ตอนที่ 243
บทที่ 244 ด่านที่หนึ่ง [รีไรท์]
October 22, 2026
คนที่มาใหม่ก็คือฉู่หลิวเยว่นั่นเอง
ทุกสายตาหันไปจับจ้องที่นางโดยพร้อมเพรียงกัน แต่ปฏิกริยาของแต่ละคนล้วนต่างกันออกไป!
มู่หงอวี่และคนอื่นๆ รีบตะโกนขึ้นมาอย่างตกใจว่า
“ฉู่เยว่! เจ้า…ในที่สุดเจ้าก็มาแล้ว”
ฉู่หลิวเยว่เดินไปทางสำนักเทียนลู่
มู่หงอวี่จึงพุ่งไปหานางอย่างอดไม่ได้ พร้อมคว้าแขนของนางเอาไว้
“เจ้า…เจ้า…”
นางอยากถามฉู่หลิวเยว่มากว่าหนึ่งวันหนึ่งคืนที่นางหายตัวไป นางหายไปอยู่ที่ไหนมา เจออันใดมาบ้าง บาดเจ็บหรือไม่ แต่เมื่อเห็นว่ายังมีสายตาอีกจำนวนนับไม่ถ้วนจับจ้องนางอยู่ สุดท้ายนางก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ แล้วจ้องนางตาเขม็ง นางตื่นเต้นจนพูดอันใดไม่ออกเลย
หัวใจของฉู่หลิวเยว่อุ่นวาบขึ้น
“ข้าทำให้พวกเจ้าเป็นห่วงแล้ว”
มู่หงอวี่รีบส่ายหน้าทันที
“เจ้ากลับมาอย่างปลอดภัยก็พอแล้ว!”
ในตอนนั้นซุนจ้งเหยียนเองก็อดไม่ได้ที่จะใช้สายตาสำรวจฉู่หลิวเยว่ เพื่อแน่ใจว่านางสบายดี ไม่ได้บาดเจ็บอันใด เขาจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะแล้วกล่าวว่า
“เมื่อวานข้ามีเรื่องนิดหน่อย จึงทำให้มาถึงล่าช้า ไม่ทราบว่าตอนนี้ข้ายังจะสามารถแข่งขันต่อได้หรือไม่?”
ซุนจ้งเหยียนรีบพูดขึ้นทันที
“ได้ ได้แน่นอน!”
แม้ว่าตอนนี้จะเหลือเวลาเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น โอกาสที่ฉู่หลิวเยว่จะชนะนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทางที่เงียบสงบของนาง ก็ยังมีคนพูดโพล่งออกมา
“ข้าว่าไม่ได้!”
ทันใดนั้นเองเฉิงหันก็พูดขึ้นมาเสียงดัง พร้อมขมวดคิ้วแน่น
“การแข่งขันนี้ใกล้จะจบลงแล้ว เจ้ามีเหตุผลที่มาเข้าร่วมการประลองในเวลานี้หรือไม่? ในเมื่อเจ้ามาสาย เจ้าก็ต้องสูญเสียคุณสมบัติในการเข้าร่วมประลองไป!”
ซุนจ้งเหยียนกลับเถียงขึ้นมาทันที
“ท่านเฉิงหัน เหมือนว่างานสมาคมเยาวชนจะไม่มีกฎเช่นนั้นนะ? แม้ว่าฉู่หลิวเยว่จะมาสาย แต่การแข่งขันยังไม่จบ ละยิ่งไปกว่านั้นก่อนหน้านี้นางเคยลงชื่อเอาไว้แล้ว ทำไมนางถึงไม่สามารถแข่งต่อได้เล่า?”
เฉิงหันรู้สึกรังเกียจฉู่หลิวเยว่อย่างมาก การขัดขวางการเข้าร่วมการประลองเป็นเพียงการกระทำจากจิตใต้สำนักเท่านั้น เมื่อเห็นว่าซุนจ้งเหยียนปกป้องอีกฝ่ายเช่นนี้ เขาจึงแค่นหัวเราะเสียงเย็นพลางเอ่ยว่า
“ไม่มีกฎ แต่มันเป็นธรรมเนียมที่ทำมานานแล้ว! หากวันนี้ให้นางเข้าร่วมการประลองได้ วันหลังหากมีคนทำตามล่ะ เช่นนั้นเจ้าจะทำอย่างไร มันจะไม่วุ่นวายกันไปหมดหรือ?”
ซุนจ้งเหยียนหัวเราะเสียงดังขึ้นมา
“มันไม่จำเป็นเสมอไปหรอก! ข้าคิดว่าไม่มีใครอยากมาลงแข่งในช่วงเวลาหนึ่งชั่วยามสุดท้ายหรอกนะ ตามความเห็นของข้า นี่ไม่ใช่การทำลายกฎ แต่นี่คือการแสดงความมุ่งมั่น”
เฉิงหันชะงักไป
ฝีปากของซุนจ้งเหยียนนั้นสุดยอดมาก ดำก็ยังสามารถกลับเป็นขาวได้!
เมื่อเห็นดังนั้น ฝูอวิ๋นซานก็มีแนวคิดที่ไม่เห็นด้วยเล็กน้อย จึงพูดว่า
“พี่จ้งเหยียน ไม่ว่าท่านจะพูดอย่างไร ช่วงเวลาหนึ่งชั่วยามสุดท้ายนี้ หากให้นางเข้าร่วมเกรงว่าจะไม่เหมาะสมกระมัง”
ซุนจ้งเหยียนเอามือไพล่หลัง ใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“หรือว่า เป็นเพราะพี่อวิ๋นซานจะกลัวว่าฉู่หลิวเยว่จะสามารถแซงลูกศิษย์สำนักของท่านได้ในช่วงชั่วยามสุดท้ายหรือ”
ใบหน้าของฝูอวิ๋นซานแข็งค้างไป
นี่มันเป็นการยั่วยุแบบตรงๆ!
แต่ว่ามันก็ได้ผลอย่างมาก!
ถ้าเขาไม่เห็นด้วยอีกครั้งล่ะก็ นั่นถือเป็นการยอมรับกลายๆ ว่าลูกศิษย์ของเขากลัวฉู่หลิวเยว่ไม่ใช่หรือ?
เขาจึงพูดเสียงเย็นๆ ว่า
“ในเมื่อเจ้าพูดเช่นนี้แล้ว ข้าก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะคัดค้าน! แต่ว่ามันจะมีเพียงครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น”
ซุนจ้งเหยียนหันไปมองเฉิงหันอีกครั้ง
“พี่เฉิงหันท่านว่าอย่างไรเล่า?”
ขนาดฝูอวิ๋นซานยังตอบตกลงแล้ว หากเขาปฏิเสธอีกครั้ง ก็ดูเป็นคนใจแคบขึ้นมาทันที
เฉิงหันจึงโบกแขนเสื้อแล้วกล่าวว่า
“ในเมื่อพวกท่านยืนยันเช่นนั้น ก็ขึ้นเวทีไปเถอะ”
เขาไม่เชื่อว่า ฉู่หลิวเยว่ปรมาจารย์ขั้นสองคนหนึ่งจะสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้
ซือถูซิงเฉินเหลือบตามองฉู่หลิวเยว่ด้วยความไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าทำไมนางถึงรู้สึกไม่สบายใจเช่นนี้
“อาจารย์ ท่านเห็นด้วยที่จะให้นางลงแข่งต่อไปเช่นนี้หรือเจ้าคะ นี่มัน…น่าจะไม่เหมาะสมนะเจ้าคะ”
“ไม่เหมาะสมแล้วจะทำอันใดได้เล่า? เจ้าไม่เห็นหรือว่าซุนจ้งเหยียนต้องช่วยฉู่หลิวเยว่ผู้นั้นอย่างเต็มที่ เหมือนว่าฉู่หลิวเยว่จะไม่ใช่ศิษย์ของเขา แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงใส่ใจนางขนาดนี้…”
เฉิงหันพูดขึ้นพร้อมกระตุกริมฝีปากเหยียดยิ้มอย่างรังเกียจ
“น่าจะเพราะว่าสำนักของเขาไม่มีคนเหลือแล้วล่ะมั้งเจ้าคะ นี่จึงเป็นวิธีเดียวที่จะสามารถนำคนขึ้นไปเสริมได้ แต่ว่าการนำตัวฉู่หลิวเยว่มาช่วยรักษาหน้า พวกเขาช่างมีความคิดที่แปลกจริงๆ”