ตอนที่ 702
บทที่ 702 เป็นห่วงมู่มิง
October 21, 2026
บทที่ 702 เป็นห่วงมู่มิง
“เรื่องในวังยังไม่จบ ท่านอ๋องไม่จำเป็นต้องห่วงข้า สองสามวันนี้คงจะต้องเกิดความวุ่นวายขึ้น หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เวลาของท่านอ๋องคงจะมีไม่พอ ท่านอ๋องไม่ต้องมาสนใจข้า อาการป่วยของข้าข้าสามารถจัดการเองได้ รอให้ประเทศต้าเหลียงมีเสถียรภาพเสียก่อน แล้วข้าจึงจะไปหาท่านแม่ของร่างเดิม”
“......” กงชิงวี่มองดูที่ข้อมือของอันหลิงหยุน แล้วเริ่มที่จะดื้นรั้น
“ท่านอ๋อง ทำไมถึงไม่ทรบพูดอะไรเลยล่ะเพคะ ?” อันหลิงหยุนรู้สึกแปลกใจ จากนั้นจึงยกมือขึ้นลูบใบหน้าของกงชิงวี่ กงชิงวี่จับมือของอันหลิงหยุนเอาไว้ เขาไม่พูดอะไร แล้วใช้ใบหน้าถูไปมา
อันหลิงหยุนรู้สึกขำ : “ท่านอ๋อง ทรงทำอะไรเพคะ ?”
กงชิงวี่นอนทิ้งตัวทับลงไปตอนกลางวันแสกๆ อันหลิงหยุนนอนลงไป ทำหน้ารู้สึกขำ : “กลางวันแสกๆเช่นนี้ก็จะส่งเสบียงน้ำอสุจิแล้วหรือเพคะ ?”
“ข้าไม่อยากพูดอะไรมาก มีลูกสาวสักคนเถอะ”
อันหลิงหยุนทำหน้างง : “ท่านพูดจาเหลวไหลอะไร เด็กๆห้าคนนั้นยังไม่พออีกหรือเพคะ ?”
“ไม่พอ”
อันหลิงหยุนขัดขืน แต่นางไม่มีแรง ข้อมือของนางเองก็ไม่สามารถขยับได้
เมื่อเสร็จกิจ กงชิงวี่ก็นอนนิ่งอยู่บนเตียง ส่วนอันหลิงหยุนก็พันแผลใหม่ บาดแผลยังไม่มีวี่แววว่าจะสมานกัน อันหลิงหยุนก็จนปัญญาแล้ว
อันหลิงหยุนพันแผลเสร็จ ก็หันกลับไปดูกงชิงวี่ กงชิงวี่หรี่ตาลง แล้วค่อยๆหายใจอย่างแผ่วเบา ดูเหมือนว่าจะหลับไปแล้ว แต่เขากลับวางมือลงข้างๆตัวแล้วตบเบาๆ
อันหลิงหยุนรู้สึกขำ : “ยังไม่นอนหรือเพคะ ?”
“หยุนหยุน”
กงชิงวี่พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“อืม”
“ถ้าหากเจ้าไม่เป็นอะไร ข้าก็จะรับปากว่าจะไม่เข่นฆ่าคนบนโลก” กงชิงวี่พูดเช่นนั้น ทำให้อันหลิงหยุนผงะไปชั่วครู่ แต่ไม่นานก็ยิ้มออกมา
“ท่านอ๋องจะทรงฆ่าใคร แล้วเกี่ยวอะไรกับหม่อมฉันด้วยเพคะ ?”
“เดิมทีข้าคิดเอาไว้ว่า รอให้ราษฎรมีความมั่นคง รอให้ประเทศต้าเหลียงมีความมั่นคง ข้าก็จะสามารถเป็นท่านอ๋องที่สามารถโบยบินได้อย่างอิสระไม่ต้องถูกควบคุมอีก แต่การมาของหยุนหยุนนั้นเปลี่ยนแปลงข้า ข้าเองก็เคยคิดว่า อยากให้หยุนหยุนกลายเป็นผู้หญิงที่ได้รับเกียรติสูงสุดบนโลกนี้ คอยยืนอยู่เคียงข้างข้าคอยมองดูราษฎร
ข้าเองก็คิดในสิ่งที่ไม่ควรคิด ทันใดนั้นข้าเองก็นึกขึ้นได้ว่า ข้าเองก็มีความเห็นแก่ตัว
ข้ารู้สึกว่า สิ่งที่ดีที่สุดในโลก ควรที่จะเป็นของหยุนหยุน
“......ท่านอ๋องทรงพูดเหลวไหลอะไรกันเพคะ ที่ท่านอ๋องทรงอยากพิชิตใต้หล้า ไม่ใช่เป็นเพราะอ่านหนังสือประเภทนั้นมากหรอกหรือเพคะ จึงอยากที่จะยิ่งใหญ่ ?”
“ไม่ใช่ ข้าอยากจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดทั้งหมดให้แก่หยุนหยุน ตอนที่ข้าเข้าวัง ไม่ชอบให้หยุนหยุนคุกเข่าให้คนเหล่านั้น
แต่ข้ารู้ดีว่านี่คือวิธีที่จะทำให้อยู่รอด ดังนั้นข้าจึงสามารถอดทนได้
ข้าเต็มใจที่จะใช้ชีวิตอย่างสุขสงบกับหยุนหยุนที่นี่ แต่ถ้าหากข้าไม่มีหยุนหยุนแล้ว ก็ยินดีที่จะทำลายที่นี่ทิ้ง”
กงชิงวี่ลืมตาขึ้น ตาของเขามีน้ำตาคลออยู่ เต็มไปด้วยรู้สึกความโกรธแค้น
อันหลิงหยุนสูดหายใจเข้าเต็มปอด : “ท่านอ๋อง นี่ท่านคิดจะทำอะไร ? เกิดแก่เจ็บตายถือเป็นเรื่องธรรมดาเพคะ”
“ในเมื่อพระเจ้าทรงส่งหยุนหยุนมาแล้ว ก็ไม่อาจเอาคืนกลับไปได้ เขาเห็นข้าเป็นตัวอะไร เขาคิดที่จะเล่นตลกกับข้าอย่างนั้นหรือ ?”
“......” อันหลิงหยุนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี
ซาบซึ้งใจไหม ?
ก็มีบ้าง แต่ที่มีมากกว่าคือความกังวล ดูๆไปเหมือนเขาไม่ได้พูดเล่น
“ท่านอ๋อง อย่าทรงพูดเหลวไหลเพคะ”
“ข้าไม่ได้พูดเหลวไหล มาแล้วก็ไม่อาจจากไปได้ มิเช่นนั้นข้าจะใช้เลือดล้างแผ่นดิน ให้ประชาชนต้องเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า”
“เพื่ออะไรกันเพคะ ? ต่อให้ไม่มีหม่อมฉัน ท่านก็ยังเป็นท่าน ?”
กงชิงวี่มองอันหลิงหยุน : “ไม่ใช่”
“......” อันหลิงหยุนกลับไปนอน : “ชะตาชีวิตของคนฟ้าลิขิตเอาไว้แล้ว ได้มาประสบพบพานก็ถือว่าดีมากแล้ว ถ้าหากสองครั้งก่อนที่ข้ากลับไปแล้วไม่อาจกลับมาได้อีก ท่านก็จะไม่มีชีวิตอยู่ต่อแล้วอย่างนั้นหรือ ?”
“อืม”
ผู้ชายรับปากด้วยเสียงอันทรงพลัง
อันหลิงหยุนหันกลับไปมอง กงชิงวี่พลิกตัวกลับมานอนทับอันหลิงหยุนเอาไว้ แล้วมองลึกเข้าไปในดวงตา : “ชีวิตของเจ้าขึ้นอยู่กับข้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับสวรรค์ ถ้าหากพระเจ้าคิดจะเป็นศัตรูกับข้าแล้วล่ะก็ ข้าก็จะขอใช้เลือดล้างแผ่นดิน ให้ประชาชนต้องเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ข้ารู้ว่า......”
“เปรี้ยง !”
ด้านนอกมีเสียงฟ้าร้องดังขึ้น มีสายฟ้าฟาดตัดผ่านท้องฟ้าลงมาในทันที
อันหลิงหยุนผงะไปชั่วครู่ แล้วมองออกไปด้านนอกด้วยความสงสัย
อันหลิงหยุนรู้สึกแปลกใจ ทำไมเวลาเช่นนี้จึงมีฟ้าผ่าได้
อันหลิงหยุนยังไม่ทันได้ถาม กงชิงวี่ก็ลุกขึ้นจากตัวนางทันที สวมเสื้อผ้า แล้วเดินจ้ำอ้าวออกไปข้างนอก เขาผลักประตูออก ลมหนาวพัดสวนเข้ามาด้านใน