ตอนที่ 1338
บทที่ 1339 บังเอิญเจอ
October 22, 2026
อนที่ 1339 บังเอิญเจอ
“รุ่ยเออร์”
ผู้อาวุโสฮวาเฟิงพูดแทรกนางขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ชือรุ่ยเออร์หันศีรษะกลับไป
ผู้อาวุโสฮวาเฟิงยิ้มบางๆ แล้วพูดขึ้นมาว่า
“ได้ยินมาว่าช่วงนี้เฟยซิงเหมินของเจ้าได้รับสัตว์อสูรตัวใหม่มาหรือ?”
เขาเปลี่ยนเรื่องพูดได้อย่างกะทันหัน ทุกคนสามารถมองออกว่าผู้อาวุโสฮวาเฟิงต้องการจะสื่ออันใด
แววตาของชือรุ่ยเออร์สั่นสะท้านเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
“เจ้าค่ะ ช่วงนี้ท่านพ่อของข้าเพิ่งล่าอินทรีสามตามาใหม่หนึ่งตัว”
หัวใจของฉู่หลิวเยว่กระตุกวูบ
เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสฮวาเฟิงไม่อยากให้ชือรุ่ยเออร์พูดถึงหรงซิวในปีนั้น
น่าจะเป็นเพราะเรื่องที่เกี่ยวกับนาง
แล้วอีกอย่าง…นางก็คิดไม่ถึงเลยว่า ก็จะมีอินทรีสามตาด้วยเช่นเดียวกัน
นับว่าเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ
“อินทรีสามตามีสายเลือดสูงส่ง ดุร้ายหยิ่งผยอง แทบจะไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์เลย และตลอดหนึ่งพันปีที่ผ่านมามันก็ไม่ได้ปรากฏตัวออกมาเลย ดูเหมือนว่าครั้งนี้ ท่านพ่อของเจ้าคงจะโชคดีมากแล้ว”
ชือรุ่ยเออร์ยิ้มอย่างสดใส
“ท่านพูดได้ถูกต้อง อินทรีสามตาทำให้เชื่องมันยากมาก ท่านพ่อกว่าจะสร้างความคุ้นเคยกับมันก็ต้องใช้เวลากว่าสามเดือน จนในตอนนี้ถือว่ามันเชื่องมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว”
ทันใดนั้นฉู่หลิวเยว่ก็สามารถสัมผัสระลอกคลื่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายได้
เหมือนว่าหลังจากที่อินทรีสามตาได้ยินคำพูดนั้น มันก็มีความรู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมา
ฉู่หลิวเยว่กล่าวปลอบโยนในใจสองสามประโยค จากนั้นมันก็ค่อยๆ สงบลงได้
ท้ายที่สุดแล้วก็เผ่าพันธุ์เดียวกัน…จะไม่ให้สนใจเลยได้อย่างใด?
ยิ่งไปกว่านั้นอินทรีสามตาที่อยู่ภายในร่างของนาง ก็เคยเป็นตำแหน่งหัวหน้าเผ่าอินทรีสามตาด้วย
ทันใดนั้นผู้อาวุโสคนหนึ่งก็ถามขึ้นมาว่า
“รุ่ยเออร์ ถ้าข้ายังจำไม่ผิดละก็ เหมือนว่าเจ้าจะยังไม่มีสัตว์อสูรในพันธสัญญาใช่หรือไม่?”
ชือรุ่ยเออร์เป็นปรมาจารย์ด้านการต่อสู้ แต่กลับไม่มีอสูรในพันธสัญญา
หากว่าด้วยพรสวรรค์และฐานะของนางแล้ว สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์สักตัว ก็เหมาะสมกับตำแหน่งของนางอย่างมาก
แต่ตั้งแต่นางออกจากสำนัก นางก็ไม่ได้คัดเลือกสัตว์อสูรตัวใดเพื่อมาทำพันธสัญญาเลย
ชือรุ่ยเออร์เม้มริมฝีปาก
“ตอนนี้มีแล้วเจ้าค่ะ ก่อนที่จะมาที่นี่ ท่านพ่อได้มอบอินทรีสามตาตัวนั้นให้กับข้า”
ผู้อาวุโสฮวาเฟิงและคนอื่นๆ แสดงสีหน้าตกใจ แต่หลังจากที่ครุ่นคิดแล้ว ก็คิดว่านี่เป็นเรื่องที่เหมาะสมอย่างมาก
ด้วยฐานะคุณหนูลำดับสองแห่งเฟยซิงเหมิน ชือรุ่ยเออร์ได้รับความรักและเอาใจใส่มากมาย การที่จะได้รับของเช่นนี้เป็นเรื่องปกติแล้ว
“มิน่าล่ะ…ถ้าเช่นนั้นก็ขอแสดงความยินดีกับเจ้าด้วย จริงสิ ดูเหมือนว่าระดับการฝึกฝนของเจ้าก็เลื่อนขั้นอีกครั้งแล้ว?”
ชือรุ่ยเออร์พยักหน้ายอมรับอย่างใจกว้าง ก่อนจะตอบว่า
“หากไม่เป็นเช่นนี้ ท่านพ่อก็คงไม่มอบอินทรีสามตาตัวนั้นให้กับข้า”
ผู้อาวุโสฮวาเฟิงและคนอื่นๆ สบสายตากัน
ดูเหมือนว่าตำแหน่งสืบทอดของชือรุ่ยเออร์จะมั่นคงมากแล้ว
ในขณะเดียวกันนั้นเอง ทางด้านหน้าก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น
“ดูเหมือนว่าจะมีคนวิ่งมาจากทางด้านหน้าของพวกเรา”
ชายชราคิ้วสีขาวที่ยืนอยู่ด้านข้างของชือรุ่ยเออร์ก็พูดขึ้น
สายตาของชายชราคิ้วขาวจ้องเขม็ง จากนั้นก็พยักหน้า
“คนเดียว”
เช่นนั้นก็แปลกแล้ว
ในสถานที่ที่อันตรายเช่นนี้ ทุกคนต่างร่วมกันเป็นกลุ่มก้อน อย่างน้อยต้องมีสามถึงห้าคน ไม่มีทางเดินมาคนเดียวเด็ดขาด
แบบนี้มันต่างจากรนหาที่ตายอย่างใด?
“เหมือนว่าคนผู้นั้นจะเป็นผู้หญิง และน่าจะอยู่คนเดียว”
ผู้ชายชราคิ้วขาวหันไปสอบถามชือรุ่ยเออร์
“คุณหนูรอง คนผู้นี้…พวกเราจะช่วยหรือว่าไม่ช่วย?”
ความจริงแล้วเขายังเอนเอียงไปทางไม่ช่วย
ใครจะรู้เล่าว่าอีกฝ่ายนั้นมีที่มาที่ไปเป็นอย่างใด?
หากช่วยนางมาได้แล้ว แต่สุดท้ายกลับโดนทำร้ายเสียเองล่ะ?
ภายในบุพกาลชายแดนเหนือ ชีวิตของทุกคนล้วนแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไม่มีเรื่องอันใดที่ทำไม่ได้?
ชือรุ่ยเออร์ครุ่นคิด แล้วส่ายหน้า
“ไม่ต้องไปสนใจ”
หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็พูดขึ้นอีกว่า
“หากนางเข้ามาใกล้ ก็จัดการได้เลย”
“ขอรับ!”