ตอนที่ 549
บทที่ 549
October 21, 2026
ในยามนี้เอง คนของทางการจากด้านในก็หามศพทั้งสองร่างที่คลุมด้วยผ้าขาวออกมา ยามที่ลมพัดตลบ ไม่ว่าผู้ใดก็เห็นศพไหม้เกรียมที่อยู่ข้างในได้ราง ๆ
พวกเขาน่าจะเป็นบุรุษชุดดำทั้งสองคนในห้องที่ฟาดลั่วชิงยวนจนหมดสติไป
“โอ้สวรรค์ เรือนของข้ากลายเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน? สวนเซียงอู๋ของข้า!”
น้ำเสียงลนลานและตื่นตระหนกพลันดังขึ้น
เมื่อบุรุษแต่งกายภูมิฐานเห็นสภาพน่าอนาถของสวนเซียงอู๋ เขาก็สะดุดล้มลงกับพื้นด้วยท่าทีสิ้นหวังพลางน้ำตาไหลอาบหน้า
ผู้คนรอบตัวพยายามปลอบใจเขา “โอ้ เถ้าแก่หลิวช่างโชคร้ายเสียจริง”
“เถ้าแก่หลิว เจ้าซ่อมแซมอีกสักหนก็น่าจะกลับคืนสู่สภาพเดิมแล้วล่ะ”
ลั่วชิงยวนทราบจากบทสนทนาของผู้คนรอบตัวว่า บุรุษผู้นี้คือหลิวซิงเหอผู้เป็นเจ้าของสวนเซียงอู๋นั่นเอง
สวนเซียงอู๋แห่งนี้ได้รับการออกแบบจากผู้มากพรสวรรค์ทั้งสิบแปดคนโดยเฉพาะ ทั้งยังใช้เวลาถึงสามปีกว่าจะแล้วเสร็จ ทัศนียภาพทั้งหมดทั้งน้อยใหญ่ล้วนใส่ใจทุกรายละเอียด
สวนเซียงอู๋แห่งนี้เปิดให้ขุนนางชั้นสูงเช่าเท่านั้น เนื่องจากพวกเขาเกรงว่าคนทั่วไปจะไม่รู้จักวิธีทะนุถนอมมันเอาไว้
ทว่าคราวนี้สวนเซียงอู๋ก็ยังถูกทำลายลง หลิวซิงเหอนั่งลงกับพื้นด้วยท่าสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด ลั่วชิงยวนอยากจะเข้าไปถามเขาว่าคราวนี้เป็นลั่วเยวี่ยอิงหรือคนอื่นที่เช่าสวนเซียงอู๋
อีกทั้งนางก็อยากจะรู้ว่าไฉนท้ายเรือนจึงลุกไหม้ได้ง่ายถึงเพียงนั้น
แต่กลับมีหลายคนมารุมล้อมหลิวซิงเหอเพื่อปลอบโยนเขา ลั่วชิงยวนจึงหาโอกาสมิได้สักที
นางได้แต่รอคอยให้หลิวซิงเหอเป็นฝ่ายออกจากสวนเซียงอู๋ไปเอง จากนั้นค่อยตามเขาออกไป
ทว่าสิ่งที่มิได้คาดคิดก็คือ ทันทีที่หลิวซิงเหอที่เมื่อสักครู่ยังคงร้องไห้หันหลังกลับ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
สีหน้าหาได้มีความโศกเศร้าแช่นนั้นแต่อย่างใดไม่
ลั่วชิงยวนรีบเดินเข้ามาหาทันที “เถ้าแก่หลิว”
หลิวซิงเหอตื่นตกใจไปชั่วขณะแล้วหันกลับมา “เจ้าตามหาข้าหรือ?”
ลั่วชิงยวนถามว่า “เถ้าแก่หลิวรู้สาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้หรือไม่เจ้าคะ?”
เมื่อหลิวซิงเหอได้ยินเช่นนี้ เขาก็โบกมือพลางถอนหายใจ “ข้ามิอยากได้ยินเรื่องนี้อีก อย่าเอ่ยถึงสวนเซียงอู๋กับข้าเลย”
หลังจากนั้นเขาก็ขึ้นรถม้าเตรียมที่จะจากไป
“เถ้าแก่หลิวมิอยากรู้ว่าผู้ใดที่ทำให้สวนเซียงอู๋ถูกเผาจนกลายเป็นเช่นนี้หรอกหรือ?” ลั่วชิงยวนหรี่ตามองหลิวซิงเหอ
นางอยากจะเห็นสีหน้าเศร้าโศกของหลิวซิงเหอ ทว่ากลับหามีไม่ สีหน้าเศร้าโศกของเขากลับเจือไปด้วยวี่แววหมดความอดทนอย่างเห็นได้ชัด