ตอนที่ 1430
บทที่ 1430
October 21, 2026
จดหมายเหล่านั้นเขียนถึงครอบครัวของนาง
ดูเหมือนว่าจะถูกเขียนขึ้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน
ลั่วชิงยวนมิได้เปิดอ่าน
นี่คงเป็นจดหมายที่อวี๋ตันเฟิ่งเขียนหลังจากที่นางแยกทางกับครอบครัว เป็นคำพูดในใจที่อยากจะกล่าวแต่ก็มิอาจกล่าวได้
คิดดูแล้วหลังจากที่นางถูกโหยวจิ้งเฉิงฆ่า นางคงรู้สึกเสียใจที่มิได้ส่งจดหมายเหล่านี้ออกไป
อย่างน้อยก็คงพอจะบอกข่าวคราวให้คนในครอบครัวได้ทราบบ้าง จะได้มิเงียบหายไปนานถึงเพียงนี้
ลั่วชิงยวนมิรู้ว่าตอนนี้จะยังสามารถหาบิดามารดาและพี่น้องของอวี๋ตันเฟิ่งได้หรือไม่ แต่นางจะนำจดหมายเหล่านี้ลงจากเขาไปด้วย เพราะนี่เป็นหลักฐานว่านางเคยพบกับอวี๋ตันเฟิ่ง
เมื่อได้สิ่งของครบถ้วนแล้ว พวกนางก็เตรียมตัวลงจากเขา
เนื่องจากคนใบ้มิยอมเดินทางไปกับพวกนางด้วย ลั่วชิงยวนจึงกำชับลุงเฉิงให้จัดคนไปส่งคนใบ้ลงจากเขา
ในขณะที่กำลังออกกันไป ฟู่เฉินหวนที่ยืนอยู่บนยอดเขากำลังทอดสายตามองลงมาเงียบเชียบ ต้นไม้ในป่าหนาทึบ เขามองมิเห็นเงาร่างของลั่วชิงยวนเลย
เวลาผ่านไปรวดเร็วจริง ๆ รู้สึกว่ายังไม่มีเวลาได้อยู่ด้วยกันนานเท่าไหร่ก็ต้องจากกันอีกแล้ว
“ชิงยวน หวังว่าคราวหน้าที่จะได้พบกันคงจะมิใช่ในสถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้”
ขณะที่กำลังลงจากเขา จู่ ๆ ลั่วชิงยวนก็หยุดเดินแล้วเหลียวมองไปยังยอดเขา
เฉินชีหันมามองนาง “มีกระไรหรือ?”
ลั่วชิงยวนหันกลับมา แล้วเดินลงเขาต่อ “เพียงแค่รู้สึกอาลัยอาวรณ์เพราะอยู่ที่นั่นนานเกินไปเท่านั้น”
เฉินชียกยิ้มจาง “แต่ที่นั่นมิใช่ที่ของเจ้าสักหน่อย ตำแหน่งเจ้าเมืองเล็ก ๆ จะไปสำคัญกระไร เจ้าต้องเป็นนักบวชระดับสูงต่างหาก!”
ลั่วชิงยวนมิได้เอ่ยคำใด
หลังจากลงจากเขาแล้วก็เห็นว่ารถม้าของเฉินชีเตรียมพร้อมเรียบร้อย กองทหารก็รอคอยอยู่อย่างเป็นระเบียบ
ลั่วชิงยวนและอวี๋โหรวนั่งรถม้าคันเดียวกัน
การเดินทางค่อนข้างไกล กอปรกับถนนหนทางขรุขระ เมื่อออกเดินทางไปได้มินานลั่วชิงยวนก็เผลอหลับไป
ในขณะที่หลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงเรียกข้างหูดังขึ้น
“ชิงยวน กินยาได้แล้ว ตื่นเร็ว”
ลั่วชิงยวนสงสัยว่าเหตุใดจึงเป็นเสียงบุรุษ และเสียงก็มิเหมือนเสียงของเฉินชีด้วย
ในวินาทีต่อมาเมื่อลืมตาขึ้นมา ใบหน้าใหญ่ใบหน้าหนึ่งก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า