ตอนที่ 13
ตอนที่ 13 มังกรในห้องขัง
October 22, 2026
ตอนที่ 13 มังกรที่ถูกกักขัง
แต่เดิมแล้ว หยางเหว่ยที่เห็นว่าเย่เชียนดูมีท่าทีหยิ่งยโสโอหัง เขาคิดว่าเย่เชียนนั้นมีผู้ที่มีอํานาจหนุนหลังให้จึงลองสืบค้นดู ถึงข้อมูลจะไม่มากนักแต่เขาก็ได้รู้ว่าเย่เชียนเป็นเพียงเด็กกําพร้าที่คนเก็บขยะเก็บมาเลี้ยง คนประเภทนี้น่ะเหรอที่จะมีใครมาหนุนหลังให้ หยางเหว่ยนึกสมเพชเย่เชียน หลังจากนั้นเขาก็คิดขึ้นมาว่า ‘ไอ้นี่มันบัดซบจริง ๆ เดี๋ยวฉันคนนี้จะสั่งสอนแกเอง คอยดูเถอะว่าฉันจะทําอะไรกับแกบ้าง’
เมื่อหยางเหว่ยได้ข้อมูลจากในอินเทอร์เน็ตตามที่ต้องการแล้ว เขาก็เรียกเจ้าหน้าที่ตํารวจร่างผอมเข้ามาพูดอะไรบางอย่างกับเขา หลังจากเจ้าหน้าที่ร่างผอมออกไป หยางเหว่ยก็อดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
ตํารวจร่างผอมเดินเข้ามายังห้องสอบสวนแล้วพาเย่เชียนไปยังห้องคุมขัง
“เข้าไป!”
เขาตะโกนขณะที่ยืนอยู่หน้าประตู เย่เชียนเหลือบมองเขาด้วยสายตาน่ากลัวทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวั่นเกรงและตัวสั่นขึ้นมา เมื่อเย่เชียนเข้าไปแล้ว เขาก็รีบล็อกห้องขังอย่างแน่นหนา จากนั้นก็ตะโกนบอกนักโทษคนอื่น ๆ อย่างรื่นรมย์ว่า
“มีเด็กใหม่มาดูแลเขาด้วย!” พูดจบเขาก็เดินออกไปด้วยความสะใจ
ห้องขังนี้ล้วนมีแต่ผู้กระทําผิดโทษสถานหนักร้ายแรงที่ถูกกักตัวไว้ที่นี่เพื่อรอขึ้นศาล และแน่นอนว่าหยางเหว่ยต้องการให้นักโทษที่นี่สั่งสอนบทเรียนให้แก่เย่เชียน เพราะนักโทษมักชอบก่อความรุนแรงชกต่อยกันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาที่คนเป็นตำรวจอย่างเขาต้องเข้าไปแทรกแซง
เย่เชียนกวาดสายตาไปยังเหล่าอสูรร้ายร่วมห้องขัง และเขาก็เข้าใจได้ในทันทีว่ามีใครบางคนต้องการที่จะแก้แค้นเขาโดยใช้ไอ้พวกเศษเดนพวกนี้เป็นเครื่องมือ
ในกรมตํารวจนี้ก็น่าจะมีเพียงสองคนเท่านั้นที่มีเรื่องกับเขา ไม่หวังยู่ก็ต้องเป็นหยางเหว่ย ซึ่งหวังยู่เธอเป็นพวกโง่แบบใสซื่อ ไม่น่าจะทําเรื่องอะไรแบบนี้ได้ ถ้าเช่นนั้นมันก็ต้องเป็นหยางเหว่ยอย่างแน่นอน
“มานี่ซิ!” หนึ่งในนักโทษที่ดูเหมือนจะเป็นขาใหญ่ของที่นี่มองหน้ายังเย่เซียนและพูดขึ้น
เย่เชียนแสร้งทำเป็นกลัวเขาและพูดจาประจบประแจง
“พี่ชาย… มีอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ ?”
หัวหน้านักโทษเห็นเช่นนี้ก็ช่วยไม่ได้ที่เขาจะออกอาการงุนงง เพราะเขาคิดว่าเย่เชียนเป็นคนที่ไม่ยอมคน เขาจึงไม่ได้คาดว่าเย่เชียนจะเป็นพวกขี้ขลาดตาขาว เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาจึงต้องการแสดงความยิ่งใหญ่ในศักดิ์ศรีของนักเลงขาใหญ่และตะโกนออกมาเสียงดังว่า
“คุกเข่า!”
สําหรับลูกผู้ชายอกสามศอกแล้ว การคุกเข่านั้นก็มีค่าดั่งทองคําในโลกใบนี้ มีเพียงพ่อแม่บังเกิดเกล้าเท่านั้นที่จะยอมคุกเข่าให้ อย่างไรก็ตาม เย่เชียนค่อย ๆ ย่อเข่าลงเล็กน้อยต่อหน้าพวกเขา
ในขณะที่พวกเขากําลังเยาะเย้ยในการกระทำอันขี้ขลาดตาขาวของเย่เชียน เย่เชียนก็ใช้จังหวะนี้เตะเสยอย่างรุนแรงเข้าไปที่หน้าของหัวหน้านักโทษอย่างจังจนเขาสำรอกอาหารที่เพิ่งกินเข้าไปออกมา นักโทษคนอื่นถึงกับยืนขึ้นด้วยความตกใจและปิดปากเงียบ ไม่กล้าตอบสนองต่อสถานการณ์ตรงหน้า
หลังจากนั้นเย่เชียนก็เหยียบหัวของไอ้หัวหน้านักโทษและมองไปยังคนอื่น ๆ ที่เหลือ นักโทษคนอื่น ๆ ไม่รอช้ารีบวิ่งไปเขย่ากรงขังและตะโกนเสียงดังอย่างร้อนรน “ช่วยด้วย… ช่วยด้วย… พวกเราถูกทําร้าย!!!” เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกได้รับคําสั่งมาจากหยางเหว่ยว่าวันนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็จงทําเป็นไม่รู้ไม่เห็นเสีย ถึงเขาจะได้ยินเสียงต่าง ๆ แต่ก็ยังทําเป็นหูทวนลมนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ต่อไปอย่างใจเย็น
เมื่อเย่เชียนเห็นว่าเป็นเช่นนี้ เขาจึงยิ้มดุจดั่งปีศาจร้าย
ตอนนี้นักโทษคนอื่น ๆ ในห้องขังก็เข้าใจกันหมดแล้วว่าเด็กใหม่คนนี้ไม่ใช่พวกไก่อ่อน เขาเพียงเสแสร้งแกล้งทำเท่านั้น แม้ว่าในนี้จะไม่มีอาชญากรระดับประเทศก็ตาม แต่ก็เป็นถึงพวกมาเฟียระดับสูงที่มีน้อยคนนักจะกล้าขัดใจพวกเขา แต่เย่เชียนเองก็เป็นถึงหัวหน้ากลุ่มเขี้ยวหมาป่า มีหรือจะไร้ซึ่งพลังความสามารถ
เย่เชียนจัดการพวกมันได้อย่างง่ายดาย ในเวลานี้พวกมาเฟียระดับสูงทั้งหมดนอนโอดครวญด้วยความเจ็บปวดอยู่ที่พื้น เหล่านักโทษล้วนสิ้นหวังและได้แต่ก่นด่าสาปแช่งหยางเหว่ยไป 18 ชั่วโคตรว่าทำไมถึงส่งอสูรร้ายเช่นนี้มาอยู่ร่วมห้องกับพวกเขา
เย่เชียนเดินไปหาหัวหน้านักโทษแล้วจงใจเหยียบหน้าเขากดลงกับพื้นพร้อมกับถามเรียบ ๆ