ตอนที่ 1092
บทที่ 1094 แสร้งทำเป็นเก่ง
October 21, 2026
เพียงแต่ สาวสวยสองคนนี้ คนหนึ่งสวมชุดกีฬา ไว้ผมหางม้า เย็นชาราวกับภูเขาน้ำแข็ง คนแปลกหน้าเข้าใกล้ยาก อีกคนหนึ่งสวมชุดสีม่วง ผมยาวสลวย ใบหน้าที่เศร้าหมอง ราวกับว่าทุกคนในโลกนี้เป็นหนี้เธอ
และด้านข้างของกองไฟแห่งนี้ ยังมีผู้ชายสามคนนั่งอยู่ ผู้หญิงสองคนนี้ เดี๋ยวคุยกันเดี๋ยวเงียบ
การมาของอู๋เป่ย ดึงดูดความสนใจของสาวสวยสองคนนี้ พวกเธอมองอู๋เป่ยเสร็จ ต่างไม่พูดอะไร
เด็กผู้ชายที่อยู่ด้านข้างใบหน้าเป็นสิว ระหว่างที่เขาบีบสิวไปด้วย พร้อมกับคุยกับผู้หญิงที่อยู่ด้านข้างไปด้วย ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะอย่างมีความสุข
อู๋เป่ยพูดด้วยรอยยิ้ม : “น้องชาย กินเผ็ดให้น้อยลงหน่อย ไม่อย่างนั้นจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้”
ผู้ชายถาม : “หน้าคุณดูไม่คุ้นเลย ไม่ได้เรียนห้องเดียวกับพวกเราใช่ไหม”
เหม๋ยเป่าพูด : “เขาเป็นพี่ชายของอู๋เหมย มาเที่ยวคืนนี้”
ชายคนนั้นอ้อหนึ่งที : “ที่แท้เป็นพี่ชายของอู๋เหมย”
ทักทายเสร็จ เขาจีบผู้หญิงคนนั้นต่อ ผ่านไปไม่นาน พวกเขาทั้งสองเดินไปยังสถานที่เงียบสงบและไม่มีคนอาศัยอยู่ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปทำอะไร
อู๋เป่ยหยิบเนื้อสัตว์อสูรออกมาหนึ่งชิ้น ใช้มีดหั่นเป็นชิ้นๆ ย่างบนไฟ ย่างเสร็จแล้ว ก็เอาให้เหม๋ยเป่ากิน เนื้อสัตว์อสูรนี้ซ่อนความสดเอาไว้ กลิ่นหอมแปลกๆลอยออกมา ดึงดูดความสนใจของสาวสวยทั้งสองคน
เหม๋าเป่ากินจนปากเต็มไปด้วยน้ำมัน พูด : “พี่อู๋ เนื้ออร่อยจริงๆ”
อู๋เป่ย : “แน่นอนอยู่แล้ว นี่เป็นสัตว์อสูรร้ายเลยนะ”
สาวงามเย็นชาคนนั้นเปิดปากพูดก่อน พูด : “ที่แท้เป็นคนเส้นทางเดียวกัน”
อู๋เป่ยกะพริบตา : “เส้นทางอะไร”
สาวงามเย็นชา : “คุณไม่ต้องแกล้งแล้ว ในเมื่อเป็นผู้ฝึกฝน ก็น่าจะรู้ว่าตอนนี้พวกเราตกอยู่ในอันตราย”
อู๋เป่ยพูดด้วยรอยยิ้ม : “เธอหมายถึง เงาผีที่อยู่ข้างนอกเหล่านั้นเหรอ ไม่ต้องกลัว ฉันจะปกป้องพวกเธอเอง”
สาวสวยเย็นชายิ้มอย่างเย็นชา : “คุณปกป้องพวกเราเหรอ”
อู๋เป่ย : “พวกเธอทุกคนเป็นเพื่อนของอู๋เหมย แน่นอนฉันไม่มีทางมองอยู่ข้างๆโดยไม่ทำอะไร”
สาวสวยเย็นชาหันหน้าไปด้านข้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยาม มันเป็นการแสดงออกของท่าทางของเซียนเทพบนสวรรค์เมื่อมองเห็นคนบนโลกมนุษย์ ดูถูก กระทั่งเป็นการเมินเฉย
อันที่จริงถ้าหากไม่ใช่เพราะอู๋เป่ยย่างสัตว์อสูร เธอไม่มีทางมองอู๋เป่ยเลยด้วยซ้ำ
ผู้หญิงผมยาวอีกคน กระโปรงสีม่วงพูดอย่างเย็นชา : “โตวหลาน คนกะล่อนแบบนี้มีอะไรน่าคุยด้วย มาคิดกันดีกว่า อีกสักพักจะหนีเอาชีวิตรอดยังไงดี”
สาวสวยเย็นชามองอีกฝ่ายหนึ่งที พูด : “ฉันยังคิดว่าเธอชื่อเย่ชิงหวู่ไม่กลัวตายสะอีก”
ผู้หญิงในชุดกระโปรงสีม่วงชื่อเย่ชิงหวู่พูดอย่างเย็นชา : “ค่ายกลใหญ่ขนาดนี้ แน่นอนว่าเป็นผู้แข็งแกร่งที่ใช้วิชาผีเป็นคนลงมือ นอกจากนี้มีการวางไว้ล่วงหน้า สิ่งที่สามารถทำให้พวกเขาลงทุนขนาดนี้ คิดว่าน่าจะเป็นของที่อยู่บนตัวเธอชิ้นหนึ่ง”
โตวหลานพูดอย่างไม่แยแส : “มันก็ไม่แน่ สมบัติที่อยู่บนตัวชิ้นนั้น ราคาไม่ต่ำกว่าของฉัน ไม่แน่ พวกเขาต้องการเอาของของเธอไป”
แม้ว่าทั้งสองคนจะคุยกัน ชายอีกสองคนและผู้หญิงหนึ่งคนกลับไม่ได้ยิน เพราะนี่คือวิชาลับการส่งเสียง แน่นอน คำพูดของพวกเธอ ตกอยู่ในหูของอู๋เป่ยทั้งหมด
เขาพูดด้วยรอยยิ้ม : “สมบัติอะไร สามารถให้ฉันดูหน่อยได้ไหม”
โตวหลานประหลาดใจเล็กน้อย วิชาลับการส่งเสียงของเธอสูงส่งอย่างมาก ต่อให้อยู่ต่อหน้าตี้เซียนก็ไม่สามารถแอบฟังได้ คนผู้นี้ได้ยินได้ยังไง
เย่ชิงหวู่จ้องอู๋เป่ยอย่างเย็นชา : “แสร้งทำเป็นอวดฉลาด ได้ยินพวกเราคุยกัน แกมีแต่จะตายเป็นคนแรก”
อู๋เป่ยประหลาดใจอย่างมาก : “ทำไมฉันถึงต้องตายเป็นคนแรก”
เย่ชิงหวู่ : “ถ้าหากสิ่งเหล่านั้นบุกเข้ามา ฉันไม่มีทางช่วยคุณอย่างแน่นอน”
อู๋เป่ยถอนหายใจ : “เป็นเพราะว่าฉันได้ยินพวกเธอคุยกัน เธอก็เลยเห็นคนจะตายเลยไม่ช่วยเหรอ”
เย่ชิงหวู่พูดอย่างเย็นชา : “แอบฟังคนอื่นคุยกัน นี่คือผลลัพธ์ที่ตามมา”
จู่ๆเหม๋ยเป่าก็ฮึหนึ่งที : “พวกคุณประเมินตัวเองสูงเกินไปแล้ว พี่อู๋ของฉันไม่จำเป็นต้องให้พวกคุณช่วยหรอก ตรงกันข้ามเลย ถ้าหากเจออันตรายจริงๆ พวกคุณกลับต้องขอความช่วยเหลือจากเขา”