ตอนที่ 112
บทที่ 112 ช่างพูดช่างเจรจา
October 21, 2026
บทที่ 112 ช่างพูดช่างเจรจา
อันหลิงหยุนโกรธจนพูดไม่ออก มีคนแบบนี้ที่ไหนกัน ว่าเขาหน้าไม่อาย เขากลับยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบาน
“หยุนหยุน” แม่ทัพอันเรียกนาง อันหลิงหยุนหันกลับไปมองแม่ทัพอัน
“ท่านพ่อ”
“ท่านพ่อตา”
กงชิงวี่อยู่ดีๆพูดขึ้นมาเช่นนี้ ไม่เพียงแต่แม่ทัพอันเท่านั้น แม้แต่ขุนนางที่เดินผ่านไปผ่านมาล้วนตกใจ ตกใจจนอ้าปากค้าง อ๋องเสียนเป็นอะไรไปแล้ว?
อดไม่ได้ที่จะมอง มือของอ๋องเสียนยังกุมมือของพระชายาเสียนอยู่ ทำราวกับกลัวว่าจะถูกใครลักพาตัวไปกระไรอย่างนั้น
อันหลิงหยุนมีดีอะไร?
ใบหน้ามีอายุของแม่ทัพอันแดงก่ำ ถึงแม้ในใจรู้สึกมีความสุขมาก แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกมา จึงทำเป็นมองกงชิงวี่อย่างไม่สบอารมณ์นักแล้วพูดว่า: “พวกเจ้าเองก็ไม่ยอมกลับบ้าน ข้าวสักมื้อก็ยังไม่ได้กิน ควรรีบกลับบ้านได้แล้ว”
แม่ทัพอันพยายามทำพูดเสียงให้ต่ำลง คนที่อยู่รอบข้างจึงไม่มีใครได้ยิน
“ข้าเองก็กำลังคิดเช่นนี้อยู่เหมือนกัน พรุ่งนี้อยากจะพาหยุนหยุนกลับไป” กงชิงวี่รีบพูดเสริม แม่ทัพอันเองก็ไม่มีอะไรจะพูดต่อ จึงจับแขนเสื้อให้เป็นระเบียบ สั่งความสองประโยค แล้วเดินจากไป
รอจนแม่ทัพอันจากไป อันหลิงหยุนและกงชิงวี่ก็พูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อสนทนาที่ค้างไว้อยู่ต่อ โดยไม่ได้รู้สึกขาดตอนเลยแม้แต่น้อย
ส่วนด้านหลังของเขาทั้งสองคน มีสองพี่น้องเสินหยุนเอ๋อและเสินหยุนเจ๋เดินตามมา
“เจ้าก็รู้ว่าท่านพ่อไม่ชอบพวกเขา เจ้าก็ยังเข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก เจ้าคิดอะไรกันแน่?” เสินหยุนเอ๋อเห็นอันหลิงหยุนก็รู้สึกโกรธ พูดโดยไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย
เสินหยุนเจ๋มองอันหลิงหยุนอยู่ตลอด เมื่อได้ยินคำพูดเสียดแทงจึงหันไปมองเสินหยุนเอ๋อ: “ฟังข้านะ หาคนดีๆสักคน แต่งงานเป็นภรรยาหลวง อย่าไปเป็นพระชายารองให้ใคร ไม่ว่าจะดีจะร้ายยังไงก็ยังเป็นภรรยาหลวง อาศัยฐานะของบ้านตระกูลเสินของเราแล้วนั้น การที่เจ้าจะหาชายหนุ่มที่ถูกใจสักคนมาเป็นสามีก็ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าหากเจ้ายังยึดมั่นที่จะเป็นพระชายารองให้ได้ ภายหน้าหากเกิดเรื่องอะไรขึ้น จะไม่มีใครสนใจเจ้าแน่นอน”
“ข้าไม่ต้องการให้ท่านมาสนใจ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ จิตใจของท่านล้วนอยู่ที่นังสารเลวคนนั้น” เสินหยุนเอ๋อยิ่งแสดงความโกรธแค้นออกมามากขึ้น นางไม่สนใจแล้ว นางเป็นพระชายารองเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น สักวันนางจะต้องได้เป็นพระชายาเอก
“เจ้าว่าอันใด?”
เสินหยุนเจ๋ทำหน้าตาดุร้าย
เสิยหลุนเอ๋อยิ้มเยาะ: “ข้าเรียกนางว่านังสารเลว ทำให้ท่านไม่พอใจเช่นนั้นหรือ ท่านรู้หรือไม่ว่า เดิมทีตำแหน่งพระชายาอ๋องเสียนเป็นของข้า แล้วจู่ๆมาบอกว่าเป็นของนางได้กระไร?”
“เจ้านี่มันเกินเยียวยาจริงๆ”
เสินหยุนเจ๋เดินออกจากประตูไป ตอนที่อันหลิงหยุนมองเห็นเขา เขาก็เดินจากไปอย่างรวดเร็วแล้ว ในมือถือกระบี่โม่เย่เล่มนั้นอยู่
เมื่อมองเห็นเสินหยุนเจ๋ อันหลิงหยุนก็ยืนมึนงงอยู่สักสองสามวินาทีอย่างเลี่ยงไม่ได้
กงชิงวี่ดึงนาง: “มองอะไร มีอะไรน่าดูอย่างนั้นหรือ?”
“ท่านอ๋อง ท่านรู้จักกระบี่โม่เย่หรือไม่เพคะ?” อันหลิงหยุนพบว่า นางไม่เพียงแต่สนใจเกี่ยวกับเรื่องสมุนไพรและการรักษาโรคเท่านั้น แต่นางยังสนใจเกี่ยวกับอาวุธด้วย
“ข้าไม่รู้จัก กระบี่โม่เย่เล่มนั้นได้มาตอนที่ข้าทำศึก เมื่อกลับมาถึงก็ถวายให้กับฮ่องเต้” กงชิงวี่พูดเบาๆ ฟังไม่ออกเลยแม้แต่น้อยว่าเขารู้สึกดีใจหรือไม่ดีใจ อันหลิงหยุนจึงอดไม่ได้ที่จะหันมองเขา
“ท่านไม่โกรธหรือ?”
“ข้าเองก็เป็นของฮ่องเต้ มีอะไรให้น่าโกรธ พระองค์ทรงชอบก็ดีแล้ว ข้าถวายให้พระองค์แล้ว จะทรงใช้กระไรก็เป็นเรื่องของพระองค์”
“หากท่านพูดเช่นนี้ หมายความว่าต่อไปภายหน้าหากฮ่องเต้ต้องการข้า ท่านก็จะต้องมอบให้เช่นนั้นหรือ?”
“พูดจาเหลวไหล เจ้าคิดว่าฮ่องเต้จะเต็มใจอย่างนั้นหรือ?” กงชิงวี่ลากอันหลิงหยุนออกจากวังไป อันหลิงหยุนรู้สึกเศร้า นี่มันคำพูดอะไรกัน หรือว่านางไม่มีใครติองการอย่างนั้นหรือ?”
ตอนที่กำลังจะเดินจากไป จุนฉูฉูและอ๋องตวนถูกคนเข้ามาขวางไว้ เป็นคนของฮั๋วไท่เฟย กงกงเชิญพวกเขาไปพบ ทั้งสองเดินตามคนของฮั๋วไท่เฟยไป
อันหลิงหยุนรู้สึกว่าสีหน้าของจุนฉูฉูไม่สู้ดีเอาเสียเลย อีกทั้งตอนนี้แม้แต่จะแสร้งทำให้น่าดูก็ไม่ไหวแล้ว
มองตามนาง กงชิงวี่เคาะหัวของนางหนึ่งครั้ง: “มองอะไร?”
อันหลิงหยุนพูดว่า: “ข้าเห็นพระชายาตวนไม่สบายใจ ตำแหน่งฮองเฮาที่นางตั้งตารอคอยคงจะไม่ได้มาถึงในเร็วๆนี้แล้ว ตอนนี้จะว่าไปแล้ว น่าจะเป็นไปไม่ได้อีก”
“นั่นเป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้เจ้าเป็นห่วงตัวเจ้าเองก่อนเถอะ แม้แต่ไข่สักฟองก็ยังไม่มี”
กงชิงวี่ทำตาเข้ม อันหลิงหยุนยิ่งไม่พอใจ: “ไม่มีไข่แล้วโทษข้าอย่างนั้นหรือ ทำไมท่านไม่ลองถามตัวเองดูบ้างล่ะว่า ท่านเองหรือเปล่าที่หว่านไถไม่เป็นรึ?”
“ไอ้หยา นี่ข้าน้อยมาได้ยินเรื่องที่ไม่ควรจะได้ยินใช่หรือเปล่า” ไห่กงกงรีบเอามือปิดหน้า ตอนนี้เองมี่อันหลิงหยุนเพิ่งจะเห็นว่าไห่กงกงมาแล้ว
“ขายหน้าท่านกงกงจริงๆ” กงชิงวี่พูดอย่างตรงไปตรงมา อันหลิงหยุนรู้สึกละอายใจแทนเขาจริงๆ
ไห่กงกงรีบพูดว่า: “ไทเฮาสั่งให้ข้าน้อยมารอท่านอ๋องเสียนและพรชายาเสียน อ๋องเสียน พระชายาเสียน เชิญทางนี้”
อันหลิงหยุนแปลกใจ ทำไมวันนี้ทั้งไทเฮาและไท่เฟยเหมือนจะปรึกษากันมาเป็นอย่างดี ต่างก็เข้ามาขวางคนไว้
กงชิงวี่จูงอันหลิงหยุน ตอบรับแล้วจึงเดินตามไป
มาถึงวังเฉาเฟิ่งก็พบกับหวางฮองไทเฮา อันหลิงหยุนถึงเพิ่งจะรู้ว่า วันนี้ทำไมจึงถูกตามตัวมา คงจะไม่ใช่เรืองดีอย่างแน่นอน
“ตำหนักทั้งสองของฝ่าบาทมีความเคลื่อนไหวแล้ว รู้ใช่หรือไม่?” หวางฮองไทเฮามองกงชิงวี่ด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก ทำราวกับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของกงชิงวี่
“ทราบพ่ะย่ะค่ะ เพิ่งจะทราบเมื่อครู่” ดูเหมือนว่ากงชิงวี่คนเดียวก็พอจะต่อกรกับหวางฮองไทเฮาได้ อันหลิงหยุนพบว่าจริงๆแล้วนางคงจะไม่ต้องเป็นกังวลอะไร
หวางฮองไทเฮาถอนหายใจเบาๆ: “ฮ่องเต้ไม่ทรงมีบุตรมาหลายปี ครั้งนี้กลับมีเรื่องยินดีพร้อมกันถึงสองเรื่อง ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะเซียวกุ้ยเฟยนำพรของพระเจ้ามาประทานให้หรือไม่ ข้าเองรู้สึกดีใจจริงๆ”
อันหลิงหยุนรู้สึกว่า มองไม่ออกแม้แต่นิดเดียวว่ารู้สึกดีใจ
แต่ฮ่องเต้ชิวหยู่เองก็เป็นลูกชายของหวางฮองไทเฮา ลูกชายมีผู้สืบสกุล ผู้เป็นแม่ควรจะดีใจถึงจะถูก แต่กลับรู้สึกว่าหวางฮองไทเฮาไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น
กงชิงวี่พูดเบาๆ: “ลูกเองก็ร้อนใจ นี่ไม่ใช่ว่า เพิ่งจะเข้าหอเพียงไม่กี่วันมิใช่หรือ”
เมื่อกงชิงวี่พูดเช่นนี้ออกมา ทุกคนล้วนต่างตกใจ รวมไปถึงหวางฮองไทเฮาด้วย