ตอนที่ 282
บทที่ 283 นกกระจอกสีฟ้า [รีไรท์]
October 22, 2026
ฉู่หลิวเยว่ยักคิ้วราวกับว่ารู้สึกโล่งอก
แต่ในใจของนางกลับไม่มีความสุขเลย มีแต่ความสับสนมากขึ้นเหมือนว่ามู่ชิงเห่อจะสนใจชีพจรตี้จิงมาก เขาตั้งใจมาแคว้นเย่าเฉินโดยเฉพาะก็เพื่อตามหาอัจฉริยะชีพจรตี้จิงงั้นรึ?
อย่างใดก็ตาม แม้ว่าคนเหล่านี้ในราชวงศ์เทียนลิ่งจะไม่สามารถพูดได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็ไม่ได้หายาก แล้วเหตุใดเขาถึงไม่ไปหาต่างแดนที่อยู่ไกลโพ้น เหตุใดมาหาที่นี่?
ทุกคนพากันมองฉู่หลิวเยว่ด้วยความอึ้งอยู่นานกว่าจะรู้สึกตัวอีกครั้ง
นี้มันหมายความว่าอย่างใด?
ฉู่หลิวเยว่เป็นชีพจรตี้จิงจริงๆ ด้วย
ก็หมายความว่านางสามารถตามมู่ชิงเห่อไปยังราชวงศ์เทียนลิ่งได้ไม่ใช่รึ!?
มู่ชิงเห่อเก็บแผ่นหินหยาบกลับมา
ฉู่หลิวเยว่เอ่ยปากถาม
“ท่านรองแม่ทัพมู่ ในเมื่อยืนยันแล้วว่าข้าคือชีพจรตี้จิง ถ้าอย่างงั้นที่ท่านพูดก่อนหน้านี้…”
มู่ชิงเห่อไม่ได้แสดงท่าทางอันใด
“เจ้ามีชีพจรตี้จิง เจ้าก็สามารถกลับไปกับข้าได้”
ฉู่หลิวเยว่ถึงกับกลั้นหายใจ
นางสามารถได้ยินเสียงหัวใจเต้นแรงและเร็วของตัวเองได้อย่างชัดเจน!
“เจ้าก็อย่าเพิ่งดีใจไป ถึงจะมีชีพจรตี้จิง แต่นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น ต่อไปยังมีคุณสมบัติอีกมากที่เจ้าต้องมี ถ้าเจ้าทำไม่ได้ ก็ไปต่อไม่ได้เช่นกัน”
มู่ชิงเห่อพูดอย่างเฉยชา
ฉู่หลิวเยว่ก้มหน้าลง
“ขอบใจท่านรองแม่ทัพมู่ หลิวเยว่จะทำให้ดีที่สุด”
นางรู้ว่าเรื่องราวมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
แต่ว่าถึงอย่างใดนี่ก็ถือเป็นโอกาสหนึ่ง และเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับความคิดของนางแล้ว
ถึงแม้ว่าในใจจะรอคอยที่จะได้กลับไปโดยเร็วที่สุด ให้คนพวกนั้นได้รับความเจ็บปวดที่ทางเคยได้รับอย่างทวีคูณ แต่นางก็รู้ดีว่านี่ยังไม่ใช่โอกาสที่ดีที่สุด
ถ้านางกลับไปแข็งข้อกับพวกเขาด้วยความสามารถของนางในตอนนี้ ก็คงจะตายสถานเดียว!
มู่ชิงเห่อขานรับ “อือ” ด้วยไปหน้าเฉยชา
ฉู่หลิวเยว่ถึงกับโล่งอก แต่คนอื่นๆ กลับรู้สึกสับสน
ทุกคนในที่นั้นต่างหอบความหวังกันมาด้วย แต่คุณสมบัติที่ต้องมีชีพจรตี้จิงนั้นสูงเกินไป ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่มี
เสียเวลากว่าครึ่งวัน สุดท้ายก็เป็นฉู่หลิวเยว่ที่โดดเด่นอีกครั้ง!
แบบนี้จะทำให้พวกเขาดีใจได้อย่างใด
จักรพรรดิจยาเหวินลังเลสักพัก แต่ก็เอ่ยปากถามอย่างระมัดระวัง
“รองแม่ทัพมู่ ท่านจะรับเพียงคนที่มีชีพจรตี้จิงจริงๆ รึ? อันที่จริงแล้วมีบางคนที่ถึงแม้จะไม่ใช่ชีพจรตี้จิง แต่ก็มีฝีมือใช้ได้ ถ้าท่านไม่รังเกียจลองเลือกอีกดีหรือไม่?”
“ถ้าเหมือนเขาละก็ ไม่จำเป็นแล้วล่ะ”
แววตาของมู่ชิงเห่อเหลือมองตัวของหรงจิ้น
หรงจิ้นยิ่งรู้สึกอายมากขึ้นเป็นถึงองค์ชาย ตั้งแต่เขาเกิดมาก็ยังไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน ถึงแม้เมื่อก่อนเสด็จพ่อจะกักบริเวณเขา หรือยึดอำนาจที่เขามีอยู่ในมือมากมายกลับไป เขาก็ไม่รู้สึกว่าอับอายเท่านี้มาก่อน
แบบนี้เหมือนเป็นการตบหน้าเขาต่อหน้าทุกคนชัดๆ!
จักรพรรดิจยาเหวินก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบรับอย่างใดดี
อย่าว่าแต่หรงจิ้นเลย ถึงจะเป็นเขาที่ถูกว่าแบบนี้ เขาก็ไม่กล้าแสดงออกว่าเขาไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย
ได้ยินมู่ชิงเห่อพูดแบบนี้แล้ว เขาก็ไม่กล้าพูดต่อทำได้เพียงหุบปากด้วยความประหม่า
บรรยากาศทั้งห้องงานเลี้ยงยิ่งมาอึมครึม และประหลาดเข้าไปใหญ่
ฉู่หลิวเยว่กลับนั่งกินอาหารอย่างสบายใจ ต่อหน้าผู้คนที่กำลังมองนางอยู่
หรงจิ้นกัดฟัน ด้วยความรู้สึกโมโหฉู่หลิวเยว่ที่ได้โอกาสอันล้ำค่าในชีวิตไป และยังรู้สึกหงุดหงิดกับความโผงผางก่อนหน้านี้ของตัวเองด้วย
หลังจากถูกมู่ชิงเห่อตำหนิ ในใจของนางก็รู้สึกอับอายมากอยู่แล้ว
แต่ต่อมามู่ชิงเห่อก็ปฏิบัติแบบนั้นกับคนอื่นๆ เช่นกันหนึ่งในนั้นยังรวมถึงหรงเจินด้วย นางจึงโมโหเข้าไปใหญ่
เมื่อเริ่มสงบจิตสงบใจแล้ว นางก็รู้สึกว่าตัวเองทำมากเกินไป
มู่ชิงเห่อเป็นคนยังไงกัน?
ทูตของราชวงศ์เทียนลิ่งเป็นรองแม่ทัพที่มีตำแหน่งสูงส่ง!
ต่อให้เป็นเสด็จพ่อก็ยังต้องเห็นแก่หน้าเขา แล้วนางที่ถูกว่าแบบนี้จะสามารถทำอันใดได้?
อีกอย่างนางยังหวังว่ามู่ชิงเห่อจะสามารถช่วยฟื้นฟูร่างกายให้นางอีกด้วย
เมื่อนึกถึงตรงนี้แล้ว นางจึงส่งสายตาให้กับพระมเหสี
พระมเหสีเห็นแววตาบีบบังคับของหรงจิ้น ก็รู้ทันทีว่านางหมายความว่าอย่างใด