ตอนที่ 481
บทที่ 481 ช่วยจนเลือดหมดตัวก็ช่วยไว้ไม่ได้
October 21, 2026
บทที่ 481 ช่วยจนเลือดหมดตัวก็ช่วยไว้ไม่ได้
อันหลิงหยุนเดินออกมาจากด้านในเพื่อไปทำเค้ก ทั้งสองคนต่างไม่พูดไม่จา ซูมู่หรงทำเพียงแค่มองดูกล่องที่อยู่ในห้อง แล้วรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก
“เด็กๆชื่ออะไรกันบ้าง?”
“ยังไม่ได้ตั้งชื่อ ที่นั่นเขาไม่รีบตั้งชื่อให้เด็กกัน บางคนอายุสองสามขวบแล้วก็ยังไม่มีชื่อ แต่เขาบอกว่าให้รอให้ครบ 100 วัน”
อันหลิงหยุนทำไปพลางพูดไปพลาง
“ชื่อเล่นล่ะ?”
“เจ้าใหญ่ถึงเจ้าห้า......”
อันหลิงหยุนสองจิตสองใจ: “หัวหน้า ต่อไปคุณเองก็มีลูกหลายๆคนเหมือนกันสิ เมื่อเป็นพ่อแม่คนแล้ว ถึงจะเข้าใจถึงความสำคัญของครอบครัว”
ซูมู่หรงทำเพียงแค่นิ่งเงียบไป ที่ที่ขาดคนที่ตัวเองรักไป ไม่ว่าจะให้อะไรแก่เขาก็ไม่มีค่าสำหรับเขาทั้งนั้น
ไม่นานเค้กก็ทำเสร็จ อันหลิงหยุนจุดเทียน ถามซูมู่หรงว่าอายุเท่าไหร่แล้ว ถึงได้รู้ว่ากลับมาครั้งนี้เขามีอายุเพิ่มขึ้นอีกหลายปีแล้ว นั่งสองนั่งลงและพูดคุยกันเล็กน้อย
อันหลิงหยุนรอจนกระทั่งซูมู่หรงหลับนางจึงจากไป
ครั้งนี้เวลาของอันหลิงหยุนมีมากพอ นางพยายามคิดที่จะนำของทุกอย่างกลับไปให้หมด แล้วนางก็กลับไป
อันหลิงหยุนลืมตาขึ้น แล้วจึงลุกขึ้นนั่ง บนพื้นกงชิงวี่กำลังอุ้มลูกอยู่หนึ่งคนแกว่งไปแกว่งมา แกว่งพลางบ่นพลางว่า: “หยุดร้องได้แล้ว พวกเจ้าออกแรงกับข้ามีประโยชน์อะไรกัน ข้าไม่ใช่แม่ของพวกเจ้าเสียหน่อย ดูสิคลอดพวกเจ้าออกมาแล้วแต่กลับไม่สนใจ ทำให้พวกเจ้าคิดถึงนาง แต่นางกลับนอนหลับใหลอยู่ ไม่รู้ว่าไปเที่ยวถึงไหนกัน ทำให้พ่อโมโหจริงๆ รอให้นางกลับมาก่อนเถอะ เดี๋ยวพ่อจะจัดการนางเอง”
อันหลิงหยุนลงมาจากเตียง: “ส่งมาให้หม่อมฉันเถอะเพคะ”
กงชิงวี่โกรธ: “นี่เจ้า......”
ทันทีที่กงชิงวี่เงยหน้าขึ้น ก็เห็นอันหลิงหยุนยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม เขารู้สึกตกใจมาก กว่าจะรู้สึกตัว อันหลิงหยุนก็เดินเข้ามาหากงชิงวี่แล้วอุ้มลูกไปเรียบร้อยแล้ว ตบลูกเบาๆพลางพูดว่า: “อย่าไปฟังพ่อของเจ้าพูดเหลวไหล เป็นเพราะหัวใจของแม่ได้รับความเสียหาย มีเลือดไหลเวียนไม่เพียงพอ ทำให้เหนื่อยจนเป็นลมหมดสติไป จะต้องพักฟื้นสักระยะ บวกกับที่ลุงของพวกเจ้า ซึงก็เป็นอาจารย์ของแม่ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก ยังไม่ได้รับการรักษา แม่จึงต้องไปดูสักครั้ง จึงได้กลับมาช้า!”
“ไอ้เลวนั่นตายแล้วหรือ?” พอกงชิงวี่ได้ฟังก็รู้สึกโมโห
อันหลิงหยุนมองกงชิงวี่อย่างไม่สบอารมณ์นัก: “ท่านอ๋อง ไม่มีอย่างอื่นจะพูดหรืออย่างไรเพคะ?”
“ไม่มี!”
ในใจของกงชิงวี่กังวลเรื่องที่หัวใจของอันหลิงหยุนได้รับความเสียหาย แต่เมื่อได้ยินเรื่องของซูมู่หรงก็รู้สึกโมโหขึ้นมา จึงไม่ได้ถาม
อันหลิงหยุนหันมองหนึ่งครั้ง เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มรู้สึกผิด จึงไม่ได้สนใจเขาอีก จากนั้นจึงพาลูกไปนอนบนเตียง วางลง แล้วค่อยๆทยอยอุ้มคนอื่นขึ้นมาตบเบาๆ ตบเบาๆแล้วทุกคนต่างก็ดีใจ ไม่ร้องไห้อีกแล้ว เมื่ออันหลิงหยุนหอมแก้มก็ยิ่งดีใจกันเข้าไปอีก จึงอ้าปากเล็กๆแล้วยิ้มออกมา
เด็กๆต่างเริ่มเล่นสนุกกันขึ้นมา อันหลิงหยุนจึงได้หันไปมองกงชิงวี่แล้วพูดขึ้นมาว่า: “ท่านออกไปดูข้างนอกหน่อยว่า ที่ในลานมีสิ่งของวางอยู่หรือเปล่า ตอนที่หม่อมฉันกลับมาได้เตรียมของเอาไว้ไม่น้อย ไม่รู้ว่านำกลับมาด้วยได้หรือไม่ เป็เพราะมีจำนวนมาก หม่อมฉันจึงไม่อาจพกติดตัวมาได้ ถ้าหากนำกลับมาได้ ท่านช่วยย้ายเข้ามาไว้ในห้องหน่อยนะเพคะ”
เมื่อกงชิงวี่ได้ยินว่ามีของ ก็รีบหันหลังเดินออกไป
อันหลิงหยุนไม่รู้ว่าจะพูดเช่นไรดี อยู่ที่นั่นถึงแม้จะพูดไม่ได้ว่าเป็นของที่ดี แต่เมื่อมาถึงที่นี่ เขากลับสนอกสนใจเป็นอย่างมาก
เมื่อออกไปถึงด้านนอก กงชิงวี่ก็เห็นกล่องที่หล่นกองรวมกันอยู่ มีทั้งกล่องเล็กกล่องใหญ่รวมๆแล้วประมาณสิบกว่ากล่อง
จริงๆแล้วในลานก็มีคน เพียงแต่กล่องเหล่านี้ปรากฏขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด อีกทั้งเทปที่แปะอยู่ด้านบนก็ดูแปลกตา จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ มีเพียงอาหยู่ที่ได้ยินว่ามีเสียงของท่านอ๋องและพระชายาพูดคุยกันในห้อง ก็รู้สึกดีใจ และไม่ได้เข้าไปรบกวน
ตอนนี้เองกงชิงวี่เดินออกมา อาหยู่จึงได้เข้าไปรายงาน
กงชิงวี่ย้ายกล่องทั้งหมดเข้าไปไว้ในห้อง ดีที่ห้องมีขนาดใหญ่ จึงสามารถจุได้
เดิมทีอาหยู่ตั้งใจที่จะช่วย แต่ตอนกลางคืนเขาไม่กล้าเข้าไป กงชิงวี่เองก็ไม่อนุญาตให้เขาแตะต้องตามอำเภอใจ
ของที่อยู่ในกล่องล้วนเป็นของรักของหวงของกงชิงวี่ เขาแตะต้องได้ ส่วนคนอื่นๆแม้แต่อาหยู่ ก็ไม่สามารถแตะต้องตามใจชอบได้