ตอนที่ 669
บทที่669ฮั่วฉิงผู้ทำเกินกว่าเหตุ
October 21, 2026
บทที่ 669 ฮั่วฉิงผู้ทำเกินกว่าเหตุ
เสินหยุนชูผอมลงไปมาก แต่ด้านสภาวะจิตใจก็ยังนับว่าดีอยู่ เพียงแค่ไม่ค่อยมีรอยยิ้มมากนัก
เมื่อเห็นบรรดาขุนนางทั้งบุ๋นบู๊ ก็เพียงยกยิ้มจาง ๆ แล้วกลับไปนิ่งเงียบก้มหน้าก้มตาดังเดิม
กงชิงวี่ถอนสายตาออก แล้วมองตรงไปข้างหน้า
ตอนนี้ อันหลิงหยุนอยู่ในอารมณ์ที่ซับซ้อนมาก คนหนึ่งต่อให้ตายก็ไม่ยอมกลับตัว อีกคนต่อให้ตายไม่ยอมปล่อยมือ
สองคนเจ้ามาข้าไป ไม่ใช่การใช้ชีวิตมาต่อสู้เดิมพันกันให้ตายไปข้าง แต่เหมือนเป็นการประชันขันแข่งกันแบบผิวเผิน ไม่เจ็บไม่คันอะไร แข่งขันกันไปไม่รู้จบ
งานเลี้ยงอาหารค่ำเริ่มขึ้น ฮ่องเต้ชิงหยู่ทรงตรัสชมเชยสดุดีผู้ทำผลงานเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงเป็นพิธีการยกจอกเหล้าคารวะ เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างก็ได้หน้ากันถ้วนทั่ว โดยเฉพาะผู้ที่กลับมาพร้อมชัยชนะอันยิ่งใหญ่เหล่านั้น
มีเพียงใบหน้าแก่ ๆ ของนายพลฮั่วเพียงคนเดียวที่แดงก่ำ เขาพยายามจะทูลฟ้องอยู่หลายครั้ง ก็ไม่มีโอกาสเสียที ในที่สุดเมื่อฮ่องเต้ชิงหยู่ทรงสนทนากับเขา นายพลฮั่วก็รีบฟ้องทันที
"ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันเห็นทีจะกินไม่ลงเสียแล้ว หม่อมฉันไม่ได้กลับมาเสียหลายปี ไม่คิดว่ากลับมาถึงเมืองหลวงได้ ก็สร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวตัวเองเสียแล้ว"
แม่ทัพฮั่วยกจอกเหล้าในมือ สีหน้าดูไม่ได้ คล้ายกับมันฝรั่งหวานที่สุกจนเหลืองอ๋อยอย่างไรอย่างนั้น
ฮ่องเต้ชิงหยูจำต้องตรัสถามแม่ทัพฮั่ว ว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่ความจริงทรงรู้สึกเสียพระทัยภายหลังเหลือเกินแล้ว
แต่เรื่องดำเนินมาจนถึงจุดนี้แล้ว จะพูดอะไรมากไปก็ไม่ดี จึงทำได้เพียงตรัสถามต่อไปว่า: "ไม่ทราบว่าแม่ทัพฮั่วประสบกับปัญหาอะไรเข้าแล้วหรือ?"
"ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันไม่ทราบว่าไปทำให้แม่ทัพอันขุ่นเคืองเรื่องใดเข้า ไม่เพียงมาทุบตีหม่อมฉันถึงที่จวน ยังเรียกให้คนมาจุดไฟเผาจวนฮั่วอีกด้วยพ่ะย่ะค่ะ"
แม่ทัพฮั่วโกรธมาก จ้องไปที่แม่ทัพอันตาเขม็ง
แม่ทัพอันยังคงมีท่าทีสงบเย็นชา ประหนึ่งว่าไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
ฮ่องเต้ชิงหยู่ทรงรู้แน่ในพระทัยแล้วว่า แม่ทัพอันจะต้องหาเรื่องเดือดร้อนให้พระองค์
"เอ่อ ... แม่ทัพอัน เรื่องนี้เป็นความจริงหรือ?" แม้ว่าฮ่องเต้ชิงหยูจะยังทรงยืดหยุ่น แลดูสงบและผ่อนคลาย แต่แท้จริงแล้ว ความไม่พอพระทัยกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย
อันหลิงหยุนจึงได้รู้ในตอนนี้เองว่า แม่ทัพอันไปเผาจวนฮั่วมาอีกด้วย
นี่มันช่างเหมือนกับไฟที่ไหม้จวนราชครูจุนก่อนหน้านี้ไม่มีผิด ไม่เสียแรงที่เป็นพ่อตาลูกเขยกันแท้ๆ กระทั่งวิธีการก็ยังเหมือนกัน
แม่ทัพอันกล่าวว่า:“ หม่อมฉันคิดว่า ลูกสาวของเขา มารังแกลูกสาวกับลูกเขยของหม่อมฉัน เช่นนั้นหม่อมฉันก็สมควรจะรังแกกลับไปเช่นกัน แต่หากหม่อมฉันไปทุบตีลูกสาวของเขา มันก็เหมือนผู้ใหญ่รังแกผู้น้อยไปหน่อย ไปทุบตีเขาแทนก็ถูกต้องเหมาะสมดีแล้ว”
"...." สีพระพักตร์ของฮ่องเต้ชิงหยู่ทรงผิดสีจนประหลาด: "เรื่องนี้ต้องเริ่มพูดจากตรงไหนล่ะนี่?"
"ฝ่าบาท เขาใส่ร้ายคนอื่นอย่างชั่วช้าสามานย์พ่ะย่ะค่ะ!"
แม่ทัพฮั่วลุกขึ้นยืนชี้หน้าตะโกนใส่แม่ทัพอัน แม่ทัพอันก็ลุกขึ้นเดินออกไปอย่างไม่ลังเล มุ่งหน้าตรงไปหาแม่ทัพฮั่วทันที
อันหลิงหยุนไม่มีทางเลือกอื่น ทำได้เพียงก้มหน้าลงแสร้งทำเป็นไม่เห็น
พ่อของนางช่างไม่กลัวฟ้าดิน ไม่กลัวกฎหมายอะไรเลยจริงๆ
แต่หากจะพูดไป พ่อของนางไม่กลัวกฎหมาย ไม่อายฟ้าดินก็แล้วไปเถอะ ทำไมกระทั่งสามีนางก็ยังเป็นไปด้วยอีกคนล่ะนี่
แม่ทัพฮั่วก็ไม่ถอย เดินออกไปเผชิญหน้า ทั้งสองคนทำท่าพร้อมจะเข้าต่อสู้ห้ำหั่นกันทุกเมื่อ
ฮ่องเต้ทรงบันดาลโทสะจนสีพระพักตร์เขียวคล้ำไปแล้ว: "อันจือซาน นี่เจ้ายังเห็นข้าอยู่ในสายตาบ้างหรือไม่?"
“ ฝ่าบาท เมื่อวานนี้หม่อมฉันกระอักเลือดจริงพ่ะย่ะค่ะ รวมทั้งอีกาตัวหนึ่งที่ลูกชายคนเล็กของหม่อมฉันเลี้ยงไว้ ก็ถูกแม่ทัพน้อยใช้ธนูยิงให้ตาย ซื่อจื่อน้อยถูกทำให้ตกใจจนล้มป่วย ท่านพ่อตาถูกกระตุ้นจนพลั้งมือไปบ้าง นั่นก็เพราะอารมณ์รักใคร่ห่วงใยทั้งสิ้น ขอฝ่าบาทโปรดทรงอภัยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
ทันทีที่เอ่ยถึงซื่อจื่อน้อยถูกทำให้ตกใจจนล้มป่วย ทั่วทั้งท้องพระโรงก็ตกอยู่ในความโกลาหล จนถึงตอนนี้ ฮ่องเต้เพิ่งจะมีพระธิดาเพียงพระองค์เดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงองค์รัชทายาทในอนาคตว่าจะมีหรือไม่ด้วยซ้ำ!
บรรดาขุนนางต่างก็มองไปที่แม่ทัพอันกับแม่ทัพฮั่ว แต่ไหนแต่ไรมา แม่ทัพทั้งสองต่างก็มีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน แต่เดิมที แม่ทัพอันก็ไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยอยู่แล้ว ยกมือขึ้นผลักแม่ทัพฮั่วไปทีหนึ่ง ผลักเสร็จก็ทูลลาฮ่องเต้ชิงหยู่เตรียมจะออกไป
"หม่อมฉันทูลลาพ่ะย่ะค่ะ"
แม่ทัพอันหมุนกายแล้วจากไปทันที ดูอย่างไรก็ช่างไม่เกรงกฎหมายไม่กลัวฟ้าดินโดยแท้
ฮ่องเต้ชิงหยู่ทรงคิดจะตรัสอะไรบ้าง แม่ทัพฮั่วที่ตอนนี้ทรงตัวยืนอย่างมั่นคงได้แล้ว ก็พลอยกล่าวทูลลาด้วยอีกคนทันที: "ฝ่าบาท หม่อมฉันก็ทูลลาเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ"
เดิมทีฮ่องเต้ทรงคิดจะรั้งตัวเขาไว้ แต่เมื่อทอดพระเนตรเห็นทั้งสองคน เดินโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงจากไป เหมือนว่าตั้งใจจะไปต่อยตีกันสักยกเป็นแน่
ผลเป็นดั่งที่คิด ทั้งสองคนออกไปตีกันอยู่นอกตำหนัก แต่แม่ทัพฮั่วไม่ใช่คู่มือของแม่ทัพอัน สู้แม่ทัพอันไม่ได้จึงเป็นฝ่ายเสียเปรียบ อ๋องตวนก็รู้สึกไม่วางใจ อย่างไรแม่ทัพฮั่วก็เป็นลุงของเขา จึงกล่าวทูลลาแล้วรีบออกจากห้องโถงมาทันที
ทันทีที่อ๋องตวนจากไป หยุนโล่ชวนก็ตามออกไปด้วยอีกคน
คนเริ่มจะเยอะขึ้นทุกที อันหลิงหยุนเองก็เริ่มจะไม่วางใจแล้วเช่นกัน กงชิงวี่จึงลุกขึ้นกล่าวทูลลา แล้วพาอันหลิงหยุนออกไปข้างนอกทันที
ฮ่องเต้ชิงหยู่ทรงคร้านจะสนพระทัยแล้ว จึงเสวยมื้อค่ำต่อ
แต่เพราะฮ่องเต้ไม่เสด็จไป ใครก็ไม่สะดวกจะไปเช่นกัน
ฮั่วฉิงก็ลุกขึ้นแล้วกล่าวทูลลาอีกคน
ช่วงเวลานี้เองที่ลานนอกตำหนัก กลับอึกทึกคึกคักขึ้นมาแล้ว
อันหลิงหยุนออกมาเห็นว่า อ๋องตวนกำลังช่วยแม่ทัพฮั่วต่อสู้กับแม่ทัพอัน
“ท่านอ๋อง”