหนึ่งอัน เผยรอยยิ้มที่ “รักและเมตตา” ให้กับเหยากวงหนึ่งที “เจ้าวางใจเถอะ แม่จะลืมเจ้าได้อย่างไร การเฆี่ยนตีสำหรับครั้งนี้ยังเก็บไว้ให้เจ้าอยู่นะ!”
เหยากวงหนาวสะท้านขึ้นมาทันที ส่งรอยยิ้มที่เอาใจให้กับท่านแม่ของตัวเอง : “ท่านแม่ ไม่มีเวลาก็ช่างมันเถอะ ไม่นึกถึงลูกสาวก็ไม่เป็นไรหรอก”
ผู้อาวุโสรองจ้องมองเหยากวงด้วยสายตาที่โกรธหนึ่งที ด้วยความรู้สึกที่ว่าเข้มงวดกับนางเพราะอยากให้นางดีขึ้น แล้วหันศรีษะไปมองฉู่เชียนหลีด้วยสายตาที่รู้สึกผิด