ตอนที่ 754
บทที่754ล้วนแล้วแต่มารอเพื่อตรวจโรค
October 21, 2026
บทที่ 754 ล้วนแล้วแต่มารอเพื่อตรวจโรค
“แค่เหตุบังเอิญเท่านั้น” อันหลิงหยุนพูดตอบไปสองสามคำ
“ได้ยินมาว่ามกุฎราชกุมารีทรงเป็นหมอเทวดาของประเทศต้าเหลียง ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ?” ต้าฟูเฟยใบหน้าเต็มไปด้วยความเคารพ อันหลิงหยุนพอจะมองออกว่านางมีเรื่องบางอย่าง จึงได้ลองมองคนผู้นี้โดยละเอียด
คนผู้นี้อายุประมาณสามสิบปี รูปร่างหน้าตาสง่างาม สวมใส่เครื่องแบบข้าราชการ ในมือถือแผ่นฮู้ว่าราชการเอาไว้
“ถ้าจะบอกว่าเป็นหมอเทวดาคงมิกล้ารับ แต่ข้าเป็นหมอจริงๆ ท่านมีเรื่องอะไรก็พูดมาตรงๆเถอะไม่ต้องอ้อมค้อม ถ้าหากมีอะไรที่ข้าช่วยได้ ข้าก็จะช่วยอย่างแน่นอน”
“เรื่องนี้......” ต้าฟูเฟยสีหน้าหดหู่ หันมองรอบๆแล้วรู้สึกลำบากใจ จึงพูดว่า : “หม่อมฉันขอคุยกับมกุฎราชกุมารีเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่ ?”
“เอาอย่างนี้ เจ้าจงไปที่วิหารบรรทมรอง เสื้อผ้าที่ข้าใส่อยู่นี้หนักเกินไป ข้าจะขอเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อย ถ้าเจ้ามีธุระต้องการพบข้า ก็จงไปที่วิหารบรรทมรอง คนอื่นๆก็เช่นกัน ถ้าหากในบ้านมีคนไข้ก็สามารถไปหาข้าได้ ส่วนเรื่องอื่นนั้นข้าไม่อาจช่วยได้จริงๆ”
“รับด้วยเกล้า ขอบพระทัยมกุฎราชกุมารี” ต้าฟูเฟยรีบพูด
จากนั้นอันหลิงหยุนจึงกลับไปพร้อมกับกงชิงวี่ เมื่อพวกเขาออกจากประตูไป อันหลิงหยุนก็เป็นฝ่ายคว้ามือของกงชิงวี่ไปจูง แต่สีหน้าของเขากลับเย็นชา
“ท่านอ๋องเกรงว่ากำหนดการที่จะเดินทางกลับจะต้องเลื่อนออกไปใช่ไหมเพคะ ?”
“ข้ากลัวว่าเจ้าจะเหลวไหลอีก ถ้าสามวันจริงดังที่ว่าก็คงไม่เป็นไร เพียงแต่ว่าเหมื่อเห็นท่าทีของซูอู๋ซินแล้ว ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมปล่อยพวกเราไปง่ายๆ”
“ลองหาเวลาไปถามดูสิเพคะ เขาเองก็เป็นคนที่พูดคุยได้ง่าย” อันหลิงหยุนกลับไม่รู้สึกว่าซูอู๋ซินมีความเหินห่างกับเขา
รอบๆมีคนเดินตามไป อันหลิงหยุนหันมอง แล้วโบกมือเพื่อส่งสัญญาณให้เหล่าขันทีแยกย้ายกันไปก่อน เหล่าขันทีหันหลังเดินจากไป อันหลิงหยุนจึงได้ก้มหน้าลงพูดว่า : “ท่านอ๋อง ท่านรู้หรือไม่ว่าสุสานหลวงของหนานอี้ซ่อนอะไรเอาไว้ ?”
กงชิงวี่หันมอง : “ไม่ใช่หนอนพิษกู่หรือ ?”
เสี่ยวเฮยถูกนำมาจากภายในสุสานหลวงของหนานอี้ กงชิงวี่ใช่ว่าจะเดาไม่ออก
อันหลิงหยุนหันมองซ้ายมองขวา แล้วโบกมือเพื่อส่งสัญญาณให้กงชิงวี่ก้มหัวลง
กงชิงวี่ก้มหัว อันหลิงหยุนเข้าไปกระซิบที่ข้างหูเขา : “ทรัพย์สมบัติที่ใช้ไม่มีวันหมด”
กงชิงวี่ถอยห่างออกมาแล้วหันมองอันหลิงหยุน แววตาของอันหลิงหยุนทั้งสองข้างเป็นประกาย แล้วยิ้มออกมาอย่างสดใส
กงชิงวี่ยืนนิ่ง พลิกมือขึ้นมากุมมือของอันหลิงหยุนเอาไว้ : “เห็นมาแล้ว ?”
อันหลิงหยุนดึงมือกลับ แล้วนำกำไลคู่หนึ่งออกมาจากหน้าอกให้กงชิงวี่ดู : “ท่านอ๋อง ท่านดูนี่ !”
กงชิงวี่ก้มลงมองกำไลสีเขียวที่อยู่ในมอของอันหลิงหยุน แล้วยกมือของอันหลิงหยุนขึ้นมาดูอย่างละเอียด : “กำไลนี่คุณภาพไม่เลวเลย”
“แน่นอว่าไม่เลว นี่คือของที่ถูกฝังอยู่ในสุสานหลวงของหนานอี้ด้วย”
“ของเช่นนี้ทำไมถึงได้นำออกมาอีก ?”
ของของคนตายกงชิงวี่ไม่รู้สึกอยากได้ เขาไม่ได้รู้สึกว่าเป็นลางร้าย เพียงแค่เขารู้สึกว่าไม่ได้ขาดแคลนของสิ่งนี้
อันหลิงหยุนเก็บกลับไป : “ของสิ่งนี้ซูอู๋วินให้หม่อมฉัน เขายังบอกอีกว่าประเทศต้าเหลียงนั้นยากจน ข้าแต่งกับท่าน คงจะต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากแน่นอน ดังนั้นจึงต้องการที่จะยกของที่อยู่ในสุสานหลวงของหนานอี้ให้แก่หม่อมฉัน คงจะยกให้เป็นสินสอดแก่หม่อมฉัน”
“ให้เจ้าทั้งหมด ?”
กงชิงวี่เลิกคิ้ว รู้สึกไม่เชื่อ
อันหลิงหยุนพูดเสริมอีกว่า : “มากกว่าที่ท่านหาได้ในหวูโยกั๋วเมื่อครั้งก่อนเป็นสิบเท่า”
กงชิงวี่แววตาเป็นประกาย อันหลิงหยุนเห็นแววตาที่ละโมบของเขาก็รู้สึกขำ
“ที่บอกว่าสิบเท่า ก็แค่กองขนาดนี้” อันหลิงหยุนตั้งใจวาดมือให้เห็นเป็นกองใหญ่ ยังไม่ทันรอให้กงชิงวี่ดึงสติกลับมา นางก็ตบกำไลที่เหน็บไว้ตรงเอว : “ชิ้นนี้ก็แค่หยิบมาให้หม่อมฉันแบบไม่ได้เลือก ล้วนแล้วแต่เป็นของดี ขนาดแค่หยิบออกมาหนึ่งอย่างโดยไม่ได้เลือกยังล้ำค่าขนาดนี้”
“ช่างใจกว้างจริงๆ ถ้าหากข้าต้องการก็เข้าแผนของเขา แต่ถ้าหากข้าไม่ต้องการ ของมากมายขนาดนี้ ข้าก็ไม่อาจทำใจได้อีก”
กงชิงวี่จูงมืออันหลิงหยุนเดินไป เดินไปพลางรู้สึกขำไปพลาง
ทั้งสองกลับไปถึงวิหารบรรทมรอง อันหลิงหยุนเปลี่ยนไปสวมใส่เสื้อผ้าที่เบาสบาย จากนั้นก็มีคนมาขอเข้าเฝ้า
อันหลิงหยุนเรียกให้เข้ามา เป็นต้าฟูเฟยนี่เอง
“เชิญใต้เท้า”
“หม่อมฉันมิบังอาจ หม่อมฉันเข้ามารบกวนมกุฎราชกุมารีแล้ว” ต้าฟูเฟยโน้มตัวลงแล้วพูด