ตอนที่ 1981
บทที่ 1986 ทหารกล้าตาย
October 22, 2026
………………..
ในสายตาของอี้เหวินเทาเหมือนมีพายุลูกใหญ่เกิดขึ้น!
เดิมทีเขาคิดจะปฏิเสธ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ปะทะเข้ากับสายตาจับจ้องของจวินจิ่วชิงที่เต็มไปด้วยคำวิจารณ์ราวกับมองออกทุกสิ่งอย่าง
สิ่งนี้ทำให้ในใจของอี้เหวินเทาค่อยๆ เย็นลง
“…ข้าดูแคลนเจ้าจริงๆ!”
อีกทั้งยังสามารถถามคำถามเช่นนี้ออกมาได้ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่บอกได้ว่าจวินจิ่วชิงรู้มากกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้อย่างมาก!
ก่อนหน้านี้เขาดูไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว!
หากเขารู้เร็วกว่านี้จะได้ระวังเขาไว้!
“นายท่านกล่าวเกินไปแล้ว ข้าแค่คาดเดาไปเรื่อยก็เท่านั้น แท้จริงเรื่องเป็นมาอย่างใดคงต้องให้ท่านเป็นคนพูดเองถึงจะกระจ่างชัด”
จวินจิ่วชิงพูดพลางนั่งลงข้างๆ เขา
ดูจากท่าทางนั้นแล้ว หากในวันนี้อี้เหวินเทาไม่ให้คำตอบที่น่าพอใจแก่เขา เขาก็คงไม่ยอมออกไปเป็นแน่
“นายท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อตระกูลอี้มาหลายปี สุดท้ายกลับต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ แม้แต่ข้ายังรู้สึกเสียใจแทนท่าน”
คำพูดของจวินจิ่วชิงแค่คำเดียวเหมือนดั่งใบมีดคมทิ่มแทงทะลุตรงหัวใจของอี้เหวินเทา!
“ท่านต้องการอันใด เพียงแค่บอกข้ามา ท่านคิดว่าอย่างใด”
อี้เหวินเทายิ้มเยาะในใจ
พูดได้ดีนัก!
แต่จวินจิ่วชิงยังคงทำเพื่อตัวเขาเองเท่านั้น!
ในห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด
เมื่ออี้เหวินเทาไม่พูดอันใดแม้แต่คำเดียว จวินจิ่วชิงจึงไม่พูดออกมาเช่นกัน
ทั้งสองเผชิญหน้ากันด้วยความเงียบ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ในที่สุดอี้เหวินเทาก็หลับตาลง
“…บนมือของนาง คือโล่ผสานนภา”
จวินจิ่วชิงเงยหน้าขึ้นนัยน์ตาของเขาเหมือนมีแสงประกายระยิบระยับ
“โล่ผสานนภา?”
แม้ว่าเขาจะได้ยินเรื่องราวของอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อในอาณาจักรเสิ่นซวี่มาบ้าง แต่ของสิ่งนี้กลับไม่เคยได้ยินมาก่อน
แต่สามารถทำให้อี้เหวินเทายุ่งยากลำบากใจได้เช่นนี้ มันจะต้องเป็นของที่ล้ำค่าอย่างมากเป็นแน่
จากคำอธิบายของฉู่หลิวเยว่ หากมองเพียงภายนอกคงเห็นอี้เหวินเทาไปเพื่อท่าเรือดอกท้อ แต่อันที่จริงเขากลับพุ่งเป้าไปที่โล่ผสานนภานั่น
หาเป็นเช่นนี้จริงๆ เช่นนั้น…
โล่ผสานนภานี้ แท้จริงแล้วยังมีอยู่ได้อย่างใดกันและยังสามารถดึงดูดอี้เหวินเทาได้มากกว่าท่าเรือดอกท้อที่กว้างใหญ่อย่างนั้นหรือ
“มิรู้ว่าโล่ผสานนภานั่นเป็นสมบัติล้ำค่าอันใด ถึงทำให้นายท่านโหยหาได้เช่นนี้?”
จวินจิ่วชิงถามขึ้น
จู่ๆ อี้เหวินเทาก็หัวเราะขึ้นมาและหันไปทางจวินจิ่วชิง
ดวงตาของเขาแดงก่ำและเปล่งประกายรัศมีแห่งความบ้าคลั่งในคืนอันมืดมิด ทำให้ผู้คนกลัวจนตัวสั่น
จากนั้นเสียงทุ้มต่ำและแหบแห้งก็ดังขึ้นอยู่ภายในห้องของเขา
“ที่เหลือข้าไม่แน่ใจ อย่างใดก็ตามเมื่อได้โล่ผสานนภามาแล้ว ยิ่งมีความหวังในการทะลวงไปสู่ระดับเทพศักดิ์สิทธิ์!”
เสียงของเขาบางเบาราวกับจะสลายไปตามลมได้ทุกเวลา
แต่จวินจิ่วชิงยังคงได้ยินอย่างชัดเจน!
คิ้วของเขาขมวดกันอย่างยุ่งเหยิงในทันที
เหนือระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ยังมีระดับที่สูงกว่าอีก
ทว่าในอาณาจักรเสิ่นซวี่เป็นเวลาหลายหมื่นปีแล้วที่ไม่มีผู้ใดทําลายพันธนาการนี้ได้
ผู้ฝึกตนทั้งหมดที่ติดอยู่ในอาณาจักรเทพศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามฝึกฝนแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถทะลวงขั้นขึ้นไปอีกระดับได้
แต่บัดนี้อี้เหวินเทากลับบอกว่า…
หากมีโล่ผสานนภานั่นจะสามารถทะลวงขั้นเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นหรือ
ไม่แปลกใจเลยที่เขาสนใจเรื่องนี้!
ผู้ฝึกตนหลายพันคนในใต้หล้านี้มีใครจะไม่ต้องการแข็งแกร่งขึ้นกันเล่า
โดยเฉพาะผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์อันดับต้นๆ อย่างอี้เหวินเทาผู้นี้
เมื่อเขาได้พบเจอหลายสิ่งหลายอย่างในโลกนี้มามากมาย เขาจึงไม่สนใจเรื่องเหล่านี้
สิ่งที่ทำให้เขาหลงไหลอย่างบ้าคลั่ง…มีเพียงสิ่งนี้เท่านั้น!
หากข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยให้ผู้อื่นรู้เข้า เกรงว่าจะทำให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่อีกครั้ง!
เป็นแน่…
เรื่องแบบนี้ผู้ใดจะรับรองได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ?
เพียงแค่อาศัยโล่อันเดียวก็สามารถทำลายเชือกที่ผูกมัดไว้กว่าหมื่นปีนั่นได้เชียวหรือ
จวินจิ่วชิงยังคงสงสัยในเรื่องนี้อยู่
แต่เขาไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้นี้เสียทั้งหมด
ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นทุกสิ่งย่อมมีเหตุผลเสมอ
อี้เหวินเทายอมลงมือครั้งใหญ่เช่นนี้ ก็พิสูจน์ได้ว่ามีของสิ่งนี้จริงๆ ตามที่กล่าวอ้าง