ตอนที่ 1983
บทที่ 1988 ติดต่อ
October 22, 2026
เมื่อเขาพูดจบ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากด้านนอก
หรงซิวเลิกคิ้วเล็กน้อย รูปร่างงดงามและเพรียวบาง กระทบเข้าตาพอดี
ฉู่หลิวเยว่นั่นเอง
อวี๋มั่วหันไปถวายบังคม
“ถวายบังคม พระชายา”
เดิมทีฉู่หลิวเยว่ก้มศรีษะลงเล็กน้อยราวกับกำลังครุ่นคิดอันใดบางอย่าง เมื่อนางได้ยินเสียงจึงเงยหน้าขึ้น
หรงซิวลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปหานาง
“คิดอันใดอยู่ ถึงได้เหม่อลอยเช่นนี้”
มีเลือดแดงสด ไหลซึมออกมา
คิ้วของเขาขมวดชนกันเล็กน้อย
“รอยตรงนี้ เกิดอันใดขึ้น”
ฉู่หลิวเยว่กลับมามีสติอีกครั้งพลางส่ายหัวไปมา
“ไม่เป็นอันใด เรื่องเล็กน้อย”
แต่สำหรับนางนั้นสิ่งนี้ไม่นับว่าเป็นบาดแผลด้วยซ้ำ
นิ้วมือของหรงซิววางอยู่บนข้อของนาง เพื่อตรวจดูอย่างละเอียดอีกครั้ง หลังจากเขาแน่ใจจริงๆ แล้วว่านางบาดเจ็บเพียงบาดแผลภายนอกเท่านั้น หลังจากนี้ก็ไม่ได้เป็นอันใดร้ายแรง สีหน้าของเขาค่อยๆ ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
แต่ยังคงปวดใจอยู่
เขาดึงฉู่หลิวเยว่ไปที่เก้าอี้หวายและให้นางนั่งลง เขาหยิบยาออกมาพลางช่วยนางทายาบนมืออย่างแผ่วเบาและค่อยๆ นวดอย่างระมัดระวัง
กลิ่นยาอ่อนๆ ผสมกับกลิ่มดอกท้อ
ความรู้สึกเย็นวาบแผ่กระจายบนมือ ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนก่อนหน้านี้ได้ทุเลาลงไปมากในทันที
เดิมทีฉู่หลิวเยว่ไม่ได้สนใจบาดแผลเหล่านี้นัก แต่มองดูท่าทางของหรงซิวที่ก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อทายาให้นาง ยิ่งทำให้รู้สึกเบาใจอย่างมาก
ตอนแรกนางคิดจะทายาด้วยตัวเอง คิดอยู่พักหนึ่งจึงยอมให้หรงซิวจัดการแทน
“ฝ่าบาท พระชายา เช่นนั้นข้าน้อยทูลลา พะยะค่ะ”
อวี๋มั่วเคยชินกับฉากเช่นนี้มานานแล้ว
หรงซิวตอบกลับและปล่อยเขาไป
ต่อมาในลานบ้านเหลือเพียงพวกเขาสองคนอย่างรวดเร็ว
ฉู่หล่วเยว่จ้องมองหรงซิวที่ด้านข้างอยู่ครู่หนึ่ง
ในอาณาจักรเสิ่นซวี่หรงซิวมีชื่อเสียงอย่างมาก หลายคนเมื่อได้ยินชื่อเขาต่างหวั่นเกรงและให้ความิ้เคารพในตัวเขาเป็นส่วนใหญ่
แม้แต่หนานอีฝานกับอี้เหวินเทายังมิกล้าล่วงเกินได้ง่ายๆ
แต่คนเช่นนี้ บัดนี้ได้มาอยู่ข้างกายนาง เพียงเพราะมือของนางบาดเจ็บจึงทายาให้นางอย่างระมัดระวัง
ดูเหมือนทั้งใต้หล้านี้ไม่มีเรื่องใดสำคัญไปกว่านี้อีกแล้ว
ราวกับมีคลื่นซัดสาดในหัวใจของนาง ในที่สุดนางมิอาจควบคุมตนเองได้ จึงจูบลงบนใบหน้าของเขา
“สามีของข้าดีสุด!”
เมื่อแมลงปอสัมผัสน้ำแล้วจึงถอยออกไปอย่างรวดเร็ว
หรงซิวแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อยและขมวดคิ้วขึ้นเบาๆ
“อย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะไม่ต้องอธิบาย”
หลังจากฉู่หลิวเยว่ทะลวงขั้นเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์และน้อยครั้งที่จะได้รับเจ็บ แต่ร่องรอยที่ทิ้งเอาไว้บนมือของนาง เห็นได้ชัดว่าผิดปกติอย่างมาก
ยิ่งไปกว่านั้นนางยังอยู่ที่ท่าเรือดอกท้อ…ซึ่งเป็นดินแดนในความดูแลของนางเอง
ฉู่หลิวเยว่พ่นลมหายใจออกอย่างโล่งอกและเอนตัวลงบนเก้าอี้อีกครั้ง
“คงไม่ใช่เพราะประตูแดนสวรรค์นั้น”
หรงซิวขยับตัวครู่หนึ่ง
“มันยุ่งยากมากหรือ”
อันที่จริงเขาคาดเดาไว้ว่าสิ่งนี้ต้องเกี่ยวข้องกับประตูแดนสวรรค์ของท่าเรือดอกท้อ
เขารู้เรื่องประตูแดนสวรรค์ที่ฉู่หลิวเยว่กับเฉินอีและคนอื่นๆ เดินทางไปด้วยกันมาก่อนหน้านี้
เพียงแต่ไม่คิดว่านางจะได้รับบาดเจ็บ
ฉู่หลิวเยว่ขยับคางไปมา
“ด้านในของประตูแดนสวรรค์นั้น มิรู้ว่าถูกใครซ่อนค่ายกลเอาไว้ และค่ายกลนั้นทรงพลังอย่างมากจนส่งผลกระทบต่อประตูแดนสวรรค์ทั้งหมด ตอนนี้ประตูแดนสวรรค์มันไม่สามารถเข้าออกได้ตามปกติอีกแล้ว”
นางยักไหล่ไปมาด้วยท่าทางอารมณ์ดีและน่าขัน
“กลับไม่จำเป็นต้องส่งคนมาเฝ้าแล้ว ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูงก็มิอาจหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย
ขณะที่พูดนางยกมือขึ้น
“ไม่ เป็นเพราะมือนี้ถึงได้รับบาดเจ็บ”
หลังจากที่ฟังการคาดเดาของหลินจือเฟย นางรู้สึกว่ามันมีเหตุผลอย่างมาก
เพื่อความกระจ่างชัดว่าแท้จริงแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ นางจึงตัดสินใจทดสอบด้วยตนเองดูสักครั้ง
ในท้ายที่สุดมีเพียงมือนี้ที่กำลังเข้าไปในประตูแดนสวรรค์นั่นและดูเหมือนมีพลังอันแข็งแกร่งอย่างมาประทุออกมาจากทุกทิศทาง!
เมื่อนางเห็นท่าไม่ดีจึงดึงมือออกทันทีโดยไม่ลังเล
ถึงกระนั้นมันก็เจ็บเล็กน้อย
“ยังดีที่หลบได้ทัน ไม่งั้น…”
คิ้วของหรงซิวคลายลงเล็กน้อย
รู้หรือไม่ แม้ตอนนี้ฉู่หลิวเยว่จะมีเพียงขั้นพลังปราณของเทพขั้นสูงเท่านั้น แต่นางสามารถใช้ทัณฑ์ทลายเทพในการฝึกขั้นเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์ออกมา
ร่างศักดิ์สิทธิ์ของนางในตอนนี้ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์นางก็สามารถสู้ได้!
อี้เหวินเทาเมื่อก่อนนี้ก็ไม่ใช่แบบอย่างที่ดีที่สุดหรือ