ตอนที่ 441
บทที่ 441 ลูกเหมือนพ่อแล้ว
October 21, 2026
บทที่ 441 ลูกเหมือนพ่อแล้ว
อันหลิงหยุนไม่มีกิริยาตอบสนองอยู่พักใหญ่ เมื่อตอบสนองขึ้นมาก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย จึงอุ้มลูกที่อยู่ในอ้อมกอด เดินกลับไปที่เตียง แล้วจูบเบาๆหนึ่งครั้ง จากนั้นจึงวางลูกชายลง เปิดผ้าห่อตัวของดูเพื่อจะดูให้แน่ใจว่าเป็นเด็กผู้ชายจริงๆหรือไม่
เป็นเด็กผู้ชายจริงๆ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร แต่อันหลิงหยุนก็รู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก
ตอนนี้เองกงชิงวี่นั่งลง แล้วถามนางว่า: “เจ้าชอบเด็กผู้ชายขนาดนั้นเชียวหรือ?”
อันหลิงหยุนถาม: “เป็นเด็กผู้ชายทั้งหมดเลยหรือเพคะ?”
นางเองก็บอกไม่ถูกว่าเพราะอะไร นางเพียงแต่รู้สึกว่าเป็นเด็กผู้ชายทั้งหมด อาจจะเป็นการรับรู้ที่แม่มีต่อลูก จึงสามารถรู้เพศของลูกได้
“ทั้งหมด”
ขณะที่พูดประโยคนี้ สีหน้าของกงชิงวี่ดูเรียบเฉย แสดงให้เห็นว่าไม่ดีใจ ผิดหวังจนไม่ต้องพูดก็ดูออก
เขาอยากมีลูกสาวสักคน ที่เป็นเหมือนกับอันหลิงหยุน ถึงจะเคยพูดว่าไม่ได้อยากมีลูกสาว แต่ตอนที่เขาเห็นป๋ายสู้สู้อุ้มเด็กคนแรกออกมาเป็นลูกชาย และอุ้มเด็กอีกคนออกมาก็เป็นลูกชาย ในใจของเขาก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมาเล็กน้อยโดยไม่ต้องพูดอะไรเลย เขาหวังว่าหากมีลูกสาวสักคนก็คงจะดี แต่สุดท้ายกลับไม่มีแม้แต่คนเดียว
พอเห็นท่าทางของอันหลิงหยุนในตอนนี้ อารมณ์ของกงชิงวี่ก็ยากที่จะสงบลงได้
เขาไม่อยากมีลูกอีกแล้ว เพื่อความปลอดภัยของนาง
แต่ว่า......
หากมีลูกสาวของตัวเองก็ดี
อันหลิงหยุนเองก็ไม่ได้เกรงใจ ถึงจะเข้าใจความคิดของกงชิงวี่ดี แต่ก็ยังพูดว่า: “ลูกสาวแน่นอนว่าดี แต่มีลูกชายนั้นดีกว่าแน่นอน อย่างน้อยในอนาคตก็ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้ชอบ
ลูกชายของหม่อมฉัน ถ้าหากจะแต่งงาน ก็ต้องแต่งกับคนที่ชอบ ไม่เช่นนั้นก็ให้อยู่เป็นโสด ไม่ต้องแต่งงาน”
กงชิงวี่หน้าถอดสี: “เป็นโสดอะไรกัน?”
“ก็เป็นพระอย่างไรล่ะเพคะ” อันหลิงหยุนอุ้มลูกชายแล้วไปวางไว้ตรงที่อยู่กันสามคน แล้วจึงอุ้มหยุนจิ่นไปวางลง มองดูแล้วถามว่าคนไหนคือคนโต
กงชิงวี่ยิ้ม: “ลองเดาดูสิ”
อันหลิงหยุนพิจารณาอย่างละเอียด จริงๆแล้วก็ไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ จึงชี้ไปที่คนแรกที่อุ้มขึ้นมา: “คนนี้คือคนโตเพคะ”
คนโตดูเหมือนว่าจะตื่นเต้น มือทั้งสองข้างกำไว้แน่น แล้วเริ่มขยับไม้ขยับมือ ยิ้มแย้มหัวเราะกับอันหลิงหยุน
ตอนนี้ที่เหลืออีกสองสามคนก็พากันตื่น ตื่มตาขึ้นแล้วเริ่มมองอันหลิงหยุน
“อา อา......”
ทั้งหมดหันมาตะโกนร้องเรียกอันหลิงหยุน เสียงไม่ดังมาก แต่ก้องกังวาน เหมือนกับว่าแต่ละคนกำลังอยากจะให้อันหลิงหยุนลองทายดูว่าใครเป็นใคร
หยุนจิ่นแปลกใจ: “เจ้านาย ปกติแล้วนายน้อยทั้งหลายไม่ได้เป็นแบบนี้ ทำไมพอเห็นท่านแล้วกลับมีท่าทีที่ดูตื่นเต้นเช่นนี้?”
“คงจะเป็นเพราะสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก แต่ก็มีคนหนึ่งที่ไม่ยอมส่งเสียงมิใช่หรือ?” อันหลิงหยุนชี้ไปที่คนที่หยุนจิ่นวางลง เขาดูซื่อ นอนเหยียดแขนเหยียดขาจ้องมองดูอันหลิงหยุนอยู่อย่างนั้น อันหลิงหยุนรู้สึกแปลกใจ คนแรกที่ทายถูกอย่างง่ายดายก็เพราะโชคช่วย แล้วตอนนี้คนนี้ล่ะ?
“เจ้านาย ท่านทายถูกได้อย่างไร?” หยุนจิ่นแปลกใจ
ไม่เพียงแค่หยุนจิ่น กงชิงวี่เองก็รู้สึกแปลกใจ
“สายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก ดูๆไปแล้วก็คงจะใช่” อันหลิงหยุนมั่นใจ
เจ้าห้าขยับปาก ยังคงเงียบอยู่ อันหลิงหยุนก้มหน้าลงไปจูบ แล้วจึงไปดูเด็กๆที่เหลืออีกสามคน แล้วจึงชี้คนหนึ่ง: “เจ้าสอง”
“เจ้าเดาจริงๆหรือ?” กงชิงวี่ชักจะไม่แน่ใจ ทำไมถึงได้ทายถูกอย่างง่ายดายเช่นนี้
อันหลิงหยุนทานต่อ “นี่คือเจ้าสาม ส่วนนั่นคือเจ้าสี่”
ทายถูกทั้งหมด กงชิงวี่ทำหน้าเซ็ง: “เชอะ!”
อันหลิงหยุนค่อยๆจูบเรียงทีละคนๆ เด็กทั้งหมดล้วนหัวเราะมองนางอย่างชอบใจ อันหลิงหยุนรู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก ชาติที่แล้วนางไม่มีอะไรเลย แม้แต่ญาติสนิทสักคนก็ไม่มี ชาตินี้มีพ่อที่เห็นลูกชาวเป็นชีวิตของตน มีสามีที่รักใคร่ห่วงใยนาง และตอนนี้ก็มีลูกชายที่ว่านอนสอนง่ายและน่ารักอีกห้าคน แล้วมีอะไรที่นางจะอยากได้อีกล่ะ?”