ตอนที่ 699
บทที่699 ไม่รู้ว่าล้มไปกี่ครั้ง
October 21, 2026
อันหลิงหยุนส่งเหล่าลูกๆให้กับหยุนจิ่น จากนั้นพูดคุยกับแม่ทัพอันอยู่สองสามประโยคก่อนที่จะจากไป
ค่ำคืนนี้แม่ทัพอันไม่ได้กลับขวน หยุนจิ่นจึงต้องเฝ้าอยู่ห้องด้านนอก
อันหลิงหยุนกลับมาครั้งนี้ ก็รู้สึกอดไม่ได้ที่จะค่อยๆไปเยี่ยมดูแต่ละห้อง ดังนั้นหลังจาก ดูมาจนครบถึงค่อยกลับมาพักผ่อนที่ห้อง
พอนอนพักได้สักพัก กงชิงวี่ก็ถามถึงเรื่องบาดแผลขึ้นมา ทั้งยังยืนกรานที่จะขอดูให้ได้ ซึ่งหลังจากที่ได้ดูแผลเขาก็ไม่ได้นอนเลยทั้งคืนนั้น
เมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่กงชิงวี่ได้ออกไปข้างนอกแล้ว อันหลิงหยุนเองก็ไม่ได้ซักถามอะไร ซึ่งเขากำลังออกไปจัดการเรื่องของเสินเฉิงเสี้ยง
เขาเข้าไปถามไถ่เสินเฉิงเสี้ยงเป็นอันดับแรก ก่อนจะไปหาอ๋องตวน จนสุดท้ายถึงเดินทางเข้าวัง ราชครูที่อยู่หน้าประตูวังรออยู่แล้ว เขามองออกไปไกลๆก็เห็นใบหน้าอันเย็นชา และทรงอำนาจของกงชิงวี่ที่กำลังเดินมายังประตูวัง
“อ๋องเสียน ”ราชครูจุนเอ่ยปากเรียกทันทีที่ได้เจอกับกงชิงวี่
“อืม”กงชิงวี่เดินตรงเข้าไปในวังโดยไม่ได้สนใจเขา
ฮ้องเต้ชิงหยู่เมื่อเห็นกงชิงวี่กำลังเข้ามาในท้องพระโรงก็รูสึกแปลใจ เขาเข้ามาทั้งที่การประชุมกำลังจะเลิกแล้วอย่างนั้นหรือ?
“พระชายาเสียนไม่เป็นอันใดแล้วหรือ?”เขาถามเพราะได้ข่าวคราวเร่องของพระชายาเสียน แต่ในความเป็นจริงแล้วในสายตาของฮ้องเต้ชิงหยู่ ความเป็นจายร้ายดีของอันหลิงหยุนนั้นเขาไม่เคยสนใจเลยแม้แต่สกนิด
กงชิงวี่ตอบกลับ :“นางไม่เป็นอะไรแล้วพะยะค่ะ ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเป็นห่วง”
“อืม แล้วอ๋องเสียนมีกิจอะไรหรือ?”
ฮ้องเต้ชิงหยู่รู้อยู่แล้วว่าผู้มาเยือนต้องมีจุดประสงค์ ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ได้คิดที่จะประนีประนอมอย่างใด
กงชิงวี่หันไปมองราชครูจุน จากนั้นราชครูจุนจึงกล่าวขึ้นมา :“ทูลฮ้องเต้ เรื่องที่ญาติฝ่ายในของเฉิงเสี้ยงทำร้ายพระชายาเสีนได้ทำกรตรวจสอบจนชัดแจ้งแล้วพะยพค่ะ โดยทั้งหมดนี้เป็นความผิดของเสินเฉิงเสี้ยงแน่นอน และได้ทำการสรุปหลักฐานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนี่คือสาสน์ที่กราบทูลของหม่อนฉันพะยะค่ะ”
ราชครูจุนนำสาสน์ที่กราบทูลส่งขึ้นไป เสี่ยวสวีจื่อจึงรีบนำสาสน์ที่กราบทูลส่งมอบให้แก่ฮ้องเต้ชิงหยู่ ฮ้องเต้ชิงหยู่ที่เปิดดูอยู่ครู่หนึ่ง ก็เอามันโยนทิ้งไปอีกทาง
“เรื่องนี้เฉิงเสี้ยงไม่ได้ให้คำยอมรับผิด ส่วนเรื่องของญาติฝ่ายในก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ก่อนหน้านี้ข้าเคยได้ยินราชครูจุนกล่าวแล้ว ในเมื่อตอนนี้ทำการตรวจสอบอย่างแจ่มแจ้งแล้ว สรุปญาติฝ่ายในของเสินเฉินเสี้ยล้วนมีความเกี่ยวข้องด้วยทั้งหมด ทุกคนล้วนมีโทษ ฉะนั้นเรื่องนี้ปล่อยให้เป็นความรับผิดชอบของท่านราชครู เลิกการประชุมเถอะ ”
ฮ้องเต้ชิงหยู่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินจากไป กงชิงวี่จึงเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองฮ้องเต้ชิงหยู่เดินออกไป
ราชครูจุนหันไปมองกงชิงวี่ พลางลุกขึ้นยืนตัวตรงแล้วสะบัดชายเสื้อ
กงชิงวี่หันหลังแล้วกลับทันที
ตอนนี้ราชครูจุนเองกังลังจะกลับด้วยเช่นกัน ทั้งสองเดินตามกันไปคนหนึ่งนำหน้าอีกคนเดินตามหลังมา แต่เมื่อเดินไปได้สักพัก ทั้งสองก็มาเดินเคียงกันเสียอย่างนั้น
“อ๋องเสียนคิดจะทำเช่นไร?”ราชครูจุนถามอย่างสงสัย
กงชิงวี่ถามกลับไป :“เรื่องนี้ไม่ใช่ส่งมอบให้ท่านราชครูรับผิดชอบแล้วหรอกหรือ?”
“เมื่อตระกูลเสินพ้นผิด เช่นนั้นเฉิงเสี้ยงก็ต้องไร้ข้อความผิด”
“นั่นแน่นอนอยู่แล้ว”กงชิงวี่พูดจบก็เดินไป
ราชครูจุนหยุดเท้าจ้องมองกงชิงวี่ที่กำลังเดินไป มือทั้งสองขยับไปมาในแขนเสื้อ อ๋องเสียนมีเรื่องในใจเช่นนั้นหรือ?
ราชครูจุนหันหลังไปไปมองท้องพระโรงอยู่สักพัก ก่อนจะเดินกลับ
กงชิงวี่ที่ออกมา ก็เอกับอาหยู่ที่อยู่ตรงหน้าประตู โดยที่อีกด้านมีรถม้าคันหนึ่งกำลังจอดอยู่ แล้วหวางหวยอันจึงเปิดม่านรถออกมองมายังกงชิงวี่ พร้อมกับเรียกให้กงชิงวี่มาขึ้นรถ
กงชิงวี่ถาม :“มีเรื่องอะไรหรือ?”
“หาเจอตัวเฉิงเสี้ยงฮูหยินแล้ว”หวางหวยอันเมื่อได้เจอกับสิ่งที่ตนตามหา ก็รู้สึกว่าสิ่งที่ทำไปไม่เสียเปล่า
กงชิงวี่หันไปมอง :“หลิงหยุนเป็นคนปล่อยไปเอง ห้ามไปจับตัวมาเด็ดขาด เรื่องนี้ข้ามีแผนการไว้แล้ว เสินเฉิงเสี้ยงไม่อาจเป็นอะไรไปได้ เขาจะต้องมีชีวิต เพราะมันสามารถใช้ในการเอาชนะเสินหยุนเจ๋ได้ ”
ราชครูจุนที่เพิ่งเดินออกไป ได้ยินเรื่องนี้เข้าพอดี ราชครูจุนถึงกับหยุดชะงักด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย
“อ๋องเสียน นี่ท่านคิดจะเริ่มลงมือจากภายในวังก่อนงั้นหรือ?”
“ท่านราชครู เด็กคนนั้นเป็นเหลนของท่านสินะ ?”
กงชิงวี่กล่าวถาม ราชครูจุนจึงหันไปจ้องมองกงชิงวี่ :“ฝ่าบาทสั่งให้หม่อนฉันตาย หม่อนฉันก็ต้องไปตาย หม่อนฉันไม่อาจที่จะร้องเรียนสิ่งใดได้ ”
“เช่นนั้นนางไม่ควรที่จะไปอยู่ในมือของฮองเฮา”
ราชครูจุนถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ :“แต่เรื่องราวกลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว ไม่อาจมีหนทางอื่นอีกแล้ว”
“พระสนมเซียวเกิดอาการคลุ้งคลั่งเสียสติ พระสนมมิงถูกนำตัวไปยังตำหนักเย็น ส่วนฮองเฮากลับเอาตัวรอดเพียงผู้เดียว ช่างน่าสนใจเสียจริง !”
แต่ราชครูจุนกลับไม่เข้าใจ