ตอนที่ 152
บทที่ 153 เยี่ยมเยียน
October 22, 2026
ผู้อาวุโสซุนให้คนพาฉู่หนิงส่งกลับบ้าน และหาคนดูแลเป็นพิเศษเพราะกลัวว่าจะมีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้น
เขาเข้าใจความรู้สึกของฉู่หนิงเป็นอย่างดี แต่สภาพของเขาในตอนนี้ หากไปคนเดียวแล้ว เขาก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่
ทำไมเขาจะไม่รู้สึกโศกเศร้าเสียใจล่ะ
ตอนแรกเขาถูกชะตากับฉู่หลิวเยว่มากขนาดนั้น จนถึงขั้นรับนางมาเป็นศิษย์ของตน ถ้าหากว่าเขาไม่ถูกท่านอาจารย์ลุงแย่งนางไปล่ะก็ บางทีตอนนี้เขาอาจจะเป็นซือฝุของนางไปแล้วจริงๆ ก็ได้
เมื่อเห็นอัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์โดดเด่นมาตายตกไปกับตาตนเอง เขากลับรู้สึกว่าตัวเองด้อยความสามารถ ในใจของผู้อาวุโสเองก็ทุกข์ระทมยากที่จะเอ่ยเช่นกัน
หลังจากส่งฉู่หนิงออกไปแล้ว ผู้อาวุโสเองก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องไม่ออกมาเป็นเวลานาน
…
ฉู่เยี่ยนที่หายใจรวยรินถูกคนนำตัวส่งกลับไปยังตระกูลฉู่ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจจากผู้ใด ทั้งยังถูกหลายคนหัวเราะเยาะซ้ำเติมอีก
ตั้งแต่คราวก่อนที่ฉู่หลิวเยว่มาก่อความวุ่นวาย แล้วแบ่งเอาสมบัติของตระกูลฉู่ไปจำนวนไม่น้อย คนในตระกูลฉู่หลายคนก็รู้สึกเกลียดแค้นฉู่เยี่ยนและลู่เหยาสองสามีภรรยาจนเข้ากระดูกดำ
สองคนนี้ ผู้หนึ่งอาศัยสถานะนายน้อยสามของตนใช้อำนาจในทางมิชอบ ส่วนอีกผู้หนึ่งใช้โอกาสที่ตนเป็นผู้จัดการทรัพย์สินแล้วโกยเข้ากระเป๋าตนเอง จนทำให้ทรัพย์สมบัติของตระกูลฉู่หมดแทบเกลี้ยง!
ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าต้องการให้พวกเขาสองคนไม่สามารถอุดหลุมนี้ คนในตระกูลฉู่ก็ไม่ปล่อยพวกเขาเอาไว้หรอก
ยิ่งไปกว่านั้น ฉู่เซียนหมิ่นอยู่ในจวนรัชทายาทก็มีสถานะเป็นเพียงแค่นางสนมเท่านั้น ไม่มีทางไต่เต้าขึ้นมาเชิดหน้าชูตาได้ ทว่าพวกเขากลับยิ่งกำเริบเสิบสาน
แล้วยังจะมีผู้ใดเห็นพวกเขาอยู่ในสายตาอีกเล่า
บ่าวรับใช้นำข่าวนี้มารายงานแก่ผู้อาวุโสใหญ่ แต่ก็ได้รับเพียงเสียงหัวเราะเย็นชากลับไปเท่านั้น
“เขารนหาที่ตายเอง ไปหาเรื่องยั่วโมโหฉู่หนิงแบบนั้น แล้วจะโทษผู้ใดได้!”
ฉู่หลิวเยว่ตายแล้ว ตระกูลฉู่ของพวกเขาก็หมดเสี้ยนหนาม ใครจะไม่แอบดีใจบ้างเล่า
คนในตระกูลฉู่มีตั้งมากมาย กลับมีเพียงฉู่เยี่ยนผู้เดียวที่โง่ไปหาฉู่หนิงเอง!
ไม่ว่าอย่างไร ตอนนี้ฉู่หนิงก็เป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นห้าแล้ว ไม่มีทางทำอะไรเขาได้เด็ดขาด มีเพียงแค่คนโง่เง่าเต่าตุ่นเท่านั้นที่คิดจะต่อกรกับฉู่หนิงซึ่งๆ หน้า!”
“ผู้อาวุโสใหญ่ขอรับ ฉู่หนิงในฐานะผู้บัญชาการทหารองครักษ์ ตีท่านชายสามจนเกือบตายเช่นนั้นคงไม่เหมาะสมกระมัง…หรือว่า จะยื่นฎีกาถึงฝ่าบาทดีหรือไม่ขอรับ”
มุมปากของผู้อาวุโสใหญ่กระตุก
“เขาโง่เอง พวกเจ้าก็ไร้สมองตามเขาเช่นกัน! ฉู่หลิวเยว่เพิ่งตาย ฉู่หนิงกำลังอยู่ในความโศกเศร้า ฝ่าบาทจะเอาความเรื่องนี้ในเพลานี้ได้อย่างไร อีกอย่าง ฉู่เยี่ยนเป็นฝ่ายไปยั่วยุเขาก่อน ตอนนั้นผู้คนมากมายที่อยู่ในเหตการณ์ได้ยินเรื่องเหลวไหลที่เขาพูดอย่างชัดเจน ต่อให้รายงานฝ่าบาทก็ฟังไม่ขึ้น มิสมเหตุสมผลเลยสักนิด ทางที่ดีควรจัดการกับเรื่องนี้อย่างเงียบเชียบและเฉียบขาดก็พอแล้ว”
“ที่ผู้อาวุโสใหญ่กล่าวมาก็ถูกต้อง แต่…ทำเช่นนี้ฉู่หนิงจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ ช่างน่าเสียดายจริงๆ…”
เวลานี้ถ้าเหยียบย่ำซ้ำเติมเขาให้จมลงไปได้อีกถึงจะเรียกว่าสาแก่ใจ!
ผู้อาวุโสใหญ่แสยะยิ้มอย่างเย็นชา
“พวกเราไม่ต้องออกแรง ฉู่หนิงเองก็คงต้านรับไม่ไหว ฉู่หลิวเยว่เป็นดั่งความหวังเดียวของเขา ตอนนี้นางตายไปแล้ว เขาก็คงจะเสียสติไปแล้วล่ะ เหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์เมื่อหลายปีก่อนในครั้งนั้นทำให้เขาต้องตกอับไปสิบปี ถึงกระนั้นเขาก็ต้องอาศัยฉู่หลิวเยว่ถึงจะมีชีวิตดั่งเช่นวันนี้ได้ ทว่าตอนนี้ฉู่หลิวเยว่ดันมาตายจากไป ตอนนี้เขาสิ้นไร้ไม้ตอกแล้ว คนแบบนี้ก็มิต่างอะไรกับมีชีวิตอยู่เพื่อรอความตาย”
เหลือเพียงฉู่หนิงเพียงผู้เดียวแล้ว อนาคตค่อยๆ จัดการเขาก็ได้มิใช่หรือ
“น่าเสียดาย…ฉู่หลิวเยว่ไปตายข้างนอกอย่างง่ายดายเช่นนี้ ช่างไม่คุ้มเลยจริงๆ…”
ผู้อาวุโสใหญ่พึมพำเสียงทุ้มต่ำ
มีเพียงทางเดียวคือสังหารนางด้วยน้ำมือตนเองถึงจะสาสมกับความแค้นในใจของเขา!
“ได้ข่าวคืบหน้าจากทางรัชทายาทบ้างหรือไม่ เหตุใดระยะนี้ฝ่าบาทถึงได้ทรงเย็นชากับรัชทายาทเช่นนี้” เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเปลี่ยนเรื่อง
“ในรั้ววังปิดข่าวอย่างเข้มงวด พวกเราแอบสืบอยู่หลายครั้งแต่ก็มิได้ความอะไรกลับมา มีบางอย่างน่าสงสัยมากขอรับ ในค่ำคืนวันเข้าหอของรัชทายาทและคุณหนูสาม รัชทายาทถูกเรียกให้เข้าเฝ้าเป็นการด่วน โดยไม่มีผู้ใดทราบเลยว่าฝ่าบาทตรัสสิ่งใดกับรัชทายาท หลังจากที่ออกมาแล้ว รัชทายาทก็เสด็จกลับจวนและไม่ออกมาอีกเลย ก่อนหน้านั้น องค์ชายสามยังเคยเสด็จเข้าวังอีกด้วยขอรับ…”
“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับองค์ชายสาม”
“ไม่แน่ใจขอรับ ตอนนี้ฝ่าบาทรับสั่งให้องค์ชายสามประทับอยู่แต่ในเมืองหลวง ไม่ได้เสด็จกลับค่ายทหารที่ซีเป่ย เกรงว่าพระองค์ก็คงไม่นิ่งดูดายนะขอรับ”
ผู้อาวุโสใหญ่ขมวดคิ้วเป็นปม
ไม่กี่วันก่อนเขาส่งเทียบเชิญเป็นการส่วนตัว แต่ก็ถูกปฏิเสธเช่นกัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันของรัชทายาทแย่กว่าที่คาดไว้
เขารู้สึกว่าสถานะของรัชทายาทดูเหมือนจะตกอยู่ในอันตราย