ตอนที่ 118
ตอนที่ 118 จี๋อิ๋ง
October 31, 2026
เมื่อพ้นวันที่สิบห้าเดือนแปดแล้ว จวนเหลียงกั๋วกงถึงได้แห่ขบวนส่งศพ
ตระกูลเฉิงเองก็จัดพิธีเซ่นไหว้ศพบนถนนที่ขบวนเดินผ่าน
โจวเสาจิ่นรู้สึกเศร้าหมองเล็กน้อย นั่งปักผ้าโพกศีรษะของฮูหยินผู้เฒ่ากัวอยู่ข้างหน้าหน้าต่างเงียบๆ
เฉิงเจียมาหานาง ทว่ากลับไม่พูดเจื้อยแจ้วเหมือนทุกที แต่นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นมองดูโจวเสาจิ่นทำงานเย็บปัก
ผ่านไปสองสามวัน อารมณ์ของทั้งคู่ก็แจ่มใสขึ้นเล็กน้อย
โจวเสาจิ่นจดจ่ออยู่กับการคัดลอกพระธรรม
มีคนกำลังมองมองนางอยู่จากนอกห้องพระ
โจวเสาจิ่นเงยหน้าขึ้น เห็นจี๋อิ๋งยืนอยู่กลางลาน
นางยิ้มหวานให้กับจี๋อิ๋ง
จี๋อิ๋งครุ่นคิดแล้วก็เดินเข้ามา เอ่ยถามนางผ่านช่องหน้าต่างว่า “เจ้าคัดลอกพระธรรมเช่นนี้ทุกบ่ายเลยหรือ”
“ใช่แล้ว!” โจวเสาจิ่นกล่าวยิ้มๆ รอยยิ้มอ่อนโยนราวกับน้ำในทะเลสาบที่สงบนิ่ง
จี๋อิ๋งประหลาดใจเล็กน้อย กล่าวว่า “ดูท่าทางเจ้าจะชอบคัดลอกพระธรรมจริงๆ ไม่ได้เสแสร้งแต่อย่างใด”
ชาติก่อน ผู้คนมากมายมักคิดว่าท่าทีสงบเงียบของโจวเสาจิ่นนั้นเกิดจากการถูกบังคับให้สงบเสงี่ยมอย่างจำยอม จึงไม่ได้ใส่ใจนางนัก
โจวเสาจิ่นยิ้มน้อยๆ ไม่อยากจะโต้เถียงกับจี๋อิ๋งด้วยเรื่องเหล่านี้ นางถามขึ้นว่า “เจ้ามาได้อย่างไร ท่านน้าฉือกลับมาแล้วหรือ”
ครั้งก่อนนางให้ซือเซียงนำขนมไหว้พระจันทร์ไปให้ที่เรือนเสี่ยวซานฉงกุ้ย แต่ชิงเฟิงบอกซือเซียงว่าเฉิงฉือไปทำธุระที่ไหวอันยังไม่กลับมา ตอนที่ฉลองเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ได้มีการจัดงานแสดงโคมไฟขึ้นภายในจวน ก็ไม่เห็นร่องรอยของเฉิงฉือเช่นกัน
จี๋อิ๋งได้ยินนางถามถึงเฉิงฉือ ก็มุ่ยปากพลางตอบว่า “นายท่านสี่ยังไม่กลับมา ข้ามาพร้อมกับหนานผิง ฮูหยินผู้เฒ่ารั้งหนานผิงไว้พูดคุยด้วย ข้ารู้สึกเบื่อไม่มีอะไรทำ จึงออกมาเดินเล่นรอบๆ แล้วเดินมาเจอเจ้าที่นี่พอดี”
โจวเสาจิ่นเอ่ยถามอย่างงงงัน “ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกหาพี่สาวหนานผิงมีเรื่องอะไรหรือ”
จี๋อิ๋งตอบ “ใครจะไปรู้! แปดถึงเก้าในสิบส่วนก็คงเป็นเรื่องของนายท่านสี่ นอกจากเรื่องนี้แล้ว ข้าก็คิดไม่ออกแล้วว่ายังจะมีเรื่องอะไรได้อีก”
“ฮูหยินผู้เฒ่ากัวไม่ได้สนใจเรื่องภายในเรือนของท่านน้าฉือมิใช่หรือ” โจวเสาจิ่นถามต่อ
“แม้จะกล่าวว่าไม่สนใจ” จี๋อิ๋งผู้ไม่เต็มใจพูดมากสักเท่าไร เอ่ยต่อไปว่า “แต่ก็เรียกหนานผิงมาซักถามอยู่บ่อยๆ”
โจวเสาจิ่นจึงไม่กล้าถามอะไรมากอีก
จี๋อิ๋งเอ่ยขึ้นว่า “ขนมไหว้พระจันทร์ที่ส่งมาให้คราวก่อน ได้ว่าเจ้าทำเองหรือ”
“ข้ากับพี่สาวช่วยกันทำ” โจวเสาจิ่นตอบตามจริง “ป้าแม่บ้านที่ดูเตาไฟของข้าช่วยผสมแป้งให้ พี่สาวเป็นคนทำไส้ขนม ส่วนข้าช่วยห่อขนมเพียงเท่านั้น”
จี๋อิ๋งได้ยินแล้วก็พยักหน้าเบาๆ และชมว่า “ขนมไหว้พระจันทร์นั้นไม่เลวเลยทีเดียว”
โจวเสาจิ่นเห็นว่าเฉิงฉือเป็นบุรุษ ส่วนมากไม่ชอบทานของหวานนัก จึงห่อขนมไหว้พระจันทร์ไส้ผักดองคลุกงาให้เป็นพิเศษ คิดไม่ถึงว่าทุกคนจะรู้สึกว่าขนมไหว้พระจันทร์ไส้ผักดองคลุกงานั้นอร่อย ทว่าน่าเสียดายที่ท่านน้าฉือไม่ได้ทานเลยสักชิ้น
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็มีเด็กรับใช้มาเรียกจี๋อิ๋ง “…แม่นางหนานผิงบอกว่าจะกลับแล้วเจ้าค่ะ”
จี๋อิ๋งบอกลานาง
โจวเสาจิ่นอดคิดไม่ได้
ไม่รู้ว่าท่านน้าฉือจะกลับมาเมื่อไหร่
ผ่านไปไม่ถึงสองวัน จี๋อิ๋งก็มาหาถึงเรือน
นางมาหาอย่างกะทันหันยิ่ง โจวเสาจิ่นกำลังเย็บเสื้อผ้าอยู่ นางเอ่ยถามโจวเสาจิ่นผ่านช่องหน้าต่างว่า “ได้ยินว่าฝีมือเย็บปักของเจ้าดียิ่งใช่หรือไม่”
โจวเสาจิ่นนิ่งเงียบไม่ตอบอะไรไปชั่วขณะหนึ่ง
พอรู้ตัวอีกที ก็มองไปรอบๆ
จี๋อิ๋งเข้ามาถึงที่นี่ แต่เหตุใดถึงไม่มีใครมาแจ้งนางเลยสักคน
ซือเซียงกับชุนหว่านต่างก็ไม่อยู่ ส่วนเด็กรับใช้ที่เป็นเวรเฝ้าประตูก็กำลังนั่งสัพหงกอยู่บนธรณีประตู
เช้าตรู่ขนาดนี้ ยังจะเผลอหลับได้อีก
โจวเสาจิ่นบ่นพึมพำอยู่ในใจ พลางลุกขึ้นมาอย่างขัดเขินเล็กน้อย แล้วเชิญนางเข้ามาดื่มชา
“ไม่เป็นไร” ความขัดเขินสายหนึ่งวาบผ่านดวงตาของจี๋อิ๋ง กล่าวขึ้นว่า “ข้ามีเรื่องอยากจะไหว้วานเจ้าให้ช่วยทำให้สักหน่อย ไม่รู้ว่าเจ้าพอจะมีเวลาว่างหรือไม่”
โจวเสาจิ่นตะลึงงัน
นางเหลือบมองผ้าในตะกร้าครั้งหนึ่ง พลางกล่าว “ไม่รู้ว่าเจ้าอยากจะให้ทำอะไร หากว่าไม่ต้องรีบใช้ก็พอทำให้ได้ แต่ถ้ารีบ เกรงว่าคงทำให้ไม่ได้ในเร็ววันนี้”
โจวเสาจิ่นเห็นว่าจี๋อิ๋งดูมีท่าทางโล่งอก แม้ว่าสีหน้ายังคงเรียบเฉยอยู่บ้าง ทว่าตัวนางกลับดูผ่อนคลายลงมากกว่าตอนก่อนที่จะเอ่ยถามนาง
“ไม่ต้องรีบใช้” นางตอบพลางหยิบผ้าทอเนื้อดีสีขาวพระจันทร์จากซงเจียงออกมาชิ้นหนึ่ง กล่าวว่า “เจ้าช่วยข้าเย็บถุงเท้าสำหรับบุรุษสองคู่ก็พอแล้ว ไม่ต้องปักลวดลายหรือปักขอบ ทำถุงเท้าแบบเรียบๆ ก็พอ”
“หา?!” โจวเสาจิ่นเบิกตาโพลง
“อ่า!” จี๋อิ๋งร้องขึ้นมา แล้วรีบกล่าวขึ้นว่า “ข้าไม่ได้ทำเพื่อเอาไปให้ผู้อื่นเป็นการส่วนตัว แต่เป็นหนานผิงที่แบ่งงานให้ข้าทำ เป็นของท่านน้าฉือของเจ้า”