ตอนที่ 207
ตอนที่ 207 ชมปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง
October 31, 2026
โจวเสาจิ่นไม่รู้จะกล่าวอะไรดี
สาเหตุที่ท่านน้าฉือเชื่อคำพูดของนาง ก็เพราะเข้าใจผิดคิดว่านางไปได้ยินบางอย่างมาจากที่ไหนสักแห่ง แต่นางไม่เคยได้รับการชี้นำจากผู้ใดมาจริงๆ นางคงไม่อาจสร้างตัวละครออกมาผู้หนึ่งหรอกกระมัง
“น่าจะไม่มีเจ้าค่ะ” นางพึมพำ ได้แต่กล่าวรับปากว่า “หากมีอะไรจริงๆ ข้าจะบอกท่านน้าฉืออย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
เฉิงฉือรู้สึกเคลือบแคลงสงสัยเล็กน้อย
ด้วยนิสัยของโจวเสาจิ่นแล้ว เกรงว่าหากไม่ทำให้นางจนมุม นางต้องไม่ยอมเปิดปากขอความช่วยเหลืออย่างแน่นอน
เขาไม่ได้กังวลว่าโจวเสาจิ่นจะไปได้ยินอะไรมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ที่เขากังวลคือจะมีใครตั้งใจให้โจวเสาจิ่นได้ยินอะไรมากกว่า
หากเป็นโจวเจิ้น เขาไม่มีทางทำร้ายบุตรสาวของตัวเองอย่างแน่นอน
แต่ถ้าเป็นผู้อื่น เจตนาของเขาผู้นั้นคืออะไรกันแน่
เฉิงฉือครุ่นคิด พลางกล่าว “คุณหนูจูของจวนเหลียงกั๋วกงยังติดต่อกับเจ้าบ่อยๆ อยู่หรือไม่”
“ก่อนเดินทางมาเมืองหังโจวข้ายังเขียนจดหมายไปให้นางหนึ่งฉบับ” โจวเสาจิ่นกล่าวตรงไปตรงมา “รับปากว่าจะเอาหวีสับกลับไปฝากนางสักสองสามอันเจ้าค่ะ”
“แล้วซื้อหวีสับแล้วหรือ”
“ซื้อแล้วเจ้าค่ะ” โจวเสาจิ่นกล่าว “ซื้อตอนไปตรอกชิงเหอในวันนั้น ซื้อมาสองชุด ชุดหนึ่งเป็นสรรพความงามแห่งสระน้ำ อีกชุดหนึ่งเป็นดอกไม้แห่งความสมบูรณ์พูนพร้อมเจ้าค่ะ”
สรรพความงามแห่งสระน้ำนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นลายนกเป็ดน้ำยวนยาง
ตอนนางกล่าวมีอาการขัดเขินเล็กน้อย
เฉิงฉือไม่ได้สังเกตเห็น พึมพำกล่าวว่า “รู้หรือไม่ว่าเหลียงกั๋วกงกลับจินหลิงเมื่อไร”
“ทราบเจ้าค่ะ” เรื่องนี้จูจูเคยเอ่ยถึงมาก่อน โจวเสาจิ่นกล่าว “เห็นบอกว่าจะเร่งกลับมาให้ทันก่อนเทศกาลเก้าคู่เจ้าค่ะ”
เช่นนั้นไม่น่าจะใช่จวนเหลียงกั๋วกง
เหลียงกั๋วกงกลับมาถึงจินหลิงตั้งแต่วันที่สิบเดือนแปด
ตอนที่จางจวิ้นหวาลาออกนั้นเหลียงกั๋วกงออกเดินทางแล้ว เขาไม่น่าจะได้รับข่าว
เฉิงฉือคิดถึงเรื่องที่ตนเคยรับปากโจวเสาจิ่นว่าจะไม่จี้ถามนาง จึงตัดสินใจเฝ้าดูความเป็นไปของเรื่องนี้อย่างเงียบๆ ไปก่อน
เขาลุกขึ้น พลางกล่าว “นี่ก็ดึกแล้ว เจ้าพักผ่อนเถิด! พรุ่งนี้ยังต้องไปดูปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงที่แม่น้ำเฉียนถังอีก”
โจวเสาจิ่นขานรับอย่างเชื่อฟัง ไปส่งเฉิงฉือออกประตู
เฉิงฉือเดินไปถึงปากประตู กลับหยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน พึมพำกล่าวว่า “หากคุณหนูใหญ่ตระกูลจูเชิญเจ้าไปเล่นที่บ้าน เจ้าอย่าลืมมาบอกข้าสักหน่อย”
โจวเสาจิ่นตอบอย่างเชื่อฟังว่า “เจ้าค่ะ”
เฉิงฉือยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว มองท่าทางเชื่อฟังของนางใต้แสงตะเกียง กล่าวขึ้นอย่างอดไม่ได้ว่า “เจ้าก็ดี ข้าพูดอะไรเจ้าก็เห็นดีเห็นงามหมด ไม่กลัวว่าจะถูกคนหลอกเอาได้”
โจวเสาจิ่นเม้มปากกลั้นยิ้ม กล่าวขึ้นว่า “ข้ารู้ว่าท่านน้าฉือหวังดีต่อข้าเจ้าค่ะ”
มั่นใจขนาดนั้นเชียว!
แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะหวังดีกับนางไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่
เฉิงฉือยกคิ้วขึ้น นัยน์ตามีแววหยันจางๆ วาบผ่าน
ท่านน้าฉือต้องคิดว่าตนกำลังทำตัวเกรงใจเขาอยู่เป็นแน่
โจวเสาจิ่นรีบกล่าว “ข้าทราบดี ท่านกลัวว่าหลังจากจื่อซื่อของเหลียงกั๋วกงกลับมาแล้วจะเอ่ยถึงเรื่องแต่งงานกับพี่สาวเจียขึ้นมาอีก แล้วข้าจะถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยโดยไม่รู้ตัว…”
เฉิงฉือใจกระตุก
นางรู้ว่าตนกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ!
ปกติเห็นนางมึนๆ งงๆ คิดไม่ถึงว่าในเวลาคับขันกลับไม่โง่เขลาเลยแม้แต่น้อย
แววตาของเขาเป็นประกายเล็กน้อย ถึงแม้บนใบหน้าจะยังแต้มยิ้ม แต่แววหยันนั้นกลับค่อยๆ จางหายไป สีหน้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสง่างาม
ทันใดนั้นโจวเสาจิ่นรับรู้ได้ว่าเฉิงฉือเปลี่ยนไป
ถึงแม้ยามปกติเขาจะอ่อนโยน เป็นสุภาพบุรุษ รอยยิ้มอบอุ่น สีหน้าสงบนิ่ง นิสัยสุภาพและใจกว้าง แต่นางมักจะรู้สึกว่าตนกับท่านน้าฉือยังมีระยะห่างที่นางมองไม่เห็นขวางกั้นอยู่ ประหนึ่งดวงดาราที่อยู่บนฟากฟ้า เจ้ามองเห็นมันส่องแสงระยิบระยับ เจ้ารู้ว่ามันสว่างและสุกใส แต่มันกลับอยู่ห่างไกลจากเจ้านับร้อยล้านล้านหลี่ เจ้าอยากเข้าใกล้มันแต่กลับค้นพบความจริงอันหดหู่ว่าเจ้าไม่มีทางรู้ได้เลยว่าที่ใดมีบันไดให้ปีนขึ้นไปได้บ้าง
แต่ท่านน้าฉือในเวลานี้ ดูจริงจัง เข้มงวด เคร่งขรึม เฉยชา กระทั่งแฝงความดูถูกเย้ยหยันโลกใบนี้อยู่ด้วยเล็กน้อย
นี่ต่างหากถึงจะเป็นท่านน้าฉือที่แท้จริงกระมัง
ไม่อย่างนั้นเขาจะเอาอะไรไปทำให้ฟางซินถงผู้ร่ำรวยจากเจียซิงวิ่งตามเขาได้ ไม่อย่างนั้นเขาจะเอาอะไรไปก่อตั้งร้านตั๋วแลกเงินอวี้ไท่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาจะเอาอะไรไปบุกลานประหารได้
เหมือนกับได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยรู้ที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านหมอกหนาหลายชั้นได้ชัดเจนแล้ว
จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ทำให้คนรู้สึกหวาดกลัวสักเท่าใด
โจวเสาจิ่นพลันรู้สึกวางใจลงได้ และรู้สึกมั่นใจขึ้นมา มองเฉิงฉืออีกครั้ง ลดความประหม่าลงได้หลายส่วน
นางกล่าวอธิบายว่า “องค์ฮ่องเต้ทรงมีพระประสงค์ให้ผู้ปกครองแคว้นและอ๋องที่ประจำที่ต่างๆ ไปเข้าเฝ้าที่เมือหลวง จวนเหลียงกั๋วกงปรารถนาให้ท่านร่วมทางไปด้วย เห็นได้ชัดว่าเหลียงกั๋วกงไม่ได้มีความสำคัญต่อองค์ฮ่องเต้นัก ตระกูลเฉิงเป็นตระกูลที่สืบทอดกันมากว่าร้อยปีของจินหลิง หากจวนเหลียงกั๋วกงดองกับตระกูลเฉิงได้ คนในแวดวงบัณฑิตส่วนใหญ่ย่อมเห็นแก่ตระกูลเฉิงที่ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างใจกว้างมาเสมอ ขอเพียงไม่มีคำตำหนิจากทางการมาถึงพวกเขา พวกเขาเพียงทำตัวต้อยต่ำเข้าไว้ ต่อให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น จวนเหลียงกั๋วกงย่อมไม่ได้รับผลกระทบก่อนอย่างแน่นอน…
…พี่สาวเจียจึงกลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับดองกันด้วยการแต่งงาน…
…แต่เรื่องนี้กลับไม่เป็นผลดีต่อตระกูลเฉิงเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่เพียงไม่มีผลดีเท่านั้น การดองกับจวนเหลียงกั๋วกงยังอาจเป็นเหตุให้คนบางกลุ่มในแวดวงบัณฑิตรู้สึกว่าตระกูลเฉิงประจบสอพลอ ไม่มีเกียรติภูมิของตระกูลบัณฑิต ทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเฉิงเสื่อมเสีย ตระกูลเฉิงย่อมไม่มีทางตอบรับอย่างแน่นอน…
…แต่จวนเหลียงกั๋วกงก็ไม่อาจยอมแพ้ไปเช่นนี้เช่นกัน…
…คราวก่อนซื่อจื่อของเหลียงกั๋วกงใช้ประโยชน์จากอาจูส่งของขวัญมาให้พวกข้า ใครจะรู้ว่าครั้งนี้เขาจะทำอะไรอีกบ้าง…
…อีกทั้งพี่สาวเจียเป็นคนของจวนสาม…
…ป้าใหญ่หลูปรารถนาจะหาตระกูลดีๆ ให้พี่สาวเจียมาโดยตลอด ถึงแม้สำหรับตระกูลเฉิงแล้ว เหลียงกั๋วกงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีอะไรนัก ทว่ามันช่วยส่งเสริมสถานะของพี่สาวเจียให้สูงขึ้นได้ ท่านป้าใหญ่หลูจึงมีท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างคลุมเครือ ไม่ชัดเจนนัก…