ตอนที่ 385
บทที่ 385 เบาะแสฆาตกรรม
October 21, 2026
บทที่ 385 เบาะแสฆาตกรรม
"เจ้าหมายความว่า มีใครบางคนใช้คาถาลวงตา ใช้ประโยชน์จากทำนองดนตรีสังหาร บังคับควบคุมให้พวกเขา แขวนคอตัวเองในยามวิกาลเช่นนั้นหรือ?" หวางหวยอันพูดประโยคเดียว คล้ายช่วยปลุกเอาคนที่หลับอยู่สะดุ้งตื่นตาแจ้ง อันหลิงหยุนเหมือนถูกฟ้าผ่า เหตุใดนางจึงคิดไม่ถึงเรื่องเช่นนี้มาก่อน
ในสถานที่แห่งนี้ ยังมีอะไรที่เกิดขึ้นไม่ได้อีกหนอ?
"ถูกต้อง ตอนที่ข้าอยู่ที่ชายแดน เคยได้พบศาสตร์การสังหารประเภทนี้มาก่อน เริ่มแรกคนจะถูกควบคุมในยามหลับ ให้พวกเขาฆ่าคนในครอบครัวก่อน จากนั้นจึงค่อยฆ่าตัวตาย" เสินหยุนจ๋ดูเหมือนจะเข้าใจชัดแจ้ง กับเรื่องทำนองนี้อย่างมาก
”หวางหวยอันพยักหน้า: "เหมือนอย่างที่ข้าคิด พวกเราไปตรวจสอบดูกันเถอะ"
อันหลิงหยุน ตามทั้งสองคนออกจากวังไปยังต้าจงเจิ้งย่วน ทำการตรวจสอบครั้งที่สอง แต่ในครั้งนี้ก็ยังคงตรวจไม่พบสิ่งใดเช่นเดิม
"ส่งคนไปสอบถามรอบ ๆ ถามให้ชัดเจนว่า คืนนั้นได้ยินเสียงอะไรบ้างหรือไม่ ถึงอย่างไรก็เป็นการใช้เสียงฆ่าคน ฉะนั้นไม่มีเสียงจะฆ่าคนได้อย่างไร?" สีหน้าของหวางหวยอันเย็นชา ดูเขาเป็นคนรับมือได้ยากกว่ากงชิงวี่เสียอีก
อันหลิงหยุนยืนอยู่ด้านข้าง จู่ๆพลันพบว่า ประโยคที่คนพูดกันว่า กาเข้าฝูงกา หงส์เข้าฝูงหงส์ (คนที่มีบางสิ่งเหมือนๆกัน คนที่เป็นแบบเดียวกัน มักจะคบหาเป็นมิตรสหายกัน) ประโยคนี้ไม่มีหลอกลวงแม้แต่น้อย
นี่ทำให้อันหลิงหยุนนึกถึง เรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ กงชิงวี่เข้าวังในครั้งนั้น ทั้งร่างได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่อาจเข้าไปได้ เป็นเพราะได้ป้ายห้อยเอวของกั๋วจิ้วน้อย หวางหวยอัน จึงสามารถเข้าไปได้อย่างราบรื่น
หากเดิมทีพวกเขาก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว การปรากฏตัวของกั๋วจิ้วน้อยในเวลานั้น ก็นับว่ากงชิงวี่คำนวณได้ถูกต้องแม่นยำอย่างยิ่งแล้ว!
เว่ยหลิงชวน หมุนกายไปจัดการตามคำสั่ง อันหลิงหยุนรู้สึกเหนื่อยอยู่บ้าง จึงกลับไปพักผ่อนที่จวนอ๋องเสียนก่อน
แม่ทัพอันกังวลเรื่องความปลอดภัยของลูกสาว จึงติดตามไปด้วย
คืนนั้นพ่อลูกคุยกันยาว จนดึก อันหลิงหยุนถึงเข้านอน แม่ทัพอันเฝ้ามองลูกสาวด้วยความเศร้าโศก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงสองวันที่ผ่านมา เขาเห็นลูกสาวตรากตรำทำงานหนักเช่นนี้ ในใจพาลรู้สึกหงุดหงิดไม่สบอารมณ์
คิดถึงตอนแรก ที่เขายินยอมให้ลูกสาวแต่งกับกงชิงวี่ แค่เพื่อให้นาง เอ้อระเหยลอยชายไปวันๆได้ ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้
แม่ทัพอันเข้านอนจนกระทั่งใกล้รุ่งสาง เมื่ออันหลิงหยุนตื่นขึ้น แม่ทัพอันจึงตื่นด้วย
"พ่อ ท่านนอนพักอีกสักครู่เถอะเจ้าค่ะ" หลิงหยุนรู้สึกเป็นห่วงแม่ทัพอัน ห่มผ้าห่มให้เขาจนมือไม้ยุ่งเป็นพัลวัน บอกให้เขาพักผ่อนต่อ
แม่ทัพอันปฏิเสธ ลุกขึ้นไปล้างเนื้อล้างตัวและพูดว่า: "ตอนพ่ออยู่ในสนามรบ บางครั้งได้นอนแค่ครึ่งชั่วยามต่อวัน วันถัดมา ก็ยังฮึกเหิมประดุจมังกร ผาดโผนประดุจเสือเลย พ่อของลูกร้ายกาจยิ่งนัก!"
“พ่อ นั่นมันในสนามรบ ไม่ใช่ที่นี่ ในยามที่ไม่มีสงคราม พ่อต้องพักผ่อนให้มากๆ จึงจะมีพลัง มีชีวิตชีวา พร้อมที่จะออกรบได้ทุกเมื่อนะเจ้าคะ”
แม่ทัพอันไม่เห็นด้วย เขาอาน้ำเสร็จจึงหันกลับไปมองลูกสาว เอ่ยขึ้นว่า : "หยุนหยุน คนอื่น ๆ อาจคิดว่า พ่อไปทำสงครามเพื่อประเทศต้าเหลียง แต่พ่อรู้ว่า พ่อไปทำสงครามเพื่อฝ่าบาทและเพื่อหยุนหยุน
เมื่อตอนที่พ่อยังหนุ่ม ได้เป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายกับฝ่าบาท
พ่อยินดีที่จะสละชีพเพื่อองค์ฮ่องเต้
ต่อมาเมื่อพ่อมีเจ้า ทุกอย่างที่พ่อทำก็เพื่อเจ้า
พ่อไม่ขออะไรเลย ขอเพียงแค่ หยุนหยุนมีชีวิตปลอดภัยสงบสุข พ่อก็พอใจแล้ว "
“ พ่อ ท่านวางใจเถอะ ลูกไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ไม่มีใครทำอะไรลูกสาวท่านได้หรอก”
แม่ทัพอันส่ายหน้า: "หยุนหยุน คนนอกมักคิดว่าลูกเติบโตขึ้น จึงได้เปลี่ยนไป แต่พ่อรู้ว่าไม่ใช่อย่างนั้น"
“……”
สติของอันหลิงหยุนเริ่มจะหายไปช้าๆ แม่ทัพอันตบไหล่อันหลิงหยุนเบาๆ : "แต่พ่อเชื่อว่า เจ้าเป็นเด็กดีคนหนึ่ง!"
"พ่อ……"
อันหลิงหยุนเกือบจะพูดออกไปอยู่แล้วว่า นางไม่ใช่อันหลิงหยุนตัวจริง แต่เมื่อคำพูดนั้นขึ้นมาถึงริมฝีปาก นางก็รีบกลืนมันกลับลงไป
แม่ทัพอันออกไปรวดสั่งให้จัดข้าวปลาอาหาร อันหลิงหยุนกินข้าวเป็นเพื่อนแม่ทัพอัน กินเสร็จพ่อลูกก็ตรงไปต้าจงเจิ้งย่วน
บนท้องถนนเริ่มมีหลายคน พูดคุย ถกวาทะ กันเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าฮ่องเต้ ยามอยู่ต่อหน้าทรงมีพระเมตตา แต่กลับลอบแทงลับหลังกันบ้างประปรายแล้ว
พูดกันอย่างคลุมเครือ แต่ก็ไม่ได้ฟังน่าเกลียดออกไป
แม่ทัพอันไม่พอใจจนใบหน้าบึ้งตึงสุดขีด อันหลิงหยุนถูกแม่ทัพอันผู้เป็นพ่อป่วน จนหัวเราะขบขัน
“ พ่อ ท่านคิดเช่นไรกับฮ่องเต้หรือเจ้าคะ พี่น้องที่ดีต่อกัน?”