ตอนที่ 1989
บทที่ 1994 เสี่ยวโจว เสี่ยวโจว
October 22, 2026
………………..
ดวงตาของฉู่หลิวยว่เปล่งประกายขึ้น
“ความหมายของเจ้าคือ…ประดูแดนสวรรค์นั่นสามารถพาไปทุกที่ได้โดยตรง?”
หรงซิวยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ วันพรุ่งไปที่เขาไท่อินก็จะรู้ได้ในทันที”
…
อวิ๋นโจวทั้งหมดล้วนตกอยู่ในความตื่นเต้นและกระตือรือร้น
ตอนเช้าตรู่ ฉู่หลิวเยว่ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงต่างๆ จากด้านนอก
แม้จะอยู่นอกประตูยังคงได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
“…พี่ชาย ท่านจะเรียกสองคนนั้นเดินไปด้วยกันกับพวกเราจริงๆ หรือ”
เฮ่อจื่อหลานถามขึ้นด้วยท่าทางโอหังและไม่พอใจ
“ข้าคิดว่าพวกเขาไม่รู้ว่านี่คือการทดสอบอันใด คาดว่าก็คงไม่ไปหรอก พวกเราอย่าไปสนใจเขาเลย!”
นางไม่ชอบสองคนนั้นเลยจริงๆ
เห็นได้ชัดว่ารูปลักษณ์เสื้อผ้าดูธรรมดาอย่างมาก แต่เมื่อเห็นพวกเขา กลับไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวแม้แต่น้อย
ไม่รู้จริงๆ ว่าสองคนนี้มีอะไรน่าสนใจถึงเพียงนั้น?
เฮ่อจื่อจี้มองนางครู่หนึ่ง
“เพื่อนมาก เส้นทางก็มาก เหตุใดเจ้าถึงไม่เข้าใจเล่า”
“เหตุใดข้าจะไม่เข้าใจ ข้าเห็นว่าพี่ใหญ่บ้าไปแล้ว! ถ้าพวกเขาเข้าร่วมการทดสอบขึ้นมาจริงๆ เช่นนั้นก็ไม่กลายเป็นคู่แข่งของพวกเราหรอกหรือ”
จะหาคู่ต่อสู้ให้ตนเองได้จากที่ไหน
เฮ่อจื่อจี้ส่ายหัวและไม่คิดจะให้คำแนะนำต่อ
หากเพิ่มอีกหนึ่งหรือสองคนนี้ จะมีผลกระทบต่อผลลัพธ์อย่างไร
ในทางตรงกันข้าม ถ้าสามารถดึงพวกเขามาเป็นพวกได้ บางทีในการแข่งขันครั้งสุดท้ายก็มีโอกาสชนะมากขึ้น
เขามักจะคิดว่าสถานะของสองคนนี้ไม่ธรรมดา
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เฮ่อจื่อจี้จึงเดินผ่านไป
เขายกมือขึ้นเตรียมจะเคาะประตู แต่ประตูจวนถูกเปิดออกจากด้านในพอดี
ร่างสูงผอมปรากฏตัวขึ้นมาตรงหน้า
การเคลื่อนไหวของเฮ่อจื่อจี้หยุดค้างลงในทันที
“พี่ไป๋หลี พะ…พวกเจ้าตื่นแล้วหรือ”
ดูท่าทางเช่นนี้ คาดเดาว่าเรื่องที่พวกเขาพูดไปเมื่อครู่ คงได้ยินเสียแล้ว
เฮ่อจื่อจี้กลืนไปเข้าคายไม่ออก
หรงซิวพยักหน้าด้วยสีหน้าปกติ
“วันนี้ข้ากับฟูเหรินคิดจะไปที่เขาไท่อิน
เฮ่อจื่อจี้มองเขาอย่างละเอียด และพบว่าเขาแทบจะไม่คิดซักไซ้เอาความอะไร เขาจึงอดไม่ที่จะถอนหายใจอยากโล่งอก
มิรู้ว่าเหตุใดผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้ เขามักจะเกิดอาการหวาดกลัวเล็กน้อยโดยมิอาจอธิบายได้
ถึงแม้ว่าฝั่งตรงข้ามจะเกรงใจและสุภาพอย่างมากมาโดยตลอด แต่ด้วยความสูงศักดิ์และวางอำนาจบีบบังคับตามนิสัยปกติที่มาจากในกระดูกนั้น กลับยากที่ผู้ใดจะละเลยได้
“เช่นนั้น เช่นนั้นพวกเราไปด้วยกัน เมื่อถึงเวลาก็จะได้ดูแลกัน มิรู้ว่าพี่ไป๋หลีคิดเห็นอย่างไร”
เฮ่อจื่อจี้เอ่ยถามขึ้นอย่างตื่นเต้น
“เช่นนั้นคงไม่มีอันใดดีไปกว่านี้อีกแล้ว”
ฉู่หลิวเยว่ที่เดินขึ้นมาจากด้านหลัง พูดขึ้นด้วยร้อยยิ้ม
เฮ่อจื่อจี้ชะงักไปชั่วครู่
ทันทีที่ความคิดแวบเข้ามา หรงซิวก็หันตัวกลับไปครึ่งหนึ่งและยื่นมือไปหาฉู่หลิวเยว่
เพื่อบังสายตาของเฮ่อจื่อจี้
เฮ่อจื่อจี้จึงสะดุ้งขึ้นและดึงสายตากลับมาในทันที ในใจรู้สึกกลัดกลุ้ม
ก็เขาไม่เคยพบสตรีที่งดงามเช่นนี้มาก่อน เช่นนี้เลยรู้สึกเสียมารยาทเล็กน้อยจริงๆ
เขาถอยมาหนึ่งก้าว
“เช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ ไม่อย่างนั้นเกรงว่าบนถนนจะมีผู้คนเยอะมากขึ้นเลยทีเดียว”
…
เมื่อออกจากประตูฉู่หลิวเยว่และหรงซิวถึงรู้ความหมายในคำพูดของเฮ่อจื่อจี้
เพราะผู้คนบนถนนมีมากกว่าเมื่อวานนี้เสียอีก
ตอนนี้ยังคงเป็นรุ่งเช้าอยู่