ตอนที่ 70
บทที่ 70
October 21, 2026
หากเป็นลั่วชิงยวนในอดีต เมื่อได้ยินเช่นนี้ นางคงจะรู้สึกอับอายและหนีไปจากที่นี่ทันที จากนั้นก็ซ่อนตัวและไม่เจอใครอีกเลย
แต่ลั่วชิงยวนในยามนี้ มองทุกคนที่พูดถึงนางต่อหน้าด้วยสายตาเย็นชาและสีหน้าไม่เปลี่ยน
“พูดพอแล้วหรือยัง? น่าเสียดายนักที่พวกเจ้าเป็นสตรีจากตระกูลสูงศักดิ์ ของแท้ของปลอมยังไม่แม้แต่จะแยกได้ แต่กลับนินทาและชี้นิ้วไปที่ผู้อื่น นี่คือสิ่งที่พวกเจ้าถูกสั่งสอนมาย่างนั้นรึ?”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนในที่นี้ต่างก็พลันหน้าซีด
ทุกคนต่างตกตะลึง ลั่วชิงยวนมิเคยกล้าพูดเช่นนี้ นับประสาอะไรกับการกล้ามองทุกคนเยี่ยงนี้ โดยเฉพาะการจ้องมองที่ดูถูกเหยียดหยามนั้น มันเหมือนกับการพยายามฉีกใครสักคนทั้งเป็น
คนผิวหน้าบางสองสามคนก็หน้าแดงกับคำพูดของลั่วชิงยวนทันที
บางคนถึงกับหน้าแดงด้วยความโกรธและพูดอย่างไม่พอใจว่า “เห็นได้ชัดว่าเจ้ากำลังใส่ของปลอม และน้องสาวของเจ้าก็เป็นพยานได้ เราจะพูดมิได้งั้นรึ?”
ลั่วชิงยวนเยาะเย้ยเบา ๆ สายตาเย็นชาของเธอกวาดไปรอบ “แขกผู้มีเกียรติที่นี่ยังพูดไม่พออีกรึ? สนุกกับการเยาะเย้ยผู้อื่น เป็นเหมือนพวกขี้นินทา พวกเจ้าได้เรียนรู้อะไรจากสี่ตำราห้าคัมภีร์ วิธีหัวเราะและทำให้ผู้อื่นอับอายเพื่อความสนุกสนานหรือไร?”
หากคนพวกนี้ไม่ได้พูดคำเยาะเย้ยเหล่านั้นต่อหน้าลั่วชิงยวน ลั่วชิงยวนคงไม่อารมณ์เสียขนาดนี้
เจ้าของร่างเดิมนั้นเก็บความแค้นไว้ในใจ เก็บมันไว้กับตัวเองมาตลอด
ยามนี้ลั่วชิงยวนต้องการระบายความแค้น และยืนหยัดเพื่อตน
มีคนโต้กลับด้วยความโกรธว่า “พวกข้าอยากพูดอะไรก็ย่อมได้ มิใช่ธุระกงการอันใดของเจ้า หากข้าเป็นเจ้า ช้าจะมุดหัวซ่อนตัวอยู่แต่ในเรือนมิออกมาอีก จะมิทำให้คนเกลียดชังเช่นนี้”
ลั่วชิงยวนหันไปมองผู้หญิงหน้าแดง สีหน้านิ่งเฉย พูดด้วยน้ำเสียงไม่แยแสว่า “ใช่ ปากของพวกเจ้าเป็นของพวกเจ้าจริง ๆ จะพูดอะไรก็ย่อมได้ ข้าควบคุมมิได้หรอก แต่ก่อนข้านิสัยดี แต่ยามนี้ไม่ใช่ พวกเจ้าลองพูดอีกคำเดียวสิ ดูว่าข้าจะตบพวกเจ้าสักสองสามทีหรือไม่”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนที่นี่กลัวและมีสีหน้าเปลี่ยนไป
หญิงผู้นั้นโกรธจนหน้าแดง เอ่ยวาจามิออกไม่แต่คำเดียว
สุดท้ายแล้ว มันเป็นเรื่องจริงในอดีตที่ลั่วชิงยวนมิกล้าโต้เถียง ถึงนินทานางต่อหน้าและลับหลังนางอย่างกำเริบเสิบสาน