ตอนที่ 632
บทที่ 632 ความรอบคอบของฮั๋วฉิง
October 21, 2026
บทที่ 632 ความรอบคอบของฮั๋วฉิง
อันหลิงหยุนมองไปยังเหล่าเด็กน้อยด้วยความเห็นอกเห็นใจ คนที่อายุมากที่สุดคงจะประมาณสิบเอ็ดสิบสองขวบ ส่วนเด็กที่อายุน้อยที่สุดก็คือเด็กสาวคนนี้
“ท่านอ๋อง พวกท่านไปเถอะ ข้าไม่ไปด้วยแล้ว ข้าต้องดูแลเด็กๆเหล่านี้”อันหลิงหยุนคิดว่าควรที่จะจัดการกับเด็กเหล่านี้ให้เรียบร้อย
อันหลิงหยุนลุกยืนขึ้นแล้วหยิบยาออกมามอบให้กับกงชิงวี่ กงชิงวี่กล่าว:“ระวังตัวด้วย!”
“ข้ารู้แล้ว“
กงชิงวี่พาคนเดินจากไป เหลือคนไว้ไม่กี่คนให้กับอันหลิงหยุน อันหลิงหยุนรอจนเด็กๆกินอิ่ม จึงถามพวกเขาไปว่าเหตุใดถึงไม่มีคนดูแล
ไม่มีใครตอบเลยสักคน ทั้งยังบางคนก็รู้สึกไม่พอใจในตัวอันหลิงหยุนอีกเสียด้วย
บ้านเมืองล่มสลายครอบครัวล้มตาย อันหลิงหยุนเข้าใจถึงความรู้สึกของเหล่าเด็กน้อยเป็นอย่างดี จึงไม่ได้ถือโทษโกรธพวกเขา
อันหลิงหยุนรอให้พวกเขาตอบคำถาม แต่พวกเขาก็ไม่มีใครพูดออกมา มีแต่เพียงเด็กสาวที่เดินมาตรงหน้าของ อันหลิงหยุน แล้วมองอันหลิงหยุนละเอียด
อันหลิงหยุนพูดกับเด็กสาว:“เจ้าจะบอกกับข้าได้หรือไม่ว่าเจ้ามีเรื่องอะไรอยากให้ข้าช่วยเหลือ ข้าสามารถช่วยเจ้าได้”
เด็กสาวกล่าวถาม:“ท่านเป็นหมอ?”
อันหลิงหยุนมองไปยังกล่องยา ก่อนจะพยักหน้า :“ใช่”
เด็กสาวกล่าว:“มีคนได้รับบาดเจ็บ ท่านช่วยเขาได้หรือไม่?”
“ได้สิ เจ้านำทางข้าไป”
อันหลิงหยุนอุ้มเด็กน้อยขึ้น เด็กน้อยมองนาง อันหลิงหยุนเรียกให้คนนำเสื้อผ้าอุ่นๆมาให้ คลุมให้กับเด็กสาว
“เด็กคนอื่นๆให้อยู่ที่นี่ พวกเจ้าหาทางตามหาห้องพักมา จ่ายเงินก็ได้ แต่อย่าทำให้ประชาชนตื่นกลัว ข้าจะไปสักครู่ ส่วนเจ้าตามข้ามา”
อันหลิงหยุนไปพร้อมกับผู้ติดตามคนหนึ่ง
กงชิงวี่ที่ไปได้ไม่ไกลนัก มองเห็นอันหลิงหยุนอุ้มเด็กสาวเดินไป คนอื่นๆจึงต่างพากันหยุดเท้าลง
กงชิงวี่เป็นคนนำหน้า ส่วนคนอื่นๆเดินตามหลัง สักครู่มีคนเข้ามารายงานว่าพบคนที่หนีทหาร
ฮั๋วฉิงจึงตามไปที่นั่น ส่วนคนอื่นๆก็ทำการตระเวนตรวจรอบเมืองกันต่อไป
ฮั๋วฉิงมาจนถึงมุมตรอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหาร มองไปยังฮั๋วฉิงพร้อมกับกล่าวด้วยรอยยิ้ม:“แม่ทัพน้อย ตอนนี้ท่านไปเถอะ”
ฮั๋วฉิงตบผู้ช่วยผู้บัญชาการทหาร เบาๆเพื่อชื่นชม เพราะนางได้วางแผนเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้ว เหลือเพียงรอให้โอกาสนี้มาถึง
อันหลิงหยุนถามเด็กสาว:“เจ้ามีนามว่าอะไรหรือ?”
“ข้าชื่อเสี่ยวเฉียว!”
“งั้นหรือ?”อันหลิงหยุนหัวเราะ :“ช่างบังเอิญเสียจริง ข้าก็รู้จักคนผู้หนึ่งนามว่าเสี่ยวเฉียวเช่นกัน เป็นหญิงสาวที่งดงามมาก”
เด็กสาวไม่ตอบกลับใดๆ เอาแต่มองไปยังอันหลิงหยุน。
อันหลิงหยุนเพื่อที่จะทำให้บรรยากาศอบอุ่นขึ้น จึงเล่าเรื่องของจิวยี่แห่งสามก๊กเสี่ยวเฉียวและ เสี่ยวเฉียว เมื่อเล่าจบก็มาถึงที่พอดี อันหลิงหยุนยังกล่าวเสริมอีกว่า:“จำไว้ ตรงหน้าของจิวยี่ ได้มีจารึกเอาไว้สองด้าน เขียนว่าเป็นเลือดเนื้อกันกับจักรพรรดิ สามีของเสี่ยวเฉียวเป็นวีรบุรุษ”
เสี่ยวเฉียวมองอันหลิงหยุน:“จะบอกก็คือซุกเซนและจิ่วยี่เป็นพพี่น้อง แล้วสามีของเสี่ยวเฉียวก็คือวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่?”
“ก็สามารถเข้าใจเช่นนี้ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วก็คือซุกเซนสมรสกับต้าเฉียว ส่วนจิ่วยี่สมรสเสี่ยวเฉียว ในพวกเขาทั้งสอง จิ่วยี่เป็นคนที่น่าทึ่ง และมีความมานะ จึงกลายเป็นวีรบุรุษ”
“……”เสี่ยวเฉียวพยักหน้า อันหลิงหยุนรู้สึกว่าเด็กน้อยคนนี้เป็นคนนี้ฉลาดหลักแหลม อนาคตข้างหน้านางจะต้องเป็นผู้ที่ควรค่าแก่การสั่งสอน
เสี่ยวเฉียวหันหน้าไปมองด้านใน อันหลิงหยุนจึงวางตัวนางลง เสี่ยวเฉียวเอาเสื้อคืนให้กับอันหลิงหยุน แล้วเดินเข้าไปด้านใน
ลานนี้นับว่าไม่เล็ก แต่ภายในนั้นได้ถูกทำลายจนพังเสียหายไปหมดแล้ว จึงกลายเป็นเพียงลานประหลักหักพังเท่านั้น
ภายในลานไร้ผู้คน แต่เสี่ยวเฉียวก็ยังสาวเท้าวิ่งเข้าไปด้านใน เพียงครู่เดียวก็เจอกับชายชรามีอายุคนหนึ่ง
ชายชราหายใจยังอ่อนระทวย พอเห็นเสี่ยวเฉียวน้ำตาก็ไหลนอง:“เจ้ากลับมาทำไม ข้ากล่าวแล้วไม่ใช่หรือว่าเจ้าอย่ากลับมาอีก”
เสี่ยวเฉียวเดินไปตรงหน้าของชายชรา :“นี่คือหมออัน,นางสามารถรักษาอาการป่วยได้”
เสี่ยวเฉียวมองไปที่อันหลิงหยุน แล้วดึงนางไปยังตรงหน้าของชายชรา ชายชรามองอันหลิงหยุนอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะรีบลุกขึ้นมา :“ขอบคุณผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือเสี่ยวเฉียว ข้า……”
ชายชราต้องการจะกล่าวบางอย่าง จนเกือบจะสลบล้มลงไป อันหลิงหยุนเห็นดังนั้นจึงรีบพยุงชายชราเอาไว้ พอพยุงเอาไว้มั่นแล้ว อันหลิงหยุนจึงเดินเข้าไปนั่งด้านในสั่งให้ผู้ที่ตามมาไปนำอาหารมา