ตอนที่ 1357
ตอนที่ 1359 ช่วยชีวิต ....................
October 22, 2026
ตอนที่ 1359 ช่วยชีวิต
………………..
เย่เชียนก็กังวลเช่นกันแต่มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องกังวลอีกต่อไปเพราะเขาทำได้เพียงรออย่างอดทน
เมื่อมองไปที่เยว่เหอตูแล้วเย่เชียนก็ถามว่า “หยุนโอ่วเทียนกับฟู่เซิงเป็นไงบ้าง?..ธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่นหรือเปล่า?”
“พวกเราทุกคนสบายดี” เยว่เหอตูพูด “ธุรกิจกำลังไปได้สวยเลยในตอนนี้ด้วยการแนะนำของบอสเพราะงั้นมันก็เป็นไปอย่างราบรื่นแต่หลี่ซือเธอคิดถึงบอสเพราะงั้นบอสควรกลับไปหาเธอเมื่อมีเวลานะ..เธอคงจะทรมานมากที่ไม่ได้เจอบอสตั้งนานแบบนี้”
“ก่อนที่ฉันจะมาที่นี่ฉันผ่านเมืองซีจิงและตั้งใจจะไปหาเธอแต่ฉันไม่สามารถเสียเวลาได้ฉันเลยไม่ได้ไปหาเธอ” เย่เชียนพูด “เอาไว้ค่อยไปหาเธอหลังจากเรื่องนี้จบลงก็แล้วกัน” เย่เชียนหยุดไปชั่วขณะแล้วพูดว่า “ดูเหมือนว่าอุตสาหกรรมการธุรกิจของหมู่บ้านเมียวจะมีขนาดใหญ่มากและส่วนใหญ่ก็อยู่ในอุตสาหกรรมยาเพราะงั้นนายต้องศึกษาให้ดีเพื่อที่จะได้ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับผู้เฒ่าหว่าน!”
“ใช่!..เหอตูฉลาดมากและช่วงนี้เขาก็กำลังศึกษายาชนิดต่างๆอยู่และเขาจะเป็นคนดูแลอุตสาหกรรมในอนาคต” หว่านไห่พูด “ฉันแก่แล้วและถึงเวลาเกษียณแล้วเพราะงั้นทุกอย่างจะถูกส่งต่อให้กับเหอตู..เอ็งโชคดีมากที่มีเพื่อนอย่างเย่เชียนและเอ็งก็สามารถถามเขาได้หากเอ็งไม่เข้าใจอะไรในอนาคตเพราะเขาน่ะไม่ธรรมดาเลย”
“ได้ครับ” เยว่เหอตูพูด
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “อย่าพูดแบบนั้นเลยเพราะอันที่จริงผมไม่ค่อยรู้อะไรเลยเกี่ยวกับการทำธุรกิจหรอกถ้าไม่ใช่เพราะพี่สาวหลันที่ช่วยผมจัดการเครือน่านฟ้ากรุ๊ปในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผมเกรงว่าผมคงจะไม่สามารถทำได้เลย..แต่ถ้านายต้องการศึกษาธุรกิจจริงๆหลังจากนายเรียนจบฉันสามารถส่งนายไปอยู่ที่เครือน่านฟ้ากรุ๊ปเพื่อศึกษาเชิงธุรกิจสักระยะหนึ่งและฉันก็เชื่อว่านายจะสามารถเรียนรู้และเป็นผู้บริหารระดับสูงได้เพราะทีมบริหารของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปน่ะทุกคนล้วนมีชื่อเสียงระดับโลกและไม่รู้กี่บริษัทที่ต้องการซื้อตัวพวกเขาด้วยเงินเดือนที่สูงมาก”
“โอเค..เมื่อถึงเวลาฉันจะบอกพี่สาวหลันและขอให้เธอจัดการให้นายไปศึกษางานที่นั่น” เย่เชียนพูด “แต่ว่าฉันไม่อยากให้พวกเขาปฏิบัติต่อนายเป็นพิเศษเพราะว่านายเป็นน้องชายของฉันเพราะสิ่งที่ฉันต้องการก็คือความเข้มงวดในทุกๆอย่างและฉันก็อยากให้นายเตรียมพร้อมที่จะถูกตำหนิติเตียนเสมอ”
“นั่นแหละจะเป็นวิธีที่ผมจะสามารถเรียนรู้ได้..แต่บอสไม่ต้องกังวลไปผมไม่ใช่พวกลูกหลานผู้มีอิทธิพลที่หยิ่งผยองเหล่านั้นผมสามารถแบกรับความยากลำบากได้เสมอ” เยว่เหอตูพูด
เย่เชียนก็พยักหน้าอย่างพอใจและถึงแม้ว่าทุกวันนี้มันจะไม่ใช่สังคมที่เชื่อในคติที่ว่าอดทนแล้วจะได้ดีก็ตามแต่ถ้าโอกาสอยู่ตรงหน้าแต่ทันท้อถอยซะก่อนมันก็สามารถแสดงให้เห็นว่าคุณนั้นไร้ความสามารถและชีวิตนี้ก็จะเป็นได้เพียงแค่คนธรรมดา
ในขณะที่พูดประตูก็ถูกเปิดออกและสายตาของทั้งสามคนก็หันกลับมาทันที จากนั้นชายนิรนามก็ออกมาจากบ้านอย่างช้าๆและสีหน้าของเขาไม่สามารถบอกได้ว่าผลลัพธ์นั้นดีหรือแย่ซึ่งทำให้หัวใจของพวกเขาทั้งสามเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้
ทั้งสามรีบเข้าไปหาพวกเขาและเย่เชียนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆและถามว่า “เป็นไงบ้างครับ..เธอ..” เย่เชียนไม่เคยรู้สึกประหม่าเท่านี้มาก่อนและอารมณ์แบบนี้ก็ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้และเขาก็ต้องการรู้ผลลัพธ์อย่างเร่งด่วนแต่ดูเหมือนเย่เชียนจะกลัวที่จะทราบผลลัพธ์เช่นกัน
“เธอไม่เป็นอะไรแล้ว” ชายนิรนามพูด “แต่เธอเพิ่งจะฟื้นตัวและร่างกายของเธอก็อ่อนเพลียมากและเธอยังอยู่ในอาการโคม่าอยู่..ซึ่งเช้าวันพรุ่งนี้เธอน่าจะลืมตาตื่นขึ้นแต่ผมรู้ว่าหมู่บ้านเมียวเก่งเรื่องยาและเชี่ยวชาญด้านวิธีฟื้นฟูร่างกาย..หลังจากที่เธอตื่นแล้วอย่าให้เธอหักโหมเกินไปล่ะเพราะร่างกายของเธอยังอ่อนแอมากไม่อย่างนั้นเธอแย่แน่!”
“ขะ..ขอบคุณมากครับ” เย่เชียนพูด
“คุณไม่จำเป็นต้องขอบคุณผมหรอกเพราะพวกเราแค่ทำข้อตกลงกันและแค่จำเอาไว้ว่าคุณเป็นหนี้ผมตามคำสัญญาอยู่” ชายนิรนามพูด “เอาล่ะผมทำสิ่งที่ผมต้องทำไปแล้วเพราะงั้นผมขอตัวก่อน”
“แล้วเจอกันครับ!” หลังจากที่เย่เชียนพูดจบเย่เชียนก็เดินออกไปพร้อมกับชายวัยกลางคน
ด้านนอกประตูเย่เชียนก็อ้าปากราวกับว่าเขาต้องการจะพูดอะไรบางอย่างแต่เขาก็ยังกลั้นเอาไว้แต่ชายนิรนามไม่ได้หันหลังกลับแต่ดูเหมือนว่าเขาเห็นท่าทางของเย่เชียนแล้วเขาจึงพูดว่า “ถ้าคุณมีอะไรอยากจะถามก็ถามเลย..อย่าได้ลังเลเพราะมันไม่ใช่นิสัยของคุณ”
“เมื่อครู่นี้ผู้เฒ่าหว่านบอกว่าคุณเหมือนคนที่เขารู้จัก” เย่เชียนพูด
“หืม?..เหมือนใคร?” ชายวัยกลางคนพูดโดยไม่ระบุชื่อ
“เหมือนพ่อของผม..เย่เจิ้งหราน” เย่เชียนพูด