ตอนที่ 506
บทที่ 506 ลานจุนจื่อ
October 21, 2026
บทที่ 506 ลานจุนจื่อ
รถม้าจอดลงเมื่อมาถึงจวนอ๋องเสียน อันหลิงหยุนกล่าวว่า “ กลิ่นยาสมุนไพรบนร่างกายของเขานั้นเข้มข้นมาก แต่ตอนที่เขาเดินเข้าประตูมา กลิ่นนั้นยังไม่ได้เข้มขนาดนั้น แต่พอเขาเข้ามาแล้วถูกแนะนำว่าเป็นหมอจวนนั่นล่ะ ข้าจึงพบว่ากลิ่นยาสมุนไพรบนร่างของเขา จู่ๆมันก็ฉุนขึ้นมาอย่างกะทันหัน อีกทั้งยังเป็นกลิ่นสารพิษที่รุนแรงมาก ลอยมาจากตัวเขาเช่นกัน กลิ่นประเภทนี้หากสูดดมหรือรับเข้าไปในร่างกาย จะทำให้คนโดนพิษได้
แต่พิษชนิดนี้ จะทำให้คนเบื่ออาหาร มีอาการเวียนหัวมึนงง
ดังนั้นจึงไม่ใช่ยาพิษ แต่ร่างกายของกั๋วจิ้วน้อยอยู่ในสภาวะทรุดโทรมอ่อนแอ แต่เกิดจากภาวะทุพโภชนาการเป็นเหตุ (การขาดสารอาหารทำให้ร่างกายทรุดโทรม)"
หวางหวยอันอยากหัวเราะสิ้นดี: "ดูเหมือนว่าชีวิตน้อยๆของข้าจะถูกแค้นฝังหุ่นเข้าแล้วสินะ"
อันหลิงหยุนจ้องมองหวางหวยอัน เอ่ยขึ้นว่า "เจ้าควรจะสืบสวนตรวจสอบเรื่องนี้ถึงจะถูก แต่เจ้ากลับไม่มีความรู้สึกระแวดระวังคนรอบตัวเจ้าเลยแม้แต่น้อย "
"หลี่ฮ่วนจงเคยช่วยชีวิตข้า” เพียงประโยคเดียว หวางหวยอัน ก็สามารถอธิบายทุกสิ่งได้หมด
อันหลิงหยุนเริ่มจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นคร่าว ๆ บ้างแล้ว
ผู้มีบุญคุณช่วยชีวิต จะเป็นคนที่คิดฆ่าเขาไปได้อย่างไร
กงชิงวี่ลงจากรถม้า อันหลิงหยุนก็ตามลงไปทันที กงชิงวี่ช่วยประคองหวางหวยอันลงรถ แล้วพาเดินตามเข้าจวนไป เพื่อให้อันหลิงหยุนสะดวกต่อการดูแลหวางหวยอัน จึงจัดเตรียมที่พักในลานโอวหลาน ที่อยู่เขตเรือนหลังของจวนอ๋องเสียน
ลานโอวหลานในวันนี้มีขนาดใหญ่ขึ้นมาก ไม่เพียงเท่านั้น อีกด้านหนึ่งของลานโอวหลานยังมีลานกว้างอีกแห่งหนึ่งที่มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับลานโอวหลานอยู่ด้วย ที่ลานกว้างมีประตูสองบานซึ่งอันหลิงหยุนปิดไว้ชั่วคราว แต่ที่ประตูหน้าที่เชื่อมลานโอวหลานไปยังเรือนปีกนั้น มีประตูแปดเหลี่ยมบานหนึ่งเปิดอยู่ เพื่อใช้ทะลุผ่านไปยังเรือนปีก
ลานแห่งนี้ยังไม่มีชื่อ อันหลิงหยุนยังคงพิจารณาอยู่ว่า จะตั้งชื่อมันว่าอะไรดี
หลังจากพาหวางหวยอันเข้าที่พักแล้ว อันหลิงหยุนก็มองดูประตูเชื่อมลานบานนั้น ยืนครุ่นคิดชื่อที่เหมาะสม
กงชิงวี่เดินออกมาพร้อมกับหวางหวยอัน เมื่อเห็นอันหลิงหยุน ยืนเหม่อลอยอยู่หน้าประตู เขาจึงเดินไปหยุดที่นั่นพร้อมกับหวางหวยอัน
"หยุนหยุน อยากจะตั้งชื่อหรือ?" กงชิงวี่ถาม
"อื้ม น่าจะต้องมีสักชื่อ"
อันหลิงหยุนกำลังคิดอยู่ว่าจะให้ชื่ออะไรดี
"ลานชิงเฟิงดีไหม?"
กงชิงวี่พูดอย่างราบเรียบ อันหลิงหยุนค่อนข้างลังเล หวางหวยอันจึงถามขึ้นว่า: "เจ้าวางแผนไว้ว่าจะให้ลูกๆ ทั้งหลายของเจ้าอยู่อย่างนั้นหรือ?"
"อื้ม" อันหลิงหยุนเอ่ยตอบอย่างไม่เป็นทางการ
หวางหวยอันจึงครุ่นคิดด้วย: "เช่นนั้น ชื่อลานอู่ฝูไม่ดีกว่าหรือ?"
ใบหน้าของหลิงหยุนดูจะไม่พอใจเล็กน้อย: "ในวันหน้าอาจจะมีอีก จะชื่อว่าอู่ฝูได้อย่างไรกัน?"
"เช่นนั้นก็ลานชิงเฟิงนี่แหล่ะ อิสระเหมือนกับสายลม" กงชิงวี่กล่าวขึ้น
อันหลิงหยุนส่ายหน้า : “ แม้ว่าชิงเฟิงจะสง่างาม แต่สายลมก็พัดผ่านอย่างไร้ร่องรอย ข้าไม่หวังให้พวกเขาเกิดมาแล้ว จนท้ายที่สุดก็ไม่เหลืออะไรทิ้งไว้ ชื่อลานจุนจื่อจะดีกว่า
หวังว่าพวกเขาทุกคน จะเป็นสุภาพบุรุษที่อ่อนน้อมถ่อมตน ยืดหยุ่นเหมือนดั่งต้นไผ่
เด็ดเดี่ยว แน่นอนไม่คลอนแคลน มีความเมตตากรุณาเป็นที่ตั้ง "
อันหลิงหยุนหันมองกงชิงวี่ เขาจึงก็พยักหน้า: "ดีเลย ลานจุนจื่อ "
"รอจากนี้สักสองสามวันเมื่ออากาศอุ่นขึ้น ค่อยสั่งให้คนมาปลูกไผ่ไว้ด้านหลัง หวังว่าพวกเขาจะเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง"
"เช่นนั้นก็ใช้ชื่อว่า ลานจุนจื่อ สินะ ข้าก็ชอบชื่อนี้เช่นกัน ไผ่เขียวชอุ่มดูแล้วก็เจริญตาเจริญใจ"
"ข้าจะเข้าไปดูๆหน่อย ท่านอ๋องอยู่เป็นเพื่อนกั๋วจิ้วเถอะเพคะ" อันหลิงหยุนเข้าไปตรวจสอบ ด้านในไม่มีใครอยู่ อันหลิงหยุนคิดว่าในลานไม่ควรโล่งร้างว่างเปล่า จึงเรียกอาหยู่เข้าไป
อาหยู่รีบตามเข้าไปทันที: "พระชายา"
“ อื้ม เจ้าไปเรียกหยุนจิ่นให้มาที่นี่”
"พ่ะย่ะค่ะ"
อาหยู่รีบไปเชิญหยุนจิ่น หวางหวยอันถามว่า: "จวนอ๋องเสียนนี้ นางเป็นคนดูแลรับผิดชอบ อย่างนั้นหรือ?"
"อื้ม ใช่" กงชิงวี่เห็นว่าหวางหวยอันอยากเข้าไปในลานจุนจื่อ จึงเชิญเขาเข้าไป
อันหลิงหยุนไล่ตรวจดูไปตามห้องต่างๆจนครบ จากนั้นก็ตรวจสอบภายในเรือนอีกรอบ