ตอนที่ 386
ตอนที่ 386 ย้ายบ้าน
October 31, 2026
โจวเสาจิ่นซุกใบหน้าอยู่ในผ้าห่มผืนนุ่ม น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ไม่นาน ผ้าห่มก็เปียกชื้นเป็นหนึ่งวงใหญ่ ทำให้ใบหน้าของนางเปียกชื้นไปหมด
นางย้ายไปมุมอื่น แล้วร้องไห้ต่อ
ชุนหว่านยืนอยู่ข้างๆ เตียงด้วยความสับสนมึนงงไปหมด โน้มตัวลงมาดูด้วยความกังวลทว่าไม่กล้าแสดงออก เอ่ยถามเสียงเบาว่า “คุณหนูรอง นี่ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ รู้สึกไม่สบายที่ตรงไหนหรือเปล่า อยากให้ข้าไปบอกต้ากูไหน่ไนสักคำ และเชิญท่านหมอมาสักคนหรือไม่…”
“ไม่ต้อง!” เสียงของโจวเสาจิ่นอ่อนแรงไม่ชัดเจน ทว่าน้ำเสียงรีบร้อนยิ่ง “ไม่อนุญาตให้บอกท่านพี่! หากเจ้าบอกท่านพี่ ข้าจะไม่สนใจเจ้าอีก”
เช่นนั้นนางจะทำอย่างไรดี
จะให้ทนมองคุณหนูรองนอนร้องไห้อย่างเจ็บปวดใจอยู่บนเตียงเช่นนี้เฉยๆ อย่างนั้นหรือ
ชุนหว่านจะเดินหน้าจะถอยหลังล้วนลำบาก ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วกล่าวเสียงนุ่มว่า “หรือไม่ ข้าจะใช้น้ำตาลกรวดต้มน้ำหลีจื่อมาให้คุณหนูรองสักหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ”
โดยปกติแล้วเมื่อร้องไห้เสร็จมักจะรู้สึกคอแห้งกันทั้งนั้น
โจวเสาจิ่นไม่ส่งเสียงใด
ชุนหว่านจึงถือว่านางตอบตกลงแล้ว จึงออกจากห้องชั้นในไปอย่างเบามือเบาเท้า
เสี่ยวถานและอีกหลายคนกำลังรออย่างกระวนกระวายอยู่หน้าประตู เมื่อเห็นนางปรากฏตัวออกมาก็เข้าไปรุมล้อมนาง กระซิบถามว่า “คุณหนูรองว่าอย่างไรบ้าง”
“ไม่ยอมพูดอะไรเลย” สีหน้าของชุนหว่านดูหนักอึ้งเล็กน้อยขณะส่ายหน้าไปมา กล่าวว่า “ตอนที่หมอหลวงเฉาตรวจชีพจรให้คุณหนูรองนั้น พวกเราล้วนออกไปข้างนอกกันทั้งหมด ภายในห้องมีเพียงหลี่มามาและหมอหลวงเฉาผู้นั้นเท่านั้น…ถ้าหากว่าไม่ได้การจริงๆ คงต้องไปถามหลี่มามาแล้วกระมัง”
จี๋เสียงที่อายุยังน้อยเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบายใจว่า “หรือว่าอาการป่วยของคุณหนู…”
“เจ้าอย่าได้พูดจาเลื่อนเปื้อนเชียว” ปี้เถาทำหน้าเคร่งเอ่ยตำหนินางเสียงเบา “ถ้าหากอาการป่วยของคุณหนูรักษาไม่ได้ นายท่านสี่ฉือและต้ากูไหน่ไนจะยังนั่งคุยกันอย่างใจเย็นอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร”
“แต่เหตุใดคุณหนูรองถึงร้องไห้อย่างแสนเสียใจขนาดนั้นด้วย” เสี่ยวถานขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยต่อว่า “หรือว่านายท่านสี่ฉือจะพูดอะไรบางอย่าง”
ชุนหว่านได้ยินแล้วก็เลิกคิ้วขึ้นทันที สั่งให้จี๋เสียงไปต้มน้ำหลีจื่อให้โจวเสาจิ่น ให้ปี้เถาไปเฝ้าที่หน้าประตู แล้วลากเสี่ยวถานไปที่เฉลียงทางเดิน กระซิบถามเสียงเบาว่า “เจ้าได้ยินอะไรมา”
พวกนางรออยู่ที่ห้องข้างเป็นเวลานานแต่ก็ไม่มีใครจากเรือนปีกเรียกพวกนางเข้าไปสักที
เวลานั้นเป็นเสี่ยวถานที่ชะโงกศีรษะเข้าไปเมียงมองความเคลื่อนไหว
เสี่ยวถานลังเลครู่หนึ่ง ถึงได้กดเสียงลงต่ำเอ่ยขึ้นว่า “เวลานั้นในลานบ้านเงียบเชียบไม่มีใครแม้แต่คนเดียว ข้าเหมือนกับจะได้ยินเสียงร้องไห้ของคุณหนูรอง…แต่ก็ร้องๆ หยุดๆ ข้าจึงได้ยินไม่ชัดเจนนัก…ส่วนเรื่องถัดจากนั้นเจ้าเองก็รู้หมดแล้วเช่นกัน กล่าวคือ พอพวกเราเข้าไปหลังจากที่นายท่านสี่เดินออกไป คุณหนูรองก็มีสภาพเช่นนั้นแล้ว!”
“ทำให้คนกังวลแทบตายจริงๆ เลย!” เรื่องของซ่งมู่ ชุนหว่านตัดสินใจว่าจะเก็บเอาไว้ในท้อง แน่นอนว่าไม่อาจเอ่ยถึงอยู่แล้ว แต่นอกจากเรื่องนี้แล้ว ชุนหว่านก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่ามีเรื่องอะไรที่ควรค่าให้โจวเสาจิ่นต้องร้องไห้ขนาดนี้ด้วย
นางได้แต่กล่าวขึ้นว่า “ช่างเถิด! ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็มีคนที่สูงกว่าแบกรับอยู่ด้านบน หากคุณหนูรองเป็นอะไรจริงๆ มิใช่ว่ายังมีนายท่านสี่ฉือและต้ากูไหน่ไนอยู่หรือ พวกเราสนใจเพียงเรื่องปรนนิบัติดูแลคุณหนูให้ดีก็พอ”
เสี่ยวถานกลับเอ่ยถามขึ้นว่า “ควรจะไปปรึกษาฝานมามาและซางมามาหรือไม่”
“ยังไม่ดีกว่า!” ชุนหว่านคิดว่าหากทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่แน่ว่าอาจจะทำให้ผู้อื่นสงสัยเรื่องของซ่งมู่ได้ “พวกนางล้วนเป็นมามามีอายุกันแล้ว หากพรุ่งนี้คุณหนูรองยังร้องไห้เช่นนี้อยู่อีก พวกเราค่อยไปหารือกับฝานมามาและซางมามาก็ยังไม่สาย มามาทั้งสองท่านจะได้ไม่รู้สึกว่าพวกเราไม่มีความอดทนด้วย”
เสี่ยวถานยังคงรู้สึกว่าควรจะบอกซางมามาสักคำ แต่ในเมื่อชุนหว่านแสดงออกว่าคัดค้านอย่างชัดเจน นางก็ไม่อาจรั้นต่อไปได้อีก
ตัดสินใจให้เป็นไปตามที่ชุนหว่านกล่าวมา รออีกสักหนึ่งวันแล้วค่อยว่ากันอีกที
บางทีคุณหนูรองอาจจะเพียงรู้สึกเสียใจชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นก็เป็นได้
ภายในห้องค่อยๆ เงียบสงบลงมา โจวเสาจิ่นเองก็ร้องไห้จนเหนื่อยแล้วเช่นกัน
ผ้าเช็ดหน้าในมือถูกนางขยำจนเป็นก้อน
ท่านน้าฉือ…ช่างน่ารังเกียจเกินไปแล้ว!
ทำกับนางเช่นนี้ได้อย่างไร!
บีบคั้นนางจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว
ยังพูดอะไรทำนองว่าให้นางเป็นเด็กดี อย่าคิดอะไรไร้สาระ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ยังมีเขาอยู่นั่นอีก…
นางไม่เชื่อเขาแล้ว!
โจวเสาจิ่นหน้าแดงก่ำ
ตอนเขาพูดขยับเข้ามาใกล้นางเสียขนาดนั้น ลมหายใจกวาดผ่านใบหูของนาง ทั้งร้อนและอุ่น คันยุบยิบอยู่ตรงบริเวณลำคอของนาง นางรู้สึกขนลุกขนชันไปหมดทว่าไม่กล้าขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว…
เหตุใดต้องทำให้นางได้พานพบกับเฉิงสวี่ด้วย
ทำไม?
หยาดน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด พาดตัวอยู่ข้างเตียงอาเจียนออกมา
“เสาจิ่น!” คนที่พุ่งตัวเข้ามาคือโจวชูจิ่นผู้เป็นพี่สาว นางกระวีกระวาดกอดน้องสาวเอาไว้ในอ้อมอก ตำหนิชุนหว่านและคนอื่นๆ เสียงดังลั่นว่า “คุณหนูรองเป็นถึงขั้นนี้แล้ว พวกเจ้ายังจะยืนทึ่มทื่ออยู่ตรงนั้นทำอะไรกัน ยังไม่รีบไปเชิญท่านหมอมาอีก…”
นางยังพูดไม่ทันจบก็ถูกน้องสาวคว้ามือเอาไว้แน่นเสียก่อน
“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” โจวเสาจิ่นเงยหน้าขึ้นมาด้วยใบหน้าขาวซีด ดวงตาทั้งบวมและแดงขณะเผยรอยยิ้มออกมารอยยิ้มหนึ่ง มองแล้วทำให้คนรู้สึกปวดแปลบใจยิ่ง “เมื่อครู่ร้องไห้จนสำลักเท่านั้น…”
โจวชูจิ่นไม่เชื่อ
นางไล่คนรับใช้ในห้องออกไป เอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าสงสัยว่า “เป็นเพราะคุณชายซ่งใช่หรือไม่”
“มิใช่เจ้าค่ะ!” โจวเสาจิ่นรีบกล่าว “ท่านพี่อย่าได้คาดเดาส่งเดช ไม่เกี่ยวกับคุณชายซ่งเจ้าค่ะ”
โจวชูจิ่นโกรธที่นางไม่คิดจะสู้เลย
โจวเสาจิ่นยิ้มขื่นอย่างไร้เรี่ยวแรง
ตำแหน่งแพะรับบาปนี้ คุณชายซ่งคงต้องแบกรับเอาไว้แล้ว!
อย่างไรเสียนางก็ทำผิดต่อคุณชายซ่งแล้ว คงได้แต่ต้องสร้างความยุ่งยากให้คุณชายซ่งต่อแล้ว
โจวเสาจิ่นกล่าวขึ้นว่า “ท่านพี่ ข้าอยากอาบน้ำเจ้าค่ะ!”
“เวลานี้น่ะหรือ” โจวชูจิ่นตะลึงงัน “นี่ก็ใกล้จะถึงเวลารับมื้อเย็นแล้ว…”