ตอนที่ 1370
ตอนที่ 1372 สมรภูมิเดือด (4)
October 22, 2026
ตอนที่ 1372 สมรภูมิเดือด (4)
………………..
เป้าหมายของชายร่างกำยำมีเพียงโอ่วหยางอู๋เต๋อกับโอ่วหยางกัวเหว่ยเท่านั้นและเขาก็ไม่สนใจคนอย่างโอ่วหยางหมิงซวนเลย ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถฆ่าโอ่วหยางหมิงซวนได้ง่ายๆแต่เขาก็ยังสังเกตเห็นการต่อสู้ที่มีความคับแค้นใจกันระหว่างจินเหว่ยห่าวกับโอ่วหยางหมิงซวนเช่นกันและเขาก็คิดว่าควรให้พวกเขาทั้งสองตัดสินและปิดบัญชีแค้นกันเอง
เมื่อเห็นว่าทางชายร่างกำยำทำภารกิจเสร็จแล้วชายหนุ่มก็หันไปมองตั๋วโพ่และพูดว่า “เอ็งควรจะตามฉันมาอย่างเชื่อฟัง!” หลังจากพูดอย่างนั้นดวงตาของเขาก็เปล่งประกายด้วยแสงแปลกๆและหลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเพราะเขาได้เห็นดวงตาแปลกๆของชายหนุ่มก่อนหน้านี้เขาจึงรู้สึกเหมือนถูกไฟเผาและเห็นภาพหลอน อย่างไรก็ตามถ้าลองดูคิดดีๆมันก็ดูไม่เหมือนภาพหลอนเพราะถ้าเป็นภาพหลอนทำไมขนที่แขนของเขาถึงได้ม้วนงอเหมือนถูกไฟเผาจริงๆล่ะ?
อย่างไรก็ตามภาพที่เห็นในก่อนหน้านี้ทำให้หลินเฟิงอ่อนล้าอย่างมากและเมื่อเขาพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็พบว่าเขาไม่มีเรี่ยวแรงเลย จากนั้นชายหนุ่มก็เดินไปหาตั๋วโพ่แต่ตั๋วโพ่ก็ไม่ขยับเขยื้อนเลย เมื่อเห็นแบบนี้เย่เชียนก็หันหน้าไปมองชายหนุ่มและพูดว่า “วางเขาลงซะ!”
ชายหนุ่มก็ยิ้มอย่างเย็นชาและพูดว่า “เย่เชียนผมไม่ต้องการต่อสู้กับคุณตอนนี้และคุณก็ไม่ควรเข้ามายุ่งเพราะผมยังต้องการเห็นสิ่งที่คุณได้มากจากยาฉะมากแต่มันยังไม่ถึงเวลานั้น” หลังจากนั้นเขาก็หันไปมองชายร่างกำยำและหลังกลับแล้ววิ่งหนีไป
เย่เชียนต้องการที่จะหยุดพวกเขาแต่ความเจ็บปวดในตาซ้ายของเย่เชียนทำให้เขาไม่มีแรงเลย จากนั้นชายสวมแว่นกันแดดก็ตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “พวกแกไปซะ..วันนี้ฉันจะฆ่าไอ้หมอนี่!”
“อย่ายุ่งกับเขา!” หมิงตะโกนอย่างเฉียบขาด
“แกไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน!” ชายสวมแว่นกันแดดตะคอกอย่างเย็นชาแล้วลุกขึ้นเพื่อโจมตีเย่เชียน แต่ชายหนุ่มก็เม้มปากเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันคิดเอาไว้แล้วว่าแกมันไร้ประโยชน์..ถ้าแกอยากตายก็แล้วแต่แกเลย” แท้จริงแล้วไม่ว่าชายสวมแว่นกันแดดคนนี้จะสามารถฆ่าเย่เชียนได้หรือไม่ก็ตามแต่สุดท้ายแล้วจุดจบของเขาก็มีอยู่แค่อย่างเดียวเท่านั้นเพราะมาสเตอร์ได้ออกคำสั่งอย่างเข้มงวดแล้วว่าห้ามใครแตะต้องเย่เชียนแต่ชายสวมแว่นกันแดดกลับไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้เลย ดังนั้นมาสเตอร์จะปล่อยเขาไปได้อย่างไรฃ
ชายหนุ่มก็ถอนหายใจอย่างเย็นชาและไม่สนใจเขาอีกต่อไปเพราะไม่ว่าอีกฝ่ายจะฆ่าเย่เชียนหรือล้มเหลวในการฆ่าแต่มันก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาเลย อย่างไรก็ตามภารกิจของเขาในครั้งนี้คือกลับไปพร้อมกับตั๋วโพ่และร่างของโอ่วหยางอู๋เต๋อเท่านั้นและเขาก็ทำภารกิจสำเร็จแล้วและส่วนที่เหลือมันก็ไม่สำคัญสำหรับเขา
ด้วยเสียง “แพล๊ะ!” หัวของชายสวมแว่นกันแดดก็ระเบิดออกอย่างไร้เหตุผลและกระจายเต็มพื้นซึ่งน่ากลัวอย่างยิ่ง ซึ่งในขณะที่ชายสวมแว่นกันแดดยังคงพุ่งไปหน้าอยู่และเลือดก็พุ่งออกมาจากคอของเขาราวกับน้ำพุและและร่างของเขาก็ล้มลงกับพื้นอย่างช้าๆ
ในเวลานี้เย่เชียนรู้สึกเพียงว่าตาซ้ายของเขาเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆและเขาก็ไม่สามารถยืนได้เนื่องจากความเจ็บปวด เมื่อเห็นแบบนั้นชายหนุ่มและชายร่างกำยำก็ตกตะลึงในขณะที่วิ่งจากไป ซึ่งหลินเฟิงกับม่อหลงก็กำลังจะไล่ตามแต่พวกเขาไปไกลแล้วและถ้าต้องการไล่ล่ามันก็อาจจะไม่ทัน ดังนั้นหลินเฟิงจึงพยายามที่จะเดินไปที่ด้านข้างของเย่เชียนและพูดว่า “เย่เชียนนายเป็นไงบ้าง?”
“ไม่เป็นไรๆ..ผมขอพักสักหน่อย” เย่เชียนพูด
จากนั้นทั้งสองก็หันไปมองจินเหว่ยห่าวกับโอ่วหยางหมิงซวนที่กำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย ซึ่งโอ่วหยางหมิงซวทนี่ถูกชายร่างกำยำฟาดด้วยดาบนั้นเห็นได้ชัดว่าเขาได้รับบาดเจ็บและการเคลื่อนไหวของมือของเขาก็ช้าลงมากอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญกว่านั้นความหวาดกลัวในการฆ่าพ่อของเขาด้วยมือของเขาเองและความรู้สึกผิดที่ไม่สามารถหยุดชายร่างกำยำให้นำร่างปู่และพ่อของเขาไปได้นั้นก็ทำให้เขารู้สึกหดหู่ใจและไม่มั่นใจ ในทางกลับกันจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของจินเหว่ยห่าวกลับแข็งแกร่งกว่าเดิมมากและเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วโอ่วหยางหมิงซวนเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตามจินเหว่ยห่าวก็ยังตระหนักได้ชัดเจนมากขึ้นในใจของเขาว่าฝีมือการต่อสู้เขายังอ่อนแอเกินไปหากเขาไม่ฝึกฝนให้ดี เส้นทางในอนาคตของเขาจะยากยิ่งขึ้นและไม่ใช่ทุกครั้งที่เขาจะโชคดี อย่างไรก็ตามถ้าเรื่องในวันนี้ได้รับการแก้ไขแล้วและสถานการณ์โดยรวมก็สงบลงได้เขาก็จะสามารถอุทิศตนเพื่อเรียนรู้จากถังจิงหนานได้และเขาก็เชื่อว่าถังจิงหนานจะต้องสอนเคล็ดวิชาเฉพาะของสำนักถังให้เขาอย่างแน่นอน
ทั้งเย่เชียนกับหลินเฟิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์แล้วพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไปเพราะจินเหว่ยห่าวได้เปรียบมากและผลลัพธ์เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น
หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียง “ปัง” จินเหว่ยห่าวต่อยโอ่วหยางหมิงซวนอย่างดุเดือดจนโอ่วหยางหมิงซวนกระเด็นออกไปและล้มลงกับพื้นอย่างแรง จากนั้นจินเหว่ยห่าวก็รีบวิ่งไปหยิบดาบชุนเล่นที่โอ่วหยางหมิงซวนทำตกลงบนพื้นและทันใดนั้นเขาก็แทงมันเข้าไปที่หน้าอกของโอ่วหยางหมิงซวนทันที “อ๊า…” จินเหว่ยห่าวตะโกนอย่างบ้าคลั่งราวกับว่าเขาต้องการระบายความโกรธและความเกลียดชังที่อยู่ในใจออกไปให้หมดในเวลานี้
จินเหว่ยห่าวจ้องไปที่โอ่วหยางหมิงซวนอย่างดุเดือดและตะโกนว่า “ที่รัก!..ในที่สุดฉันก็ล้างแค้นให้เธอได้แล้ว..อ๊า…” หลังจากพูดจบจินเหว่ยห่าวก็คุกเข่าลงกับพื้นและเริ่มร้องไห้อย่างขมขื่นเพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหัวใจของเขาเก็บกดมากเกินไปและพยายามระงับความรู้สึกผิดที่ฝังลึกมาหลายปีแต่ตอนนี้ราวกับว่าทุกอย่างได้รับการปลดปล่อยและหินในใจของเขาก็ดูเหมือนจะพังทลายลงไปแล้ว
ในเวลานี้โอ่วหยางหมิงซวนก็กำหน้าอกของเขาและกระอักเลือดออกมาและยิ้มอย่างน่าสมเพชแล้วพูดว่า “ฉันไม่เคยคิดเลยว่าฉันจะต้องตายด้วยน้ำมือของแก..เฮ้อ..ถ้าฉันรู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ฉันคงจะฆ่าแกไปตั้งนานแล้ว”
โอ่วหยางหมิงซวนพิกเฉยต่อโอ่วหยางหมิงซวนโดยสิ้นเชิงและหมกมุ่นอยู่กับโลกของตัวเองและดื่มด่ำไปกับความทรงจำของตัวเองและความเจ็บปวดนี้ที่ข่มเขาเอาไว้นานหลายปีและทรมานเขานานเกินไปจนหัวใจของเขาก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจนแทบจะทนไม่ได้
“จินเหว่ยห่าวแกยังไม่ชนะหรอก!” โอ่วหยางหมิงซวนดึงดาบออกจากอกของเขาอย่างรุนแรงและพยายามลุกขึ้นยืนแต่เขาก็เซและล้มลงในที่สุดและไม่สามารถลุกขึ้นได้อีก