ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 พ่อ
October 22, 2026
ตอนที่ 4 พ่อ
เย่เชียน ฮันเซ่ล พี่ใหญ่ และน้องสาม ทุกคนต่างก็เป็นเด็กกำพร้า หากพ่อไม่ตัดสินใจรับพวกเขามาเลี้ยงแล้วล่ะก็ พวกเขาคงไม่ต่างอะไรกับเด็กข้างถนนที่หิวโหยไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอนปลายเท้า พ่อไม่ใช่คนที่ร่ำรวยอะไร เขาเป็นเพียงแค่ชายผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีคนหนึ่งที่อดทนทํางานหนักเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว
เมื่อมีโอกาส พ่อมักรับเด็กกำพร้ามาเลี้ยงดูเสมอ หากเขาเห็นเด็กคนไหนตกที่นั่งลำบากและไม่มีที่พึ่งเขาก็จะช่วย
ตัวเย่เชียนเอง เขาพบกับพ่อตั้งแต่เขายังเป็นเด็กไม่รู้ประสีประสา เขาจึงค่อนข้างแตกต่างจากเด็กคนอื่น ๆ ที่อยู่อย่างเร่ร่อนไร้จุดหมาย ตั้งแต่เขาจำความได้ เขารู้ว่าพ่อเลี้ยงดูพวกเขามาอย่างดีที่สุดเท่าที่พ่อคนหนึ่งจะทำได้ จนกระทั่งเย่เชียนเรียนจบชั้นประถม เขาจึงตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนเพื่อหาเงินช่วยพ่อเลี้ยงที่ใจบุญของเขาและเพื่อสนับสนุนครอบครัวของเขา
อย่างไรก็ตาม เมื่อแปดปีก่อนเย่เชียนได้กระทำความผิดอันใหญ่หลวงซึ่งมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะได้รับการอภัยโทษ เพราะเขาดันไปแทงหนึ่งในสามหัวหน้าแก๊งที่มีอิทธิพลในละแวกนี้เข้า ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกเหนือไปจากต้องหนีออกจากชุมชนแห่งนี้และใช้ชีวิตอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพื่อหลบหนีจากการถูกไล่ล่า
เมื่อสองปีก่อน พ่อรับฮันเซ่ลมาเลี้ยงดูอีกคน เธออาศัยอยู่กับพ่อแม่ของเธอในเมืองยากจนแห่งหนึ่ง แต่พวกเขาได้เสียชีวิตลงกะทันหันจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ พ่อสงสารเด็กคนนี้มากจึงตัดสินใจรับเธอมาอุปถัมภ์ เธอมีผลการเรียนดีกว่าเด็กคนอื่น และเธอก็ใช้เวลาว่างส่วนใหญ่ช่วยพ่อคัดแยกขยะแถวบ้าน
ตัดภาพกลับมาที่เหตุการณ์ปัจจุบัน
ในขณะที่สองพี่น้องกำลังคุยกันอย่างออกรส จู่ ๆ ก็มีชายแก่คนหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนกตกใจ เขาหายใจหอบถี่แต่ก็พยายามพูดออกมาอย่างร้อนรน
“เซ่ลเอ๊ย เซ่ล… ขะ ขะ ข้ามีข่าว ข่าวร้ายมาบอกเจ้า ตะ ตาแก่หยางถูกทำร้าย ตะ ตอนนี้เขาอยู่โรงพยาบาล”
หลังจากพูดจบเขายังคงหายใจหอบ ในขณะที่เขาพยายามสูดหายใจลึก ๆ อยู่นั้น สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นว่ามีคนแปลกหน้าอยู่ในบ้านหลังนี้กับฮันเซ่ลด้วย เขาจ้องมองไปที่คนแปลกหน้าผู้นั้นอย่างระมัดระวังและครุ่นคิด เขาไม่เคยเห็นหน้าชายผู้นี้มาก่อนแต่เขากลับรู้สึกคุ้น ๆ หน้า
เมื่อได้ยินว่าพ่อเข้าโรงพยาบาล เย่เชียนตกใจลุกพรวดขึ้นทันที เขาไม่ได้ตั้งตัวเลยว่าจะต้องมาได้ยินข่าวร้ายเช่นนี้ในวันที่เขากลับมาถึงบ้านเพื่อเจอพ่อ ไม่รอช้าเขารีบหันไปถามชายแก่ว่า
“ลุงจ้าว! พ่ออยู่โรงพยาบาลไหนครับ”
ฮันเซ่ลที่อยู่ในอาการตื่นตระหนกไม่ต่างไปจากคนอื่น ๆ ในบ้าน เมื่อเธอพยายามคิดว่าเด็กอย่างเธอควรทําอะไรในตอนนี้และเธอสามารถทำอะไรเพื่อช่วยพ่อได้บ้าง ความคิดร้าย ๆ ก็ผ่านเข้ามาในหัวของเธออย่างบ้าคลั่ง น้ำตาของเด็กสาวไหลอาบทั่วแก้มและเธอมองไปที่ชายสองคนตรงหน้าอย่างหมดหนทาง เธอหันไปพูดกับเย่เชียนเสียงสั่นเครือ
“ฮืออ… พี่สอง พ่อจะไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม ? ฉันกลัว ฉันเป็นห่วงพ่อ พวกเราควรทํายังไงดี…?”
เมื่อลุงจ้าวได้ยินฮันเซ่ลพูด เขาก็หันขวับมาถามเย่เชียนทันทีว่า
“เจ้าคือเสี่ยวเอ๋อร์งั้นรึ ?!”
เย่เชียนพยักหน้าตอบรับ
“ใช่ครับลุงจ้าว นี่ผมเอง เสี่ยวเอ๋อร์” เย่เชียนตอบลุงจ้าวเสร็จ เขาก็หันไปตบไหล่ฮันเซ่ลเบา ๆ เป็นการปลอบประโลมเธอให้ใจเย็นลง แม้ในใจของตนนั้นจะร้อนรุ่มไม่ต่างกัน
“ไม่ต้องกลัวนะ พี่สองของเธออยู่นี่แล้ว พ่อต้องไม่เป็นอะไรมากแน่ ๆ เขาเข้มแข็งเสมอ”
“แล้วตกลงพ่ออยู่โรงพยาบาลไหน ?” เย่เชียนปลอบน้องเสร็จ เขาก็หันไปถามลุงจ้าวต่อ
“โรงพยาบาลเหรินเหมิน” ลุงจ้าวตอบอย่างรวดเร็ว
เย่เชียนไม่มีเวลาทักทายลุงจ้าวอย่างเป็นทางการหรือแม้กระทั่งถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ เขาทําได้เพียงขอบคุณลุงจ้าวแล้วรีบพาฮันเซ่ลออกไปจากบ้าน ก่อนจะมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลเหรินเหมินตามคำบอกเล่าของลุง
“พี่สอง พวกเรามีเงินไม่มาก ฉันไม่รู้ว่ามันจะพอกับค่ารักษาพ่อหรือไม่” ฮันเซ่ลพูดขึ้นอย่างกระวนกระวายจนมือไม้สั่นไปหมด ขณะที่เธอดึงซองสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าของเธอ
เย่เชียนเหลือบมองเล็กน้อยแล้วพูดว่า
“อย่ากังวลไปเลย พี่สองพอจะมีเงินอยู่บ้าง เดี๋ยวพี่จัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลเอง เซ่ลไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอก”
พูดถึงเรื่องเงิน ในกระเป๋าของเย่เชียนมีบัตรธนาคารนานาชาติสวิสอยู่ใบหนึ่ง ในนั้นมีเงินฝากอยู่นับร้อยล้าน แต่ถ้าไม่จำเป็นเขาก็ไม่ค่อยอยากใช้มันเท่าไหร่นักเพราะเขามั่นใจว่าพวกพ้องพี่น้องจอมปลอมของเขาจะต้องตามหาตัวเขาเพื่อหวังที่จะใช้ชีวิตที่หรูหราด้วยเงินของเขาเป็นแน่ ซึ่งต่างจากตัวเขาเองที่อยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแบบสามัญชนคนธรรมดามากกว่า แต่ตอนนี้เขามีเงินสดติดตัวอยู่แค่หมื่นเดียว ถ้ามันไม่เพียงพอกับค่ารักษาพยาบาล เย่เชียนก็ไม่ลังเลใจแม้แต่น้อยที่จะเบิกเงินนั้นออกมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลของพ่อ