ตอนที่ 1783
บทที่ 1787 เหยียดหยาม
October 22, 2026
ซั่งกวนโหยวได้ยินเข้าก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและนั่งลงในที่สุด
เมื่อก่อนเขามีความเข้าใจที่ไม่กระจ่างชัดอยู่บ้างเกี่ยวกับประสบการณ์ในชีวิตของหรงซิว
บัดนี้แม้ว่าเขาจะเป็นถึงองค์ชายแห่งพระราชวังเมฆาสวรรค์ แต่ก็ไม่มีทั้งท่านพ่อและท่านแม่
มีเพียงผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกที่นับได้ว่าเป็นทั้งผู้อาวุโสและญาติของเขา
เช่นนั้นจึงไม่มีใครมีสถานะเหมาะสมที่จะนั่งในตำแหน่งนี้เท่าผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกอีกแล้ว
จนกระทั่งเขาเอง…
เหตุเพราะเป็นเยว่เออร์
อวี๋มั่วยืนอยู่ด้านหลังของซั่งกวนโหยวเพื่อคอยแนะนำ…แต่ละคนในท้องพระโรงให้แก่เขา
และเพื่อให้ซั่งกวนโหยวได้กล่าวทักทายพวกเขาเหล่านั้น
ตลอดทางที่เดินมาอวี๋มั่วพูดกับเขาอย่างจริงจังเกี่ยวกับเรื่องของพระราชวังเมฆาสวรรค์ไม่น้อย รวมทั้งอุปนิสัยใจคอของผู้อาวุโสทุกท่าน และยังเรื่องความชอบและสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงต่างๆ เป็นต้น
ดังนั้นแม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่ซั่งกวนโหยวได้มาที่แห่งนี้ แต่กลับเข้าหาทุกคนได้อย่างทั่วถึง จึงทำให้ผู้คนหาไม่เจอจุดบกพร่องที่มาตัดสินเขาได้แม้แต่น้อย
เดิมที่ยังมีบางคนต้องการเข้ามาถามหาบางสิ่งจากตัวของซั่งกวนโหยว แต่ล้วนถูกซั่งกวนโหยวจัดการด้วยเคล็ดสี่วิชาปาดพันชั่ง
ถึงแม้ว่าทุกคนเพิ่งจะรู้ว่าสถานะของซั่งกวนโหยวเป็นคนนอกอาณาจักรเสิ่นซวี่ แต่ทว่าวิธีการรับมือด้านสติปัญญาและอารมณ์กลับไม่ต่างจากคนที่อยู่ที่นี่
หลังจากที่ได้แลกเปลี่ยนทำความรู้จักกันแล้ว ทุกคนจึงค่อยๆ เงียบเสียงลง
ทุกคนต่างเริ่มรอคอยการกลับมาของหรงซิวและคนอื่นไปพร้อมๆ กัน
…
ตีนยอดเขาซู่หมิงมีหนุ่มสาวหลายคนกำลังลงมาจากบนเขา
ในมือของพวกเขาทุกคนล้วนถือไหสุราสีเขียวมรกตไว้คนละใบ
“ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกช่างเป็นคนพิถีพิถันเสียจริง เห็นชัดๆ ว่าที่ตำหนักศักดิ์สิทธิ์มีสุราชั้นดีที่เก็บไว้มานาน แต่ยังให้พวกเราไปที่ชิงจิ่วเฉวียนรับสุรามาอีก สุราที่ชิงจิ่วเฉวียนนั้นไม่ธรรมดาเชียวนะ ต้องบรรจุลงไหสุรานี้อย่างดีที่ใช้ไฟควบคุมเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังไม่สามารถใส่เข้าไปในแหวนเฉียนคุนได้ จะต้องใช้มือแบกเอาไว้บนไหล่เท่านั้น แค่ลงมาไม่กี่เที่ยวก็ทำให้สูญเสียพลังปราณเดิมไปไม่น้อยทีเดียว”
ชายหนุ่มร่างผอมสูงคนหนึ่งค่อยๆ เช็ดเหงื่อที่อยู่บนหน้าผาก
นี่เป็นรอบที่สองของวันนี้แล้วที่เขาไปรับสุรามา
หญิงสาวหน้ากลมคนหนึ่งที่อยู่ทางด้านข้างได้เอ่ยพึมพำขึ้นว่า
“ที่ให้พวกเราไป นั้นเป็นเพราะผู้อาวุโสให้ความสำคัญกับพวกเรานะสิ! ไม่งั้นด้วยสถานะของพวกเราแล้ว คิดว่าล้วนยากยิ่งนัก! แต่ข้าได้ยินมาว่าสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ไม่น้อยต่อการฝึกฝนของพวกเรานะ!”
“จะมีประโยชน์อันใดกันเล่า! ทั้งหมดเป็นการหลอกพวกเจ้าก็เท่านั้น!”
ชายร่างผอมสูงขัดจังหวะคำพูดของนางอย่างมิอาจทนได้และแสดงสีหน้าอย่างไม่พอใจ
“ถ้าหากผู้อาวุโสคิดเผื่อพวกเราจริงๆ แล้วล่ะก็ มิสู้มอบยาอายุวัฒนะหรืออาวุธศักดิ์สิทธิ์ให้แก่พวกเรามาเลยตรงๆ เสียดีกว่า ไม่มีสิ่งใดที่แข็งแกร่งไปกว่าสิ่งนี้แล้วล่ะ”
ในความเห็นของเขา นี่ก็เป็นงานยากลำบากที่ต้องคอยปรนิบัติผู้คนก็เท่านั้น
หญิงสาวหน้ากลมคนนั้นได้ยินบางอย่างเข้ารู้สึกไม่พอใจ แต่ก็มิอาจพูดเอ่ยกับเขาได้
อันที่จริงนี่ก็เป็นครั้งแรกของนางที่ได้ทำงานนี้และมิอาจรู้แน่ชัดว่าจะทำให้ส่งผลดีต่อการฝึกฝนได้จริงหรือไม่
นางหยุดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้นว่า
“ไม่ว่าจะไม่มีประโยชน์หรือไม่ก็ตาม แต่ก็เป็นสิ่งที่พวกเราควรทำ! วันนี้องค์ชายกับพระยาชาจะเสด็จกลับมาแล้ว แต่ยังมีแขกสำคัญที่กำลังจะมาถึง อีกทั้งสุรานี้ต้องรสชาติยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน…”
“แขกสำคัญ? คนที่เจ้าพูดถึงคือซั่งกวนโหยวผู้นั้นใช่หรือไม่?”
ชายร่างผอมสูงหัวเราะดังออกมา
“พวกเจ้าไม่เห็นจริงๆ หรือว่าเขาเป็นเพียงกึ่งเทพ? แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับเทพจริงๆ ล้วนมิอาจนับได้ คนเช่นนี้หากไม่ใช่เพราะได้รับโชคช่วยจากพระชายา เช่นนั้นจะมากลายเป็นแขกสำคัญขอพระราชวังเมฆาสวรรค์ได้อย่างใดกันเล่า”
คำพูดดูหมิ่นเหล่านั้นยากที่จะปิดบังไว้ได้มิด
สาวหน้ากลมคิดไม่ถึงว่าคำพูดที่เขาเอ่ยออกมาตรงๆ เช่นนี้ ช่างไม่น่าฟัง และทำให้นางตกใจไปชั่วขณะ