ตอนที่ 1382
บทที่ 1385 เข้ารับตำแหน่งผู้ฝึกสอนของกองทัพต้องห้าม
October 21, 2026
เหนือขุนนางชั้นสูงยังมีชั้นราชวงศ์ ซึ่งโดยทั่วไปจะเป็นกษัตริย์ที่ได้รับความไว้วางใจให้ไปยังสถานที่ต่างๆ รวมถึงรัฐมนตรีผู้มีอำนาจของแคว้นหลงกั๋ว รัฐมนตรีผู้มีอำนาจของแคว้นหลงกั๋วมักจะถูกแต่งตั้งโดยกษัตริย์
สถานะสูงสุดคือกลุ่มจักรพรรดิ ปัจจุบันจำนวนกลุ่มจักรพรรดิในแคว้นหลงกั๋วมีน้อย แต่เมื่อเวลาล่วงเลยไป จำนวนกลุ่มจักรพรรดิก็จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างแน่นอน
หลังจากรับโฉนดที่ดินและโฉนดตัวร้านแล้วนั้น นายหัวก็กล่าวลา จากนี้เป็นต้นไปร้านแห่งนี้เป็นของอู๋เป่ยแล้ว
หลี่เหมยกล่าวขึ้น "ซวนเป่ย ขวดยาเหล่านี้ นายจะขายหรือจะเก็บไว้ใช้เอง"
อู๋เป่ย "
หลี่เหมยยิ้มและพูดว่า "งั้นวันนี้ฉันจะเฝ้าร้านและจะจัดการกับขวดเหล่านี้ก่อนละกัน"
อู๋เป่ยพยักหน้า "ฉันขอตัวไปที่พระราชวังเพื่อดำเนินเรื่องสำหรับผู้ฝึกสอนกองทัพต้องห้ามก่อนนะ" จากนั้นเขาก็ทิ้งยันต์หยกไว้สองสามอัน เพื่อหากว่ามีธุระให้เธอติดต่อเขาในทันที
หลี่เหม่ยกล่าว "วางใจได้ มันมีป้ายราคาติดอยู่ ไม่มีเรื่องยากเลย"
จากนั้นอู๋เป่ยก็ไปที่พระราชวังและติดต่อกับจัวกงกง
จัวกงกงก็มารออยู่ที่ทางเข้าพระราชวัง ในฐานะขันทีที่มีตราประทับฝ่ามือแสดงว่าเขามีตำแหน่งสูงในวัง การให้ความสำคัญกับอู๋เป่ยนั้นเป็นเพราะเขามีอนาคตก้าวไกล แต่รู้ไว้ก่อนว่าแม้ท่านอ๋องและอุปราชมา เขาก็ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่ได้สนใจอะไรพวกเขา
“ฮ่าฮ่า ท่านผู้ฝึกสอนอู๋ คุณจัดการธุระเรียบร้อยแล้วเหรอ?”
อู๋เป่ยยิ้มแล้วพูดว่า "จัวกงกง ฉันมาที่นี่เพื่อเข้ารับตำแหน่ง"
ขันทีจัวพยักหน้า "ฉันได้ยินมาบ้างแล้ว ดีแล้ว พวกเราไปที่กองทัพต้องห้ามกันก่อน ฉันให้คนไปดำเนินเรื่องให้ แล้วคุณกับฉันก็ดื่มชาไปคุยไปที่นั่น"
อู๋เป่ยเข้าใจว่าสิ่งที่เรียกว่าการพูดคุยพร้อมการดื่มชา น่าจะเป็นการอธิบายบางอย่างให้เขาฟัง เขาจึงตอบกลับ "ตกลง ลำบากขันทีซะแล้ว"
จัวกงกงพาอู๋เป่ยไปที่ค่ายทหารทางตอนเหนือของพระราชวัง ค่ายทหารครอบครองพื้นที่ขนาดใหญ่มากและมีสัญลักษณ์หยินหยางอยู่ข้างใน มีถ้ำสวรรค์หลายแห่งที่ใช้ในการเก็บเสบียงและอาหารทางทหาร ในเต็นท์กลางของค่ายทหารมีผู้บัญชาการทหารวัยกลางคนสวมชุดเกราะสีทองนั่งตัวตรงอยู่และรายล้อมไปด้วยทหารภายใต้การบังคับบัญชาของเขา ดูเหมือนเขากำลังรอใครบางคนอยู่
ทหารทางด้านซ้ายถามขึ้นว่า "ท่านแม่ทัพเป็นผู้เลือกหัวหน้าผู้ฝึกกองทัพต้องห้ามมาโดยตลอด ทำไมจู่ๆ ฝ่าบาทถึงตัดสินใจแต่งตั้งเขาเพียงลำพังล่ะ?"
ผู้บัญชาการทหารเกราะทองตอบ "เราในฐานะเสนาบดีไม่ควรเคลือบแคลงกับการตัดสินใจของพระองค์ ฝ่าบาทให้เราทำอะไร เราก็ต้องทำ"
นายทหารผู้นั้นกล่าวว่า "คำสั่งของฝ่าบาทนั้น แน่นอนว่าเราจะต้องปฏิบัติตามแม้ว่าจะต้องตายก็ตาม แต่ว่าหัวหน้าผู้ฝึกสอนที่ถูกส่งมาก็ต้องมีความสามารถเช่นกัน ถ้าหากว่าอีกฝ่ายเป็นคนโง่เขลาล่ะก็ พวกเราก็เชื่อใจไม่ได้"
“ถูกต้อง! ถ้าดูดีแค่ภายนอกแต่จริงๆ ไม่มีประโยชน์เลย พวกเราก็ต้องจับตาดู!”
“อวดดี!” ผู้บัญชาการทหารเกราะทองพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้ม “ในแคว้นหลงกั๋วของเรา หัวหน้าผู้ฝึกสอนไม่เพียงแต่ฝึกทหารเท่านั้น แต่ยังต้องดูแลวินัยทางทหารด้วย หากพวกเจ้าประพฤติตัวไม่เหมาะสมแล้วโดนทุบตีจนตาย ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูด"
ทางด้านขวา ชายวัยกลางคนพูดอย่างใจเย็น "ขอบคุณสหายทุกท่าน ฉันรู้ว่าพวกคุณกำลังพูดแบบนี้เพราะคิดว่ามันไม่ยุติธธรมสำหรับฉัน คำสั่งศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถฝ่าฝืนได้ ฮ่องเต้ฝ่าบาททรงอาจคิดวว่าฉันไร้ความสามารถ ฉันจึงทำได้แค่ออกจากสนามฝึกค่ายทหารเท่านั้น”
ทุกคนต่างพูดขึ้น "ท่านผู้ฝึกสอนโจว ศิลปะการต่อสู้ของท่านนั้นโดดเด่นและท่านยังเป็นเซียนบู๊แห่งสวรรค์อีกด้วย ครั้งหนึ่งท่านเคยเป็นผู้แข็งแกร่งเซียนจุนที่รู้จักกันดีในอันดับรายชื่อ จะมีใครเทียบท่านได้"
ในขณะที่ท่านผู้ฝึกสอนโจวจะพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นจัวกงกงก็มาถึงพร้อมกับอู๋เป่ย ผู้บัญชาการทหารเกราะทองยืนขึ้นเพื่อต้อนรับเขา "ขันทีจัว คุณมาแล้ว"
จัวกงกงยิ้มแล้วพูดว่า "พลเอกเว่ย ท่านผู้นี้คืออู๋เป่ย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกองทัพต้องห้ามที่ได้รับการแต่งตั้งโดยฝ่าบาท"
อู๋เป่ยนำมือประสานกันทำความเคารพ "ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของท่านมานาน"
ชื่อของผู้บัญชาการทหารเกราะทอง คือ เว่ยหยวน เขารับผิดชอบกองกำลังต้องห้ามกว่าแปดแสนนาย เขามีตำแหน่งที่สูงและมีบรรดาศักดิ์ชั้นเอก
เว่ยหยวนยิ้มและพูดว่า "ท่านผู้ฝึกสอนอู๋ ยินดีที่ได้พบท่าน"
จัวกงกงกล่าว "ฝ่าพระบาททรงแต่งตั้งท่านผู้ฝึกสอนอู๋ เป็นเพราะท่านผู้ฝึกสอนอู๋มีศิลปะการต่อสู้ที่โดดเด่นและคุณสมบัติที่เหนือใคร พวกท่านบางคนอาจไม่รู้ว่าท่านผู้ฝึกสอนอู๋คือราชาแห่งศิลปะการต่อสู้ในตำนานระดับเก้าดาว! เป็นสถิติที่ในหมื่นปีมานี้ทั้งบนสวรรค์และบนโลกก็ไม่มีใครเทียบได้!”