ตอนที่ 484
บทที่ 484 ภัยพิบัติจากตั๊กแตน
October 21, 2026
บทที่ 484 ภัยพิบัติจากตั๊กแตน
“หม่อมฉัน หม่อมฉันสมควรตาย ฝ่าบาททรงไว้ชีวิตด้วย! ไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วย!” ขันทีน้อยตกใจจนสั่งไปทั้งตัว
อันหลิงหยุนหันไปมองฮ่องเต้ชิงหยู่ แล้วจึงรีบยกกระโปรงขึ้นคุกเข่าลง: “หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาท ขอประทานอภัยด้วยเพคะ”
“ถ้าไม่ใช่เพราะข้าลองมาดู ว่าทำไมนานขนาดนี้แล้วยังไปไม่ถึงพระตำหนักจรุงจิตอีก ก็คงไม่รู้ว่าพระชายาเสียนจะรู้เรื่องเช่นนี้ดีไม่น้อย” ฮ่องเต้ชิงหยู่ทำหน้าบึ้งตึง ทำให้ขันทีน้อยตกใจจนตัวสั่น เหงื่อออกเต็มหัว แต่อันหลิงหยุนกลับสงบผิดปกติ
“ขอประทานอภัยด้วยเพคะฝ่าบาท หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ” อันหลิงหยุนก้มหัว
ฮ่องเต้ชิงหยู่ถาม: “เจ้าผิดอะไรกัน?”
“ต่อไปไม่ควรจะพูดเหลวไหลอีกเพคะ”
“ในเมื่อรู้ว่าไม่ควรพูดเหลวไหลก็ไม่ควรพูด เช่นนั้นข้าขอถามเจ้า ว่าข้าควรจะลงโทษเจ้าเช่นไรดี?”
“ฝ่าบาทอย่าทรงประหาร อย่าทรงโบย ให้ลงโทษด้วยการยืนเพคะ” อันหลิงหยุนไม่มีทางให้ประหารเด็ดขาด
ฮ่องเต้ชิงหยู่รู้สึกขำ: “พูดได้ดี!”
“ข้าว่า ไม่สู้ลากเขาออกไปแล้วตีด้วยไม้จนตาย!” ฮ่องเต้ชิงหยู่มองขันทีน้อย อันหลิงหยุนกัดริมฝีปาก รู้ว่าทำให้เขาต้องลำบากไม่น้อย
“ไม่ชึความผิดของเขาเพคะ เป็นเพราะหม่อมฉันพูดจาเหลวไหล ขอฝ่าบาททรงลงโทษหม่อมฉันเถอะเพคะ” เมื่อคิดถึงเรื่องที่จะต้องเจ็บก้น อันหลิงหยุนก็ยอมที่จะกัดลิ้นให้ขาดเสียยังดีกว่า แต่คำพูดที่พูดออกไปแล้ว น้ำที่สาดออกไปแล้ว ก็ไม่มีทางอื่นอีก
ฮ่องเต้ชิงหยู่มองขันทีน้อยที่ตัวสั่นเทาอยู่: “จงเลือกมาหนึ่งอย่าง เจ้าจะยอมตาย หรือให้พระชายาเสียนถูกโบย?”
“ให้หม่อมฉันตาย......” ขันทีน้อยพูดอย่างไม่ต้องคิด แต่เมื่อพูดออกมาแล้วเขาก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆอีก นั่งจ้องมองนิ่งอยู่ตรงนั้น
ฮ่องเต้ชิงหยู่จึงพูดว่า: “ถุกขึ้นเถอะ กลับไปชำระเนื้อตัวให้สะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้าให้สะอาดแล้วมาที่พระตำหนักจรุงจิต อย่ามัวแต่กลัวว่าข้าจะทำร้ายคน ก่อนหน้านี้ ขันทีที่มาพร้อมกันกับเจ้าตกใจข้าจนตายไปแล้ว แล้วข้าจะต้องส่งอีกชีวิตไปทดแทนอย่างนั้นหรือ?”
“หา?” ขันทีน้อยตกใจจนยืนนิ่ง มองฮ่องเต้ชิงหยู่แล้วนิ่งเงียบไป
อันหลิงหยุนรีบพูดว่า: “เจ้าสกปรกไปทั้งตัวแล้ว ยังไม่รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้ามารับใช้ฝ่าบาทอีก?”
“พ่ะย่ะค่ะ......หม่อมฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ขันทีน้อยลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งไป ฮ่องเต้ชิงหยู่หันมอง แล้วจึงเดินเข้าไปหาอันหลิงหยุน แล้วยื่นมือออกไปเพื่อประคองให้ลุกขึ้น อันหลิงหยุนหดมือกลับ กล่าวขอบพระทัยแล้วจึงลุกขึ้นเอง
“ขอบพระทัยฝ่าบาท!”
ตอนนี้ในใจของอันหลิงหยุนรู้สึกว่างเปล่า ในชีวิตของคนเรา ไม่มีเรื่องอะไรที่น่าเศร้าไปกว่าการที่นินทาคนลับหลังแล้วถูกจับได้อีกแล้ว
ตอนนี้ความรู้สึกที่อยู่ในใจของอันหลิงหยุน ไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
ฮ่องเต้ชิงหยู่มองดูรอบๆ: “จะได้เวลาอาหารเที่ยงแล้ว ไปเถอะ กลับไปกินอาหารเที่ยงกับข้า”
ฮ่องเต้ชิงหยู่เอง ไม่ได้ยุ่งวุ่นวายกับอันหลิงหยุน ส่วนอันหลิงหยุนเองก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาก เดินตามฮ่องเต้ชิงหยู่กลับพระตำหนักจรุงจิตไปตลอดทาง
แต่ระหว่างทาง อันหลิงหยุนคิดเรื่องอะไรมากมาย อยู่ดีๆมีหรือที่ฝ่าบาทจะไปหานางที่ประตูวัง?
นี่มันไม่น่าแปลกหรอกหรือ?
พูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อ
เข้าไปในพระตำหนักจรุงจิต ฮ่องเต้ชิงหยู่ก็สั่งให้จัดสำรับอาหารเที่ยงมาที่พระตำหนักจรุงจิต ขันทีน้อยเองก็รีบกลับมารับใช้
อันหลิงหยุนรู้สึกอึดอัด ฮ่องเต้ชิงหยู่ดูสาสน์ที่กราบทูลอยู่ที่ด้านหน้าโต๊ะสาสน์ที่กราบทูล ส่วนนางยืนอยู่ด้านล่าง อาหารเที่ยงส่งมาถึงแล้ว ขันทีน้อยรีบยกเข้าไป
“ให้พระชายาเสียนเป็นผู้ดูแลต่อ งานของข้ายุ่งมาก หากมีใครมารบกวน ให้บอกไปว่าไม่มีใครอยู่”
อันหลิงหยุนรู้สึกผิดหวัง ขันที่น้อยรีบส่งสำรับอาหารให้แก่อันหลิงหยุน แล้วจึงออกไป
ประตูถูกปิดลง เกรงว่าจะมีคนมารบกวน ตอนนี้ไม่กล้าละสายตาจากรอบตัวเลย
อันหลิงหยุนวางสำรับอาหารลง แล้วจึงนำอาหารแต่ละอย่างออกมาวาง
“ฝ่าบาท หม่อมฉันต้องไปเข้าเฝ้าไทเฮา ขอทูลลาก่อนนะเพคะ”
“กินข้าวเที่ยงเป็นเพื่อนข้าก่อนแล้วค่อยว่ากัน มีเรื่องอยากจะพูดกับเจ้าพอดี” ในมือของฮ่องเต้ชิงหยู่ถือสาสน์ที่กราบทูลลงมา อันหลิงหยุนใจเต้น ไม่รู้ว่าจะมีเรื่องอะไรอีก
“นั่งลงเถอะ”
ฮ่องเต้ชิงหยู่นั่งลง แล้ววางสาสน์ที่กราบทูลลงที่อันหลิงหยุน ให้นางนั่งลง
“หม่อมฉัน......ขอไปล้างมือสักครู่นะเพคะ” อันหลิงหยุนร้อนใจจนแทบจะเดินหมุนไปหมุนมา ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี จึงได้ใช้ข้ออ้างนี้