ตอนที่ 625
บทที่ 625 การตำหนิของแม่ทัพฮั๋ว
October 21, 2026
บทที่ 625 การตำหนิของแม่ทัพฮั๋ว
เดินไปด้านหน้ามีม้า จำนวนม้าไม่พอ เมื่อเห็นว่าคนสองคนต่อม้าหนึ่งตัว
ฮั๋วฉิงก็จูงม้าเดินเข้าไปหากงชิงวี่ แล้วแสดงเจตจำนงว่าต้องการจะขี่ม้าร่วมกัน: “ท่านอ๋อง พวกเราขี่ด้วยกันนะเพคะ”
แม่ทัพฮั๋วรู้สึกหน้าสั่น เด็กคนนี้ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว พูดอย่างไรก็ไม่ยอมฟัง
เดิมทีเป็นพระชายารองเขาเองก็ไม่ได้ยินดีนัก แต่ชื่อเสียงของอันหลิงหยุนนั้นแย่มาก หากเป็นพี่น้องกับนาง เมื่อเข้าไปแล้วก็จะต้องฟังนาง ทำตามนาง
ฆ่าได้หยามไม่ได้ ลูกสาวเป็นคนสูงศักดิ์ แล้วจะทนรับความไม่เป็นธรรมเช่นนั้นได้อย่างไร
แม่ทัพฮั๋วยิ่งคิดยิ่งไม่สบายใจ แต่หลังจากที่เห็นกงชิงวี่แล้ว แม่ทัพฮั๋วก็มีความคิดบางอย่าง
ดูๆไปแล้วอันหลิงหยุนก็ถือว่าใช้ได้ ในเมืองหลวงลือกันว่า ตั้งแต่ที่แต่งงานกับกงชิงวี่ อันหลิงหยุนก็ถูกอบรมเป็นอย่างดี
ไม่เพียงแต่คอยช่วยเหลือรักษาคนในเมืองหลวงเท่านั้น ยังได้รับสมญานามว่าพระชายาหมอเทวดาอีกด้วย น้องสาวเขียนจดหมายให้เขาก็ยังพูดถึงอันหลิงหยุน บอกว่านางกับแต่ก่อนนั้นไม่เหมือนกันเลย ตั้งแต่ที่แต่งงานกับอ๋องเสียน ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
มีเกียรติอย่างสูงอยู่ในจวนอ๋องเสียน บวกกับที่อันหลิงหยุนกลับเนื้อกลับตัว ทำให้ชื่อเสียงไม่เลวนัก
แม่ทัพฮั๋วจึงยอดปิดตาข้างเดียวเพื่อยอมรับสิ่งที่ลูกสาวได้วางแผนไว้
เดิมที่แม่ทัพฮั๋วตั้งใจจะให้ลูกสาวแต่งงานกับอ๋องตวน แต่ใครจะไปรู้ว่าจะถูกตระกูลจุนแย่งไปเสียก่อน
ภายหลังยังถูกตระกูลหยุนแย่งตำแน่งพระชายารองไปอีก
หากยังแต่งเข้าไปอีก ก็จะกลายเป็นฮูหยินคนที่สาม แม่ทัพฮั๋วจึงรู้สึกไม่เต็มใจอย่างแน่นอน จึงคิดไปถึงหยุนซวนอี้ของตระกูลหยุน แต่ลูกสาวก็ยินดีตายดีกว่าจะต้องแต่งงาน บอกเพียงว่าต้องการแต่งกับอ๋องเสียนกงชิงวี่เท่านั้น
แม่ทัพฮั๋วโกรธแต่ไม่ตาย จึงได้แต่ยอมรับชะตากรรม
เขาเห็นแล้วว่าไม่ใช่ชื่อเสียงของอันหลิงหยุนที่ไม่ดี แต่เป็นเพราะตัวกงชิงวี่เองต่างหากที่มีปัญหา จริงๆแล้วเขาชอบผู้ชาย!
แล้วลูกสาวยังอยากจะขี่ม้าร่วมกันอีก แม่ทัพฮั๋วเบือนหน้าหนี ช่างน่าโมโหจริงๆ!
อ๋องจุ้นหย่งเห็นทุกอย่างทั้งหมด เขาไม่เชื่อว่ากงชิงวี่จะทำเรื่องผิดต่ออันหลิงหยุน แต่เจ้าเด็กหนุ่มที่อยู่ต่อหน้าคนนี้ ก็ดูดีเลยทีเดียว
ในสายตาของเขาแล้ว เด็กหนุ่มคนนี้ดูเหมือนว่าไม่มีทางจะไม่คิดอะไรกับกงชิงวี่แน่นอน อีกทั้งกงชิงวี่เองก็ดูเป็นห่วงเป็นใยเอามากๆ
อ๋องจุ้นหย่งเห็นความคิดเลอะเทอะของลูกชายก็รู้สึกขำ เมื่อมีภรรยาแล้วก็ไม่เหมือนเดิมเลยจริงๆ
แต่อ๋องจุ้นหย่งเองก็พอใจในตัวอู๋โก๋ ลูกสะใภ้คนนี้เอามากๆ
ปฏิบัติต่อเขาผู้เป็นพ่อสามีอย่างเต็มที่
“ไม่จำเป็นแล้ว ข้ากับเสี่ยวฮวนขี่ตัวเดียวกัน” กงชิงวี่หันไปมองข้างๆ ยังมีม้าอีกตัวหนึ่ง กงชิงวี่เดินเข้าไปหาอันหลิงหยุน โน้มตัวลงแล้วอุ้มอันหลิงหยุนขึ้นไปบนหลังม้า แล้วตามขึ้นม้าไปทางด้านหลัง แล้วโอบเอวของอันหลิงหยุนมาจากทางด้านหลัง กระเป๋ายาของอันหลิงหยุน กงชิงวี่นำไปวางไว้ด้านหน้า จากนั้นจึงจับบังเหียนม้า อันหลิงหยุนอยู่ในอ้อมแขนของกงชิงวี่
ใช้ส้นเท้าเตะเข้าไปที่ท้องของม้า ม้าก็เริ่มออกเดินไปด้านหน้า
ตอนนี้อันหลิงหยุนไม่ได้รู้สึกเสียใจขนาดนั้นแล้ว ถึงแม้จะเสียใจก็ไม่อาจกลับไปได้ นางยังมีเรื่องสำคัญกว่าที่จะต้องทำอีก
ไม่นานม้าของกงชิงวี่ก็วิ่งไกลออกไปจากม้าของตนอื่นๆ กงชิงวี่ก้มหน้า ปากแตะอยู่บนใบหน้าของอันหลิงหยุน แล้วจูบนาง แล้วถามเบาๆว่า: “อาจารย์ของเจ้ายังอยู่ ทำไมไม่เคยได้ยินเจ้าพูดถึง?”
เรื่องของอันหลิงหยุน กงชิงวี่รู้สึกอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างมาก
อันหลิงหยุนพยัหน้า: “หม่อมฉันเรียกเขาว่าอาจารย์ พวกเราเรียกว่าอาจารย์”
มีคนคุยเป็นเพื่อนอันหลิงหยุน ทำให้อันหลิงหยุนรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนว่านางต้องการคนเช่นนี้ พูดคุยเป็นเพื่อนนาง
“อาจารย์?”
“อืม”
กงชิงวี่จูบอันหลิงหยุน ม้าเดินไปไม่เร็วไม่ช้า กงชิงวี่ถามเรื่องราวมากมาย อันหลิงหยุนเล่าเรื่องเกี่ยวกับการเรียนให้เขาฟัง
แต่การกลับไปครั้งนี้มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น ดังนั้นอัหลิงหยุนจึงได้เล่าเรื่องที่เคยปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหน้าสถาบันการแพทย์เมื่อสามสิบปีก่อนให้กงชิงวี่ฟัง
“หากเป็นเช่นนี้ เจ้าก็คือคนที่อาจารย์ของเจ้าชอบ?” กงชิงวี่รู้สึกแปลบในใจ