ตอนที่ 1997
บทที่ 2002 ออกเดินทางไปยัง
October 22, 2026
………………..
หงอันเลิกคิ้วขึ้นและผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว
“แค่บาดเจ็บเล็กน้อย ใช้เวลาสิบวันหรือครึ่งเดือนก็สามารถฟื้นตัวได้”
ขณะที่พูดเขามองไปทางเด็กหนุ่มคนนั้นที่บาดเจ็บ
“ไม่ว่าลงจากเขาและทิ้งโอกาสในการเข้าสู่อาณาจักรเสิ่นซวี่ หรือยืนหยัดต่ออีกครั้ง เจ้าเป็นผู้เลือกเอง”
ฉู่หลิวเยว่ยิ้มเยาะในใจ
คำพูดนี้ช่างน่าสนใจยิ่งนัก
การมาถึงที่นี่ของทุกคน ก็เพื่อมุ่งหน้าไปที่อาณาจักรเสิ่นซวี่
เขาตั้งใจพูดเช่นนี้แน่นอนว่าจะทำให้ผู้คนหวั่นไหว
เป็นดั่งคาดที่ก่อนหน้ามีเด็กหนุ่มยังคงลังเลอยู่หลายส่วน เมื่อได้ยินคำพูดนี้เข้า สีหน้าของเขากลับแน่วแน่ขึ้นอยู่หลายส่วนในทันที
“ข้าเลือก…อยู่ต่อ”
แม้ว่าอาการบาดเจ็บบนร่างกายจะไม่ร้ายแรงนัก แต่รักษาตัวดีๆ จะสามารถฟื้นตัวได้เต็มที่ภายในหนึ่งเดือนอย่างแน่นอน
ไม่ง่ายเลยที่ผ่านการทดสอบจนมาถึงยอดเขาไท่อินได้ หากยอมแพ้ตอนนี้ และเลือกจากไป ในใจของเขาก็คงไม่ยินยอมเป็นแน่
เมื่อได้ยินคำตอบของเขา ใบหน้าของหงอันแสดงความชื่นชมออกมา
“ดีมาก! คิดอยากจะเป็นผู้แข็งแกร่ง เดิมทีไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ต้องใช้ทั้งความพยามยามและสิ่งที่ต้องแลกมาถึงจะสำเร็จ หากเพียงเพราะในใจหวาดกลัวและลังเลด้วยเรื่องเล็กน้อย เช่นนั้นต่อไปก็คงไม่มีอนาคตอันใดให้พูดถึง!”
คำพูดที่โน้มน้าวอย่างเป็นกลาง ทำให้ผู้คนมากมายบริเวณรอบๆ มีสีหน้าเปลี่ยนไป
นี่คือความหมายโดยนัยที่พวกเขาจะสื่อไม่ใช่หรือ!
แต่หงอันมีสถานะสูงส่ง อีกทั้งคำพูดของเขาก็ไม่ได้ไร้เหตุผล ทุกคนจึงเงียบเสียงลง
“พอแล้ว พวกเจ้าแต่ละคนจงรอคอยอย่างสบายใจเถอะ!”
หงอันมองไปรอบๆ พูดทิ้งไว้หนึ่งประโยคและเดินไปด้านข้าง
ทุกคนไม่กล้าพูดอะไรอีกจึงทยอยกันกลับไปยังที่ของตน และรอคอยอย่างสงบนิ่ง
เฮ่อจื่อหลานดึงแขนเสื้อของเฮ่อจื่อจี้ และพูดขึ้นด้วยเสียงต่ำ
“พี่ใหญ่ ข้ารู้สึกว่าที่นี่มันแปลกจริงๆ…ไม่อย่างนั้นพวกเรากลับกันเถอะ?”
เฮ่อจื่อจี้ไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน
พวกเขาเตรียมตัวกันมานานเช่นนี้ ก็เพื่อการทดสอบในครั้งนี้ มิรู้ว่าทุ่มเทไปมากมายเพียงใด เหตุใดถึงพูดว่ายอมแพ้ก็ยอมแพ้ง่ายๆ อย่านั้นหรือ
เมื่อเห็นว่าเฮ่อจื่อหลานดูหวาดกลัวเล็กน้อย เฮ่อจื่อจี้จึงตบเบาๆ ที่มือของนางและอดทนแนะนำนางไปสองประโยค
“เอาล่ะ จื่อหลาน อย่าเพิ่งคิดมากไปเลย เจ้าเห็นใต้เท้าหงอันที่อยู่ข้างๆ ในตอนนี้หรือไม่ จะต้องไม่มีอันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”
ริมฝีปากของเฮ่อจื่อหลายสั่นไปมา เมื่อเธอเห็นสีหน้าเด็ดขาดของพี่ใหญ่ของตน ก็รู้ว่าคำพูดของตนไม่มีเหตุผลพออย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้จึงแล้วๆ กันไปเถิด
“เข้าใจแล้ว”
เฮ่อจื่อจี้ลูบหัวนางเป็นการปลอบใจและถอนสายตากลับมา
แต่การปลอบใจเช่นนี้กลับมิอาจทำให้เฮ่อจื่อหลานรู้สึกสบายใจลงได้
นางก้มศีรษะลงและใช้มือทั้งสองวนรอบหนึ่ง
แม้พี่ใหญ่จะไม่รู้แต่นางกลับรู้ได้อย่างชัดเจน
แน่นอนว่าเมื่อครู่นี้มีคนแอบรอบทำร้ายนาง!
อีกทั้งความแข็งแกร่งของฝั่งตรงข้ามเหนือกว่านาง ไม่ ควรพูดว่าเหนือกว่าหงอัน!
หากสามารถพอที่จะเลี่ยงการตรวจสอบของเขา คงต้องลงมืออย่างเงียบเชียบเป็นครั้งที่สอง…
น่ากลัวจริงๆ!
แน่นอนว่านางต้องการไปที่อาณาจักรเสิ่นซวี่ แต่เช่นนั้นจะต้องมีชีวิตรอดถึงจะทำได้!
เฮ่อจื่อหลานเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจจนในหัวของนางยุ่งเหยิงไปหมด
ผู้ที่สามารถมาถึงที่นี่ได้ล้วนไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป
เมื่อครุ่นคิดบางเรื่องอย่างละเอียดรอบคอบ ก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างและทำให้ด้านหลังของผู้คนเกิดความตื่นตระหนกขึ้น
วันหนึ่ง ในความไม่ปลอดภัยและความสงสัยของทุกคนเช่นนี้ ค่อยๆ แพร่กระจายขึ้น
…
เวลาผ่านไปชั่วพริบตาจึงเข้าสู่คืนวันที่สอง
ฉู่หลิวเยว่นั่งขัดสมาธิ ดวงตาทั้งคู่ปิดลงเบาๆ
เมื่อพระจันทร์สว่างขึ้นความรู้สึกคุ้นเคยเช่นนั้นก็กลับมาอีกครั้ง
ครั้งนี้นางเตรียมตัวมานานแล้ว ดังนั้นนางจึงสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติทันทีที่พลังปราณในร่างของนางถูกกลืนกิน
หัวใจของนางสั่นไหว…
ใต้ภูเขานี้มีค่ายกลอยู่!