ตอนที่ 280
บทที่ 281 ชีพจรตี้จิง [รีไรท์]
October 22, 2026
ทุกคนต่างเดาความคิดของมู่ชิงเห่อไม่ออก แต่ละคนจึงอยู่ในความสงบทันที
ฉู่หลิวเยว่ทำหน้าหน้าตาเฉยชา และทำเหมือนไม่มีอันใดเกิดขึ้น ปล่อยให้แววตาของคนอื่นๆ มองตัวเองอยู่แบบนั้น
นางพอจะเดาออกว่ามู่ชิงเห่อคงจะกำลังนึกเรื่องเก่าๆ แต่กลับไม่รู้ว่าความโกรธของเขานั้นมาจากไหน
เลหลังจากที่เจอกันครั้งนี้ นางก็สังเกตเห็นว่ามู่ชิงเห่อเปลี่ยนไปเยอะมาก
ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนเขาก็เป็นคนที่เงียบขรึม แต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนโลเลเหมือนตอนนี้
จักรพรรดิจยาเหวินเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ทันที
“เหอะๆ รองแม่ทัพมู่ เรื่องที่ท่านพูดเมื่อคืนที่ว่าจะมาเลือกสักคนเพื่อไปฝึกกับท่านนั้นคือเรื่องจริงรึ?”
เมื่อคำพูดนั้นจบลง ทุกคนก็เปลี่ยนความสนใจไปอยู่ที่มู่ชิงเห่อทันที!
สายตานับไม่ถ้วนเต็มไปด้วยความคาดหวังและดีใจ
กลับไปกับมู่ชิงเห่อ?
ก็แสดงว่าไปยังราชวงศ์เทียนลิ่งไม่ใช่รึ?
นี่คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่เลยนะ!
ราชวงศ์เทียนลิ่งนั้นมีความยิ่งใหญ่เพียงใด ทั้งแคว้นเย่าเฉินนี้ คนที่มีสิทธิ์ไปได้นั้นก็มีเพียงจักรพรรดิจยาเหวินคนเดียวเท่านั้น!
คนอื่นๆ นั้นอย่าแม้แต่จะคิด!
นึกไม่ถึงเลยว่าตอนนี้จะมีโอกาสแบบนี้!
ที่มู่ชิงเห่อเป็นคนมาเลือกคนด้วยตัวเอง!
“ใช้ได้”
คำสั้นๆ เพียงสองคำของมู่ชิงเห่อกลับทำให้ทุกคนรู้สึกลุ้นขึ้นมา
ถึงแม้ว่าจักรพรรดิจยาเหวินจะรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่เมื่อพูดถึงกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
ในแววตาที่สงบของผู้อาวุโสชังนั้นปิดปังความดีใจไม่อยู่
“อัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในเคว้นเย่าเฉินต่างอยู่ที่นี่กันหมดแล้ว ท่านลองดูว่ามีที่ถูกใจท่านหรือไม่? ”
คนที่นั่งอยู่ในที่นี้ นอกจากองค์ชายและองค์หญิงแล้ว ยังมีบุคคลสำคัญในตระกูลใหญ่รวมถึงผู้อาวุโสซุน
จากนั้นก็ยังมีฝูอวิ๋นซานและเฉิงหันด้วย
ได้ยินคำตอบนี้แน่ชัดของมู่ชิงเห่อแล้ว ทั้งสองก็มองหน้ากัน ก่อนจะเห็นแววตาที่เร่งรีบของอีกฝ่าย
ที่จริงแล้วมู่ชิงเห่อก็มาเลือกคนนี่เอง!
อีกอย่างยังจะพากลับไปยังราชวงศ์เทียนลิ่งด้วย!
ไม่รู้จริงๆ ว่าแคว้นเย่าเฉินโชคดีมาจากไหน!
แต่ในเมื่อพวกเขาอยู่ที่นี่แล้วก็แสดงว่ามีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมอยู่แล้ว!
เพราะถึงอย่างใดทั้งสองสำนักก็มีอัจฉริยะไม่น้อยเหมือนกัน!
ถ้าหากว่าถูกเลือก…ต่อไปอนาคตคงก้าวไกลแน่นอน!
…
มู่ชิงเห่อมองผ่านทุกคนด้วยแววตาที่เฉยชา
คนที่ถูกเขามองเห็นต่างพากันยืดอกอย่างไม่รู้ตัว ถึงขั้นกลั้นหายใจ
“รองแม่ทัพมู่”
จู่ๆ หรงจิ้นก็ลุกขึ้นมา
“ไม่ทราบว่าข้ากระหม่อมขอแนะนำตัวได้หรือไม่?”
เขาคุ้นชินกับการแทนตัวเองว่า ‘ข้า’ แต่กลับนึกขึ้นได้ว่าแม้แต่เสด็จพ่อยังไม่กล้าเรียกตัวเองว่า
“ข้าพเจ้า” จึงรีบแก้คำพูดทันที
จักรพรรดิจยาเหวินก็นึกไม่ถึงว่าหรงจิ้นจะกล้าเอ่ยปากขึ้นเองเป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก
แต่เมื่อคิดกลับกัน ถึงอย่างใดหรงจิ้นเป็นผู้ที่มีความสามารถสูงสุดในการฝึกฝนในหมู่เจ้าชาย ดังนั้นเหตุใดเขาถึงจะไม่สามารถลองได้
ถ้าแม้แต่เขายังไม่มีสิทธิ์ ถ้าอย่างงั้นคนอื่นๆ ก็ไม่ต้องพูดถึงแล้ว
ในเมื่อเป็นองค์ชาย แต่เขาก็ยังต้องมีความกล้าหาญอยู่
มู่ชิงเห่อมองเขาไปหนึ่งที
“การต่อสู้ระดับสี่?”
คนที่เก่งขนาดนี้แค่มองเพียงครั้งเดียวก็สามารถมองระดับการฝึกฝนของคนอื่นๆ ออกทันที
หรงจิ้นพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น
“อีกเดือนเดียวก็คงจะข้ามไปเป็นนักสู้ระดับห้าได้แล้ว”
ทุกคนมองเขาด้วยความตะลึง
นักสู้ระดับห้านั้นไม่ได้ก้าวข้ามได้ง่ายขนาดนั้น เพราะมีหลายคนที่ติดขัดอยู่ตรงนั้นตลอดชีวิต!
ในเมื่อหรงจิ้นกล้าพูดต่อหน้าทุกคนแบบนี้ต้องมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแน่นอน