ตอนที่ 146
ตอนที่ 146 เทศกาลล่าปา
October 31, 2026
เมื่อถึงวันเทศกาลล่าปาในวันนั้น อากาศเปลี่ยนแปลงอย่างปุบปับในทันทีทันใด จู่ๆ ก็มีลมหนาวที่หนาวเสียดแทงถึงกระดูกพัดโชยมา
เฉิงเจียสวมชุดเสื้อคลุมขนกระรอกเดินเข้ามา ใบหน้าแดงระเรื่อ มาถึงแล้วแต่ไม่เข้ามาในห้อง กลับยืนอยู่ใต้โถงทางเดินมองไปยังกิ่งไม้แห้งไร้ใบของต้นทับทิมที่ถูกลมพัดไปทางซ้ายทีทางขวาทีจนคดงอแล้วหัวเราะเสียงดัง เอ่ยถามโจวเสาจิ่นที่เดินออกมาต้อนรับนางว่า “เจ้าว่าปีนี้จะมีหิมะตกหนักหรือไม่”
ความทรงจำของโจวเสาจิ่นยังคงหยุดอยู่ที่ฤดูหนาวของจิงเฉิงที่มีหิมะตกจนกองสูงเป็นพะเนิน เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็อดมึนงงไม่ได้
เฉิงเจียถอนหายใจกล่าว “ปีที่แล้วไม่มีหิมะตก แต่หวังว่าปีนี้จะมีหิมะตก พวกเราจะได้ปั้นตุ๊กตาหิมะเล่นกัน!”
อายุตั้งเท่าไรแล้ว ยังจะห่วงเล่นเรื่องพวกนี้อยู่อีก
โจวเสาจิ่นรีบกวักมือเรียกนางเข้าไปนั่งในห้อง “…ด้านนอกอากาศหนาวเกินไปแล้ว”
“หนาวสิถึงจะดี” เฉิงเจียกล่าวยิ้มๆ “อากาศหนาวเหมาะกับการรับประทานโจ๊กพอดี” และถามนางว่า “โจ๊กของเจ้าใส่อะไรบ้างหรือ”
“มีเม็ดบัว ถั่วลิสง ถั่วแดง ลำไย ลูกเดือย…” โจวเสาจิ่นพูดไปด้วยพลางเดินเข้าเข้าไปด้านในพร้อมกับเฉิงเจียไปด้วย “เป็นอะไรไป”
ภายในห้องจุดเตาไฟเอาไว้สองเตา ลมร้อนลอยมาปะทะใบหน้า ทำให้เฉิงเจียลมหายใจสะดุด
นางร้องขึ้นว่า “เจ้าจุดเตาไฟเยอะแยะขนาดนี้ไปทำไมกัน”
“ก็มันหนาวมาก” โจวเสาจิ่นกล่าว “ต้องซุกตัวอยู่ในผ้านวมกว่าครึ่งค่อนวันถึงจะรู้สึกอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย”
เฉิงเจียเบิกตาโตอย่างตกใจ กล่าวขึ้นว่า “เจ้าไม่ใช้โถน้ำร้อนหรือ”
“โถน้ำร้อนก็ไม่ช่วยอะไร” โจวเสาจิ่นกล่าว “ข้ารู้สึกว่ามันหนาวมาก”
ไม่เหมือนกับตอนอยู่จิงเฉิง ความร้อนกระจายอยู่ตามท่อใต้พื้นเรือน ไม่ว่ามือจะไปแตะโดนที่ใดก็ร้อนไปเสียทุกที่
เฉิงเจียรู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อย กล่าวว่า “เมื่อไรจี๋อิ๋งจะมาหรือ ตอนที่ข้าออกมา พี่สะใภ้สือนำโจ๊กล่าปาไปส่งให้พอดี เห็นว่ามีข้าวเหนียวขาว ข้าวฟ่าง ข้าวหอมแดง ข้าวเหนียวดำ…เคี่ยวออกมาจากข้าวทั้งหมดแปดชนิด ให้ความสดชื่นว่าโจ๊กล่าปาทั่วไปนัก ข้าอยากจะชิมสักคำก่อนแล้วค่อยออกมา แต่ก็กลัวว่าพวกเจ้าจะรอ ยังไม่ทันได้เหลือบดูสักครั้งก็เร่งรีบมาที่นี่เสียก่อน หากรู้แต่เนิ่นๆ ว่าจี๋อิ๋งยังไม่มา ข้าก็คงจะออกให้ช้ากว่านี้อีกสักหน่อย”
โจวเสาจิ่นนิ่งงัน
โจวชูจิ่นเดินเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ กล่าวยิ้มๆ ว่า “ข้าเอาโจ๊กไปอุ่นเอาไว้ที่เตาในห้องน้ำชาแล้ว รอจี๋อิ๋งมาถึงก็รับประทานกันได้เลย”
โจวเสาจิ่นพยักหน้า
เฉิงเจียกระโดดตัวโหยงขึ้นมา กล่าวขึ้นว่า “ไม่ใช่ว่าเจ้าบอกว่าเป็นโจ๊กล่าปาที่เจ้าทำขึ้นเองหรอกหรือ เหตุใดถึงเป็นพี่สาวชูจิ่นเป็นผู้ลงครัวไปทำได้เล่า”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าโจ๊กล่าปานั้นต้องทำอย่างไรบ้าง” โจวเสาจิ่นถลึงตาใส่เฉิงเจียพลางกล่าว “อย่างพวกเม็ดบัว ถั่วแดง และลูกเดือยพวกนั้น ต้องแช่น้ำเอาไว้ล่วงหน้าก่อนหนึ่งวัน…วันนี้ข้าตื่นขึ้นมาตั้งแต่ยามเหม่าเจิ้ง[1] คอยใช้ทัพพีคนโจ๊กอยู่ตลอดด้วยกลัวว่าพวกมันจะจับตัวกันเป็นก้อน หากรู้แต่เนิ่นๆ ว่าจะเป็นเช่นนี้ ข้าก็คงจะสวมผ้ากันเปื้อนสักผืนขณะออกไปต้อนรับเจ้า!”
เฉิงเจียหัวเราะร่า ดึงแขนเสื้อของโจวเสาจิ่น พลางกระซิบว่า “เลวร้ายที่สุด งั้นข้าจะเลี้ยงขนมเค้กเกาลัดของร้านฉีฟางไจเจ้าก็แล้วกัน”
โจวชูจิ่นได้ยินแล้วก็หัวเราะออกมา
ขณะที่ภายในห้องกำลังครื้นเครงกันอยู่นั้น ซือเซียงก็เข้ามารายงานว่า “แม่นางจี๋อิ๋งมาแล้วเจ้าค่ะ”
“รีบเชิญนางเข้ามา” ขณะที่โจวเสาจิ่นกำลังพูด ผ้าม่านประตูก็ถูกเลิกขึ้น แล้วจี๋อิ๋งก็เดินเข้ามาด้วยตัวเอง
นางสวมเสื้อกั๊กปี๋เจี่ยสีแดงกุหลาบลายดอกไม้ ด้านในเป็นเสื้อเจี๋ยเอ่ากันหนาวสีเขียวอ่อนต้นหลิว เส้นผมดำขลับนั้นม้วนขึ้นเป็นมวยง่ายๆ มวยหนึ่ง สวมตุ้มหูไข่มุก ในมือถือกล่องของขวัญเอาไว้ด้วยหนึ่งกล่อง ประหนึ่งกำลังจะไปสวัสดีปีใหม่ที่บ้านของใครสักคนก็ไม่ปาน
โจวเสาจิ่นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกออกมา
จี๋อิ๋งมองโจวเสาจิ่นอย่างไม่เข้าใจ
โจวเสาจิ่นกลัวว่าจี๋อิ๋งจะเข้าใจผิดว่านางหัวเราะเยาะนาง จึงรีบกล่าวขึ้นว่า “ข้าดูท่าทางของเจ้าแล้วเสมือนกับว่ากำลังจะไปเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้านอย่างไรอย่างนั้น นี่ยังไม่ถึงเทศกาลปีใหม่เลย! หรือต่อให้เป็นช่วงขึ้นปีใหม่ ก็เพียงพี่สาวน้องสาวที่อาศัยอยู่ในซอยเดียวกันผู้หนึ่งเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นทางการขนาดนี้ก็ได้”
จี๋อิ๋งถึงได้เข้าใจกระจ่างแจ้งขึ้นมา
ทันใดนั้นนางก็กัดฟันกรอด กล่าวขึ้นว่า “ฉินจื่อผิง เจ้ารอเอาไว้เลย คอยดูเถิดข้ากลับไปแล้วจะจัดการเจ้าให้สาสม!”
โจวเสาจิ่นถามขึ้นอย่างแปลกใจว่า “นี่เกี่ยวอะไรกับฉินจื่อผิงด้วยรึ”
“นี่เป็นของที่เขาเตรียมเอาไว้ให้ข้า!” จี๋อิ๋งชี้ไปที่กล่องของขวัญ “เป็นขนมทั้งแปดของร้านฉีฟางไจ ข้าบอกว่าไม่ต้อง เขาก็ยังยืนยันจะให้ข้าให้ได้ ยังบอกด้วยว่านี่เป็นธรรมเนียมของพวกเจ้าที่นี่!”
ทุกคนต่างก็หัวเราะขึ้นมา
โจวชูจิ่นบอกนางเสียงอ่อนโยนว่า “หากมีของขวัญมากผู้คนย่อมไม่ตำหนิ แต่วันนี้เป็นเพียงการรวมตัวกันเล็กๆ ระหว่างพี่สาวน้องสาวกันเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องเกรงใจมากขนาดนี้ก็ได้ แต่หากเจ้าคิดจะนำของอะไรมาให้จริงๆ ก็ให้เลือกจากของที่ตัวเจ้าเองชอบกินหรือที่เจ้าเห็นว่าน่ารับประทาน แล้วนำมาให้พวกนางลองชิมดูสักหน่อยก็พอแล้ว”
จี๋อิ๋งกล่าวขอบคุณไม่หยุด
ครั้งนี้โจวชูจิ่นเห็นชัดเจนแล้ว
คนอื่นอาจมองว่าจี๋อิ๋งมีหน้าตางดงามและเย็นชาทำให้ผู้คนหวาดหวั่นใจ ทว่าจริงๆ แล้วกลับเหมือนโจวเสาจิ่นไม่มีผิด เป็นคนที่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรในใจ
นางสั่งให้ซือเซียงไปยกโจ๊กเข้ามา จากนั้นพวกนางก็นั่งล้อมวงกันที่โต๊ะกลมในห้องโถงรับแขก
ซือเซียงยกโจ๊กเข้ามา กำลังจะกล่าวคำอวยพร เฉิงอี้ก็เข้ามาพอดี
“กลิ่นหอมยิ่งนัก!” เขาทำจมูกฟุดฟิด “พวกเจ้าแอบมากินโจ๊กกันอยู่ที่นี่แต่กลับไม่ยอมเรียกข้าด้วย” ขณะที่เขากล่าว สายตาที่ตกอยู่บนร่างของจี๋อิ๋งก็ถูกความงามนั้นทำให้ตกตะลึงจนตาค้าง
จี๋อิ๋งย่นคิ้วขึ้น
โจวเสาจิ่นรีบกระแอมไอทีหนึ่ง กล่าวขึ้นว่า “พี่ชายอี้ ท่านมาหาข้ามีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ”
“หากไม่มีเรื่องอะไรข้ามาหาเจ้าไม่ได้หรืออย่างไร” นัยน์ตาของเฉิงอี้ราวกับตอกตรึงติดอยู่บนร่างของจี๋อิ๋ง กล่าวขึ้นอย่างใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวว่า “พวกเจ้าคงไม่ทำโจ๊กเพียงเท่านี้หรอกกระมัง ตักมาให้ข้าชิมสักชามเถอะ! ข้าจะดูว่าต่างกับโจ๊กที่ท่านแม่ของข้าทำมาอย่างไรบ้าง”
เฉิงเจียรับไม่ได้ ตรงเข้าไปเตะเท้าของเฉิงอี้
เฉิงอี้กุมหน้าแข้งเอาไว้ ขมวดคิ้วมุ่น หมายจะพูดบางอย่างกับเฉิงเจีย ปรากฏว่าเมื่อเหลือบมองไปทางหางตา ก็กลืนคำพูดที่กำลังจะพูดนั้นลงไป จากนั้นปล่อยมือออกจากหน้าแข้ง พลางปัดปลายชุดคลุมทำเสมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น กล่าวขึ้นว่า “บุรุษที่ดีไม่ทะเลาะกับสตรี ข้าไม่ทำตัวระดับเดียวกับเจ้าหรอก”
เฉิงเจียสีหน้าเปลี่ยน
โจวเสาจิ่นรู้สึกกระอักกระอ่วนยิ่งนัก
ตัวนางเองก็เคยพานพบกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน และก็ทราบอารมณ์ฉุนเฉียวง่ายของจี๋อิ๋งเป็นอย่างดี แต่คนที่ทำเรื่องนี้เป็นพี่ชายที่นางเล่นด้วยมาตั้งแต่เด็กจนโต ต่อให้นางไล่เขากลับออกไป เกรงว่าเขาก็คงหน้าหนาอยู่ที่นี่ต่อไปและไม่ยอมจากไปเป็นแน่
โจวเสาจิ่นหันไปส่งสายตาให้ซือเซียงครั้งหนึ่ง กระซิบกล่าวเสียงเบาว่า “ประเดี๋ยวให้เจ้าบอกว่าท่านยายตามหาเขา แล้วส่งเขาออกไปเสีย”