ตอนที่ 2035
บทที่ 2042 ข้อได้เปรียบ
October 22, 2026
พูดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของฉู่หลิวเยว่พลันอ่อนลง
“อืม”
ครานี้องค์ไท่จู่มิอยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต จึงบอกไว้แต่แรกแล้วว่าไม่ต้องส่ง ก่อนปลีกตัวจากไปพร้อมกับผู้อื่น
“สุสานของถังเคอดึงดูดความสนใจขององค์ไท่จู่ได้ชะงักนัก ไม่สิ ต้องพูดว่าสำหรับช่างหลอมอาวุธแล้ว แต่ละคนต่างก็เป็นเช่นนี้กันทั้งนั้น”
นับตั้งแต่ถังเคอและท่านซูเป็นต้นมา ในอาณาจักรเสิ่นซวี่ก็ไม่มีผู้ใดตีหลอมสมบัติศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้สำเร็จอีก
บรรดาผู้คนนับไม่ถ้วนต่างทุ่มเทลงแรงทั้งกายและใจเพื่อการนี้ ทว่าท้ายที่สุดแล้วก็มิอาจทลายขีดจำกัดตรงนั้นไปได้
บัดนี้โอกาสมาเทียบท่าเชิญถึงที่ บางทีภายในสุสานของถังเคออาจซ่อนความลับและโอกาสในการตีหลอมสมบัติศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ ใครบ้างจะไม่อยากได้?
ทันใดนั้น ฉู่หลิวเยว่พลันนึกอันใดบางอย่างออก นางตวัดสายตาหันไปจ้องหรงซิว
เกือบลืมไปเลย หรงซิวเองก็เป็นช่างหลอมอาวุธเหมือนกัน!
ทั้งยังเป็นช่างหลอมอาวุธจำพวกมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ ความสามารถกล้าแกร่งเสียด้วย!
นี่เขาไม่มีความคิดอยากไปสุสานเลยอย่างนั้นหรือ?
“แล้ว… เจ้าเองก็จะไปด้วยใช่หรือไม่?”
ฉู่หลิวเยว่เอ่ยถาม
หรงซิวส่ายศีรษะด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ไม่ ข้าอยากให้เจ้าไปต่างหาก”
ฉู่หลิวเยว่รู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
“เหตุใดกัน?”
แม้ตัวนางเองก็เป็นช่างหลอมอาวุธ แต่ความจริงนางไม่ได้มีความสนใจในด้านนี้เป็นพิเศษ
นางพึมพำกับตัวเองอย่างลังเลอยู่พักหนึ่ง
“พรสวรรค์และความสามารถในการเป็นช่างหลอมอาวุธของข้าสู้เจ้าไม่ได้ หากจำเป็นต้องไป เป็นเจ้าคงจะเหมาะสมกว่ากระมัง?”
หากหรงซิวไป บางทีอาจจะพอจับแกวอันใดได้บ้าง
ไม่ต้องคิดก็รู้ได้ว่าคนที่ไปลุ่มน้ำชิงกู่ครานี้ล้วนแต่เป็นช่างหลอมอาวุธระดับแนวหน้าในใต้หล้าทั้งนั้น!
แม้แต่องค์ไท่จู่ก็ยังมิอาจทำความเข้าใจได้เต็มที่ ไม่ต้องพูดถึงนางเลยด้วยซ้ำ
ผลประโยชน์ข้อนี้ดึงดูดใจมากโดยแท้ แต่นางก็ไม่คิดจะกระโจนร่วมแผนการอันจืดชืดนี้แต่แรกอยู่แล้ว
ริมฝีปากบางแดงระเรื่อของหรงซิวหยักยกขึ้นน้อยๆ เผยรอยยิ้มแฝงความนัยลึกล้ำ
“ไม่ มิมีผู้ใดที่เหมาะสมไปกว่าเจ้าแล้ว”
ฉู่หลิวเยว่มองเขาด้วยสีหน้างุนงง
หรงซิวเลิกคิ้วพลางกล่าว
“อย่าลืมว่าในมือเจ้ามีสมบัติศักดิ์สิทธิ์สามชิ้น อีกอย่าง สมบัติทั้งหมดนั่นล้วนแต่ทำขึ้นด้วยมือของท่านซูทั้งนั้น”
ฉู่หลิวเยว่ตกตะลึงไปพักหนึ่งราวกับเข้าใจอันใดบางอย่าง ทว่าก็เหมือนจะไม่เข้าใจนัก
“เจ้าจะบอกว่า… ถ้าใช้สมบัติศักดิ์สิทธิ์พวกนั้นแล้ว ก็อาจจะเปิดสุสานของถังเคอได้? แต่นั่นมันสุสานของถังเคอ ไม่ใช่…”
ทันใดนั้นเสียงของนางก็ชะงักไป ในแววตาปรากฏความรู้สึกเหลือเชื่ออยู่หลายส่วน
หรงซิวหัวเราะ
“ปีนั้นเป็นช่วงเฟื่องฟูของถังเคอ แม้จะไม่ได้ชนะการต่อสู้ครานั้น แต่ก็ไม่ได้แพ้ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของเขามากนัก ทว่าหลังการต่อสู้ ท่านซูกลับหายตัวไป ไม่นานหลังจากนั้น ถังเคอก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย”
“เจ้าหมายความว่าบางทีการหายตัวไปในครานั้นของถังเคออาจมีความเกี่ยวข้องกับท่านซูผู้นั้น?”
“เป็นเพียงการคาดเดา แต่ท่านซูเป็นคู่ปรับตลอดกาลของถังเคอ อีกทั้งตัวเจ้ายังมีสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของท่านซูอยู่สามชิ้น จะมีโอกาสตรวจสอบเจออันใดบ้างก็มิอาจรู้ได้”
คำพูดของหรงซิวทำให้ฉู่หลิวเยว่จมดิ่งสู่ห้วงความคิด
ต้องบอกว่าคำพูดพวกนั้นมีน้ำหนักอยู่ไม่น้อยจริงๆ
เดิมทีนางยังไม่ได้เฉลียวใจ แต่พอหรงซิวพูดเช่นนี้ นางก็เริ่มรู้สึกคล้อยตามขึ้นมาบ้างแล้ว
อย่างใดเสียนั่นก็คือสุสานของถังเคอเทียวหนา…
“อีกอย่าง มีเรื่องหนึ่งที่เจ้าอาจยังไม่รู้”
หรงซิวชะงักไปครู่หนึ่ง
“การต่อสู้ระหว่างถังเคอและท่านซูในปีนั้นเกิดขึ้นที่ท่าเรือดอกท้อด้วย”
“จริงหรือ!?”
ฉู่หลิวเยว่ถึงกับได้สติมาในทันที ก่อนหันมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจระคนเหลือเชื่ออยู่หลายส่วน
“คนที่รู้เรื่องนี้มีอยู่น้อยนิด เพราะในการต่อสู้ครานั้น สถานที่ที่พวกเขานัดแนะกันเป็นความลับอย่างมาก นอกจากพวกเขาสองคนแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นรู้อีก แต่ตอนนั้นมีผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุดบางคนที่สัมผัสได้ว่าท่าเรือดอกท้อเกิดการเคลื่อนไหวบางอย่างเลยคาดเดาอยู่ในใจ หลังจบการต่อสู้ สภาพแวดล้อมในการบำเพ็ญตนของท่าเรือดอกท้อเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ เพราะแบบนี้พวกเขาจึงมั่นใจในข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้”