ตอนที่ 189
ตอนที่ 189 เล่นไพ่
October 31, 2026
เมื่อเฝ่ยชุ่ยที่นั่งอยู่ข้างฮูหยินผู้เฒ่ากัวและช่วยฮูหยินผู้เฒ่ากัวดูไพ่เห็นโจวเสาจิ่นทิ้งไพ่สามเหวิน โดยไม่รอให้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวได้ทันทำอะไร ก็รีบร้องออกมาว่า “กินแล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่ากัวเหลือบมองไพ่ของตนเอง ทันใดนั้นก็คลี่ยิ้มแล้วหงายไพ่สามเหวินคู่หนึ่งออกมา จากนั้นก็ทิ้งไพ่สองเหวินใบหนึ่ง
สื่อมามาชำเลืองมองโจวเสาจิ่นแวบหนึ่ง
โจวเสาจิ่นที่กำลังจ้องมองไพ่เรียงแต้มแต่ละชุดในมือของตน ไหนเลยจะสนใจไพ่บนโต๊ะ หรือจะสนใจว่าคนอื่นทิ้งไพ่อะไรไปบ้าง
สื่อมามาเห็นแล้วก็ยกยิ้มน้อยๆ พลางกินไพ่สองเหวิน หลังจากขบคิดแล้ว ก็ทิ้งไพ่สี่สั่ว
โจวเสาจิ่นนั่งอยู่ถัดจากสื่อมามา
เฉิงฉือร้องว่า “กินไพ่”
ในมือของโจวเสาจิ่นมีไพ่สองสั่วหนึ่งใบ สามสั่วหนึ่งใบ สี่สั่วหนึ่งใบ ห้าสั่วหนึ่งใบ หกสั่วหนึ่งใบ เจ็ดสั่วหนึ่งใบ หากว่าได้ไพ่สองสั่ว ห้าสั่วหรือแปดสั่วหนึ่งใบ นางก็จะชนะแล้ว กล่าวคือ ตอนนี้นางรอไพ่เพื่อรอชนะเท่านั้น
นางเหล่มองเฉิงฉือแวบหนึ่ง
เฉิงฉือมีสีหน้าเรียบเฉย
นางรีบกระซิบถามว่า “ทิ้งใบไหนดีเจ้าคะ”
โจวเสาจิ่นไม่กล้าถามว่ากินใบไหนดี นางกลัวจะถูกอีกสามคนได้ยินเข้า
เฉิงฉือตอบว่า “ทิ้งเจ็ดสั่ว”
ไม่ใช่สองสั่ว ห้าสั่ว หรือแปดสั่ว แต่เป็นห้าสั่วใบเดียวหรือ
โจวเสาจิ่นคิดว่าหากทิ้งไพ่เช่นนี้จะทำให้มีโอกาสชนะน้อยเกินไป
แต่เฉิงฉือบอกให้นางทิ้งไพ่เจ็ดสั่วต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ นางจะหักหน้าเฉิงฉือได้อย่างไร
โจวเสาจิ่นทิ้งไพ่เจ็ดสั่ว
ปี้อวี้ที่นั่งอยู่ตำแหน่งถัดไปมองดูไพ่บนโต๊ะ แล้วก็มองดูไพ่ในมือ ครุ่นคิดอยู่นานครู่หนึ่ง จากนั้นจึงทิ้งไพ่เจ็ดสั่วตามไปด้วย
สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่ากัวไม่ผ่อนคลายเหมือนก่อนหน้าอีกแล้ว
นางคิดแล้วคิดอีก จากนั้นก็ทิ้งไพ่เจ็ดสั่วตามอย่างระมัดระวัง
สื่อมามาทิ้งไพ่สี่สั่วหนึ่งใบออกไปโดยไม่คิด
ฮูหยินผู้เฒ่ากัวย่นคิ้วพลางถามว่า “เหตุใดเจ้าถึงได้ตัดไพ่ติดๆ กันเช่นนี้”
สื่อมามากล่าวแย้งว่า “ประเดี๋ยวข้าจะเปิดไพ่ให้ท่านดู! ข้าอยากจะได้ไพ่ตองแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ออกมาเสียที ใครจะรู้ว่าพอตัดไพ่แล้ว คุณหนูรองกลับทิ้งไพ่ออกมา”
ฮูหยินผู้เฒ่ากัวไม่เอ่ยคำใด
โจวเสาจิ่นจั่วไพ่ใบหนึ่ง
ไม่คาดคิดว่าจะเป็นห้าสั่ว
นางตกตะลึงตาค้าง มองไปที่เฉิงฉือ แล้วหันไปมองฮูหยินผู้เฒ่ากัวอีก
ฮูหยินผู้เฒ่ากัวรู้สึกตัวจึงเอ่ยถามว่า “เป็นอะไรไปหรือ”
“ขะ…ข้าจั่วไพ่แล้วชนะเจ้าค่ะ!” โจวเสาจิ่นตอบอย่างตะกุกตะกักพลางวางไพ่บนโต๊ะ
“นี่ก็จั่วได้ด้วยหรือ!” ปี้อวี้เปิดไพ่เรียงแต้มห้าสั่วในมือออกมา “ข้าเห็นนายท่านสี่บอกคุณหนูรองให้ทิ้งเจ็ดสั่วจึงรู้สึกว่าแปลกๆ ก็เลยตัดไพ่เรียงชุดหนึ่งแล้วทิ้งไพ่ตาม คาดไม่ถึงว่าจะทำให้คุณหนูรองจั่วไพ่ได้เจ้าค่ะ”
โจวเสาจิ่นยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่
ตามที่ทุกคนกล่าวมานั้น นางจั่วไพ่ห้าสั่วที่มีอยู่ใบเดียวได้
เฉิงฉือรู้ได้อย่างไรว่าหลังจากที่นางกินไพ่ของสือมามาแล้วจะชนะอย่างแน่นอน
นางเหลือบมองเฉิงฉือแวบหนึ่ง
เฉิงฉือไม่สนใจแต่อย่างใด
โจวเสาจิ่นก้มหน้าลงแล้วล้างไพ่
ปี้อวี้เม้มปากกลั้นยิ้ม พลางสะกิดนางว่า “คุณหนูรอง เป็นเจ้ามือของสื่อมามาเจ้าค่ะ”
ดวงหน้าโจวเสาจิ่นขึ้นสีแดงเรื่อ
สื่อมามายิ้มพลางหยอกเย้านางว่า “คุณหนูรองทำอย่างนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ! เล่นไพ่แพ้ติดต่อกันสี่รอบแล้ว ท่านยังจะแย่งตำแหน่งเจ้ามือของข้าไปอีกหรือเจ้าคะ”
ฮูหยินผู้เฒ่ากัวและคนอื่นๆ ต่างหัวเราะร่วน
โจวเสาจิ่นหน้าแดงเถือกด้วยความขัดเขิน
พอเริ่มเล่นใหม่ เฉิงฉือยังคงคอยชี้แนะการเล่นไพ่ให้นางอยู่ข้างๆ
นางเป็นเจ้ามือติดต่อกันหกรอบอย่างเหลือเชื่อ ตอนที่เล่นรอบที่เจ็ด ไม่คาดคิดว่านางจะได้ไพ่ตองชุดใหญ่ติดๆ กัน
ฮูหยินผู้เฒ่ากัวอดกล่าวอย่างขุ่นเคืองไม่ได้ว่า “ชายสี่ หากว่าเจ้าไม่มีธุระใดๆ ไม่สู้มาเล่นไพ่กับพวกเราเสียให้รู้แล้วรู้รอด!”
ใบหน้าของโจวเสาจิ่นราวกับมีเพลิงแผดเผา รีบลุกขึ้นมากล่าวว่า “ท่านน้าฉือ ข้ายกให้ท่านเล่นก็แล้วกันเจ้าค่ะ!”
ปี้อวี้ก็ลุกขึ้นมาอย่างว่องไวเช่นเดียวกัน พลางกล่าวว่า “นายท่านสี่ บ่าวเล่นไพ่ไม่เก่งนัก ฮูหยินผู้เฒ่าว่ากล่าวบ่าวมาหลายครั้งแล้ว หากไม่ใช่เพราะขาดผู้เล่น ฮูหยินผู้เฒ่าคงจะไล่บ่าวออกไปเสียจากโต๊ะนานแล้ว ท่านนั่งลงแทนที่บ่าวเถิดเจ้าค่ะ! อีกอย่างเวลาบ่าวแพ้ฮูหยินผู้เฒ่าจะได้ไม่ต้องบ่นว่าบ่าวจ่ายเงินช้าเจ้าค่ะ”
ทุกคนได้ยินแล้วต่างก็หัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง
ทว่าเฉิงฉือกลับล้วงนาฬิกาพกออกมาดู พลางกล่าวว่า “ประเดี๋ยวข้ายังมีธุระ ข้าแค่มาที่นี่เพื่อฆ่าเวลากับพวกเจ้า พวกเจ้าอย่าได้สนใจข้าเลย”
เขากล่าวออกมาเช่นนี้ ทุกคนต่างก็ไม่อาจรบเร้าเขาต่อไปได้อีก จึงนั่งลงเล่นไพ่ใหม่อีกครั้ง
แต่คราวนี้เขาไม่ได้กล่าวอะไรอีก เพียงนั่งดูอยู่ข้างๆ อย่างสบายๆ
จิตใจของโจวเสาจิ่นกลับรู้สึกประหม่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน