ตอนที่ 180
ตอนที่ 180 ไม่สบายใจ
October 31, 2026
โจวเสาจิ่นกลับไม่คิดว่านี่เป็นเพียงถ้อยคำหยอกล้อแต่อย่างใด
นางยิ้มพลางรับเทียบเชิญมา แล้วกล่าวว่า “ข้าจะไปบอกท่านพี่ของข้า”
หงหรุ่ยเดินจากไปอย่างสมใจ
โจวเสาจิ่นโยนเทียบเชิญของตนเองทิ้งลงไปในตะกร้ากระดาษ แล้วถือเทียบเชิญของโจวชูจิ่นไปหานาง
โจวชูจิ่นหยิบเทียบเชิญขึ้นมาดู พลางเอ่ยถามน้องสาวว่า “เจ้าคิดจะไปหรือไม่”
“ไม่คิดเจ้าค่ะ” โจวเสาจิ่นตอบ “หากว่าข้าไม่รับเทียบเชิญมาล่ะก็ เกรงว่าหงหรุ่ยผู้นั้นคงจะคุยจ้อต่อไปไม่หยุด เป็นไปได้ว่าอาจจะไปเรียกสะใภ้ใหญ่สือมาด้วย ถึงเวลานั้นข้าก็เพียงไม่ไปก็พอแล้วเจ้าค่ะ”
โจวชูจิ่นกล่าวยิ้มๆ ว่า “เช่นนั้นข้าก็ไม่ไปเช่นกัน”
โจวเสาจิ่นกล่าวว่า “ข้าวางแผนว่าจะหลบอยู่ที่เรือนหานปี้ซาน ท่านพี่อยากจะไปกับข้าหรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่ไป” โจวชูจิ่นเม้มปากกลั้นยิ้ม พลางขยิบตาให้นาง เอ่ยว่า “ข้าก็มีที่ให้ไปหลบซ่อนตัวเหมือนกัน!”
โจวเสาจิ่นรู้สึกประหลาดใจ
โจวชูจิ่นบอกนางว่า “ช่วงนั้นคนจากตระกูลเหอจะมาหารือเรื่องสินสอดเจ้าสาว ข้าต้องไปช่วยท่านป้าใหญ่ต้อนรับแขกจากตระกูลเหอ”
เวลาผู้คนในเจียงหนานแต่งงานกัน ฝ่ายเจ้าสาวต้องตระเตรียมเครื่องเรือนเป็นสินสอด ส่วนฝ่ายเจ้าบ่าวต้องจัดเตรียมซื้อบ้านและที่ดินเอาไว้ เมื่อกำหนดวันแต่งงานเรียบร้อยแล้ว ญาติจากฝ่ายหญิงจะต้องมาตรวจดูเรือนของฝ่ายชาย จากนั้นก็ซื้อชุดเครื่องเรือนทั้งชุดตามขนาดของเรือนนั้น
โจวเสาจิ่นกล่าวยิ้มๆ ว่า “เช่นนั้นข้าไปช่วยอีกแรงนะเจ้าคะ”
“เจ้าไปหลบอยู่ที่เรือนหานปี้ซานดีกว่า” โจวชูจิ่นเอ่ยกล่าวอย่างมีนัยซ่อนเร้น “ผู้ที่สะใภ้ใหญ่สือหมายจะเชิญคือเจ้า หากว่าเจ้าแสดงท่าทีคลุมเครือไม่ชัดเจน นางจะต้องมารบเร้าเจ้าเป็นครั้งที่สองอีกเป็นแน่”
ไม่ผิด ถ้าหากนางไปช่วยงานท่านป้าใหญ่ สะใภ้ใหญ่สือจะคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ แต่หากนางหลบอยู่ที่เรือนหานปี้ซาน ท่าทีที่แสดงออกมาก็กระจ่างชัดมากยิ่งขึ้น
โจวเสาจิ่นนัยน์ตาทอประกาย พลางเอ่ยขึ้นว่า “ไม่รู้ท่านยายจะว่าอย่างไรบ้าง”
โจวชูจิ่นย้ำเตือนนางว่า “หากว่าท่านยายกลัวว่าจะเป็นการล่วงเกินจวนรองล่ะก็ หลังจากได้ยินคำพูดของเจ้าแล้วคงไม่ไปตรวจสอบเรื่องที่นาหรอก!”
โจวเสาจิ่นถึงได้รู้สึกวางใจลงได้
กระทั่งถึงวันที่สะใภ้ใหญ่สือจัดงานอ่านบทกลอน นางรับประทานมื้อเช้าเสร็จแล้วก็ไปหาเฉิงฉือที่เรือนหลีอินเพื่อเล่นหมาก
เฉิงฉือวางหนังสือที่อ่านไปได้ครึ่งเล่มลง แล้วเอ่ยถามนางว่า “จะเล่นหมากล้อมห้าเม็ด หรือหมากล้อมเรียงสามตัว[1]”
แก้มของโจวเสาจิ่นขึ้นสีแดงเรื่อ ตอบเสียงเบาว่า “เล่นหมากล้อมห้าเม็ดได้หรือไม่เจ้าคะ”
“ย่อมได้!” เฉิงฉือเอ่ยตอบทันควัน แล้วบอกให้ชิงเฟิงไปหยิบกระดานหมากล้อมมาวางเอาไว้ที่ระเบียงของเรือนหลีอิน จากนั้นก็กล่าวว่า “ข้าจะต่อให้เจ้าสองเม็ด”
หมากล้อมห้าตัวคือการเรียงหมากให้ครบห้าตัวติดกัน ต่อให้สองเม็ด…
โจวเสาจิ่นรู้สึกลิงโลดและอยากจะลองฝีมือดูสักครั้ง จึงตอบรับด้วยความยินดี
เฉิงฉือยกยิ้มกล่าวว่า “เจ้าจะไม่เกรงใจสักหน่อยเลยหรือ”
โจวเสาจิ่นยิ้มร่า “ท่านน้าฉือเป็นผู้ใหญ่ ต่อหน้าผู้ใหญ่ ข้ามีอะไรให้ต้องเกรงใจด้วยหรือเจ้าคะ!”
พวกเขาเล่นหมากล้อมกันเช่นนี้ เฉิงฉือย่อมต้องอ่านเชิงของทั้งสองฝ่ายออกเป็นแน่
เฉิงฉือยกยิ้มบางเบา
กระดานแรก เดินหมากถึงตาที่สิบ เฉิงฉือก็ชนะแล้ว
โจวเสาจิ่นยิ้มแหยอย่างเขินอาย
กระดานที่สอง นางเดินหมากอย่างระมัดระวัง พอเดินหมากถึงตาที่สิบเจ็ด เฉิงฉือก็ชนะ
กระดานที่สาม นางเดินหมากอย่างตั้งใจยิ่งขึ้น
ครั้นเดินหมากถึงตาที่สิบสอง ชิงเฟิงก็เดินเข้ามา กระซิบข้างหูของเฉิงฉือสองสามประโยค
เฉิงฉือพยักหน้า แล้วเล่นหมากกับโจวเสาจิ่นต่อ
โจวเสาจิ่นสงสัยว่าคนของสะใภ้ใหญ่สือคงจะมาตามตัวนาง แต่ในเมื่อนางมาที่นี่เพื่อหลีกเลี่ยงแล้ว ไม่ต้องกล่าวถึงว่าเฉิงฉือไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เพราะต่อให้เอ่ยออกมาแต่ท่าทีไม่ชัดเจน นางก็จะแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจและไม่ออกไปโดยเด็ดขาด
นางเดินหมากกับเฉิงฉือต่อ
ครั้นฮูหยินผู้เฒ่ากัวทราบข่าว ก็คลี่ยิ้มพลางเอ่ยถามว่า “ทั้งสองคนเล่นหมากกันที่ระเบียงหรือ”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ!” ปี้อวี้ตอบยิ้มๆ “เห็นบอกว่าคุณหนูรองแพ้ตลอดเลยเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่ากัวหัวเราะร่า พลางกล่าวว่า “เห็นได้ชัดว่าฝีมือเดินหมากของคุณหนูรองไม่เลวเลยทีเดียว ไม่เช่นนั้นชายสี่ก็ไม่เล่นหมากกับนางไม่หยุดเช่นนี้หรอก” แล้วกล่าวอีกว่า “ระเบียงของเรือนหลีอินตั้งอยู่ทางเหนือแต่หันไปทางใต้ ฝั่งตะวันตกยังมีทางเดินแคบๆ ช่วงฤดูร้อนจึงเป็นบริเวณที่เย็นสบายที่สุด ถือเป็นจุดที่นั่งเล่นหมากที่ดีแห่งหนึ่ง” จากนั้นก็บอกปี้อวี้ว่า “เจ้านำเงินยี่สิบเหลี่ยงไปให้ห้องครัว บอกให้พวกเขาเตรียมของกินเล่นมาให้นายท่านสี่กับเสาจิ่นที”
ปี้อวี้รับคำเสียงใส จากนั้นไปขอเงินจากเฝ่ยชุ่ยแล้วไปที่ห้องครัว
ทางด้านห้องครัวไหนเลยจะกล้ารับเงิน ต้องให้ปี้อวี้คะยั้นคะยออยู่นาน ถึงจะยอมรับเงินนั้นไปแต่โดยดี แล้วเลือกทำของกินเล่นที่พิเศษที่สุดยกไปให้สองสามอย่าง ยังมีสาวใช้เด็กที่ปรนนิบัติอยู่ข้างๆ ยกผลไม้และแตงหวานมาขึ้นโต๊ะให้ด้วย
เฉิงฉือรับประทานของกินเล่นอย่างสบายใจ
ส่วนโจวเสาจิ่นที่ง่วนอยู่กับการเดินหมาก ก็ยื่นมือหยิบลูกหลีจื่อ[2] ลูกหนึ่งแล้วค่อยๆ แทะกิน
ทั้งสองคนเดินหมากกันนานถึงสิบกระดาน
โจวเสาจิ่นเอาชนะได้หนึ่งกระดาน
นางก็ยิ้มตาหยีขึ้นมาทันที ลูบหมากด้วยใจฮึกเหิม พลางกล่าวว่า “พวกเราเล่นอีกสักกระดานเถิดนะเจ้าคะ”
ทว่าเฉิงฉือกลับเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน แล้วกล่าวว่า “เวลานี้สายแล้ว เจ้าไม่ต้องกลับไปรับประทานมื้อเที่ยงหรือ”
โจวเสาจิ่นแค่นยิ้มอย่างขุ่นเคือง ยืนขึ้นมาพลางกล่าวว่า “ข้ามีธุระต้องไปหาจี๋อิ๋งเจ้าค่ะ”