ตอนที่ 1801
บทที่ 1805 ไปกับข้า
October 22, 2026
………………..
นั่นคือสุ้มเสียงที่นางคุ้นหู
ฉู่หลิวเยว่พลันได้สติกลับคืน จึงหันศีรษะมองตามเสียง
ในตอนนั้นประตูใหญ่ยังคงปิดสนิท ทว่าด้านนอกกลับครึกครื้นรื่นเริง
เสียงดนตรีพิธีการบรรเลงอย่างอ้อยอิ่งลอยแว่วเข้าหู
นางได้ยินเสียงผู้คนมากมายหัวร่อต่อกระซิก
ทว่าท่ามกลางเสียงวุ่นวายของโลกา มีเพียงสุ้มเสียงของเขาที่ดังแจ่มชัดที่สุด
เขาบอกว่า เขามารับนางแล้ว
ฉู่หลิวเยว่หยัดกายลุกขึ้น สาวเท้าเดินไปทางประตูห้อง
นางทาบฝ่ามือลงบนประตู รยางค์ของนางเย็นเฉียบนัก ทว่าฝ่ามือนางกลับร้อนผ่าว
นางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ จากนั้นผลักประตูให้เปิดออกเบาๆ…
แสงอาทิตย์อันเจิดจ้าสาดส่องเข้ามาในชั่วพริบตา!
นางหรี่ตาลงน้อยๆ ก่อนจะมองเห็นดวงหน้าอันคุ้นเคยกันดี
นางถึงกับตะลึงงันไปแวบหนึ่ง
ด้วยวันนี้หรงซิวสวมชุดคลุมสีแดงอย่างหาดูชมได้ยากนัก
ช่วงเอวประดับสายคาดหยกสีดำที่ดัดโค้งตามรอบเอวของเขาได้อย่างง่ายดาย ขับเน้นให้รูปร่างไหล่กว้างเอวคอดของเขาเห็นสัดส่วนชัดยิ่งกว่าเก่า รูปร่างสูงเพรียวนัก
ดวงหน้าดุจดั่งเซียนเร้นโลกาก็มิปาน บัดนี้ราวกับอาบด้วยแสงสีของดอกไม้ไฟในโลกมนุษย์ ขจัดความเย็นชาที่เคยมีมาจนหมดสิ้น
บรรดาฝูงชนต่างเงียบเสียงลงในบัดดล
ในแววตาของหรงซิวทอประกายไปด้วยไอเย้ายวนอันเร่าร้อน
ร่างของแม่นางที่สวมชุดเจ้าสาวสีแดงเดินก้าวออกมาจากหลังประตูใหญ่
คำกล่าวที่ว่า… ทั้งหมดนี่คงหมายถึงคนงามเช่นนี้กระมัง?
ความจริงแล้วคนจำนวนมากที่อยู่ในที่แห่งนี้ล้วนแต่เคยเจอฉู่หลิวเยว่มาก่อนแล้วทั้งนั้น
เดิมทีนางก็มีรูปร่างหน้าตาที่งดงามมิมีใครเทียบเคียงได้อยู่แล้ว เพียงแต่ปกติแล้วส่วนใหญ่ก็หาได้แต่งองค์ทรงเครื่องมากมายใหญ่โตไม่ ทว่ามาคราวนี้กลับสวมมงกุฎหงส์แลสายคาดยศเตรียมพร้อม แต่งตัวอย่างประณีตบรรจงนัก ทำให้รู้สึกว่าชั่วพริบตาหนึ่งราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนก็มิปาน
บนโลกนี้ก็ยังมีแม่นางเช่นนี้ด้วย
ยามปรากฏตัว ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวประหนึ่งว่าสีหมองลงไปเสียเดี๋ยวนั้น
มีเพียงนางผู้เดียวที่ยังเจิดจ้า เฉิดฉายอย่างมีชีวิตชีวายิ่ง!
คำกล่าวที่ว่า ‘นารีเป็นเหตุ’ ส่วนใหญ่คงเป็นประมาณนี้กระมัง
หรือบางทีเซียนที่มีรูปลักษณ์หมดจดเช่นนี้ไม่สมควรลงมายุ่งเกี่ยวกับธุลีเหลืองแต่แรกอยู่แล้ว
ความเงียบงันเข้าครอบคลุมไปพักใหญ่
บรรดาฝูงชนต่างสะกดกลั้นลมหายใจ ประหนึ่งว่ากลัวจะไปขัดจังหวะผู้ใดเข้าหากเปิดปาก
ฉู่หลิวเยว่กะพริบตาปริบๆ ชั่วพริบตานั้นราวกับนภสินธุ์นับแสนกระเพื่อมไหว
“หรงซิว”
นางส่งเสียงเรียกออกไปอย่างแผ่วเบา
หรงซิวจดจ้องนางเขม็ง เสมือนต้องการสลักนางในรูปลักษณ์เช่นนี้ให้ลึกลงไปในก้นบึ้งของจิตใจ
อุณหภูมิอันร้อนเร่าแทบทำให้ทั่วทั้งร่างของฉู่หลิวเยว่ร้อนระอุขึ้นมา
จากนั้น เขาก็ยื่นมือออกมาหานางในที่สุด