ตอนที่ 562
ตอนที่ 562 ดึงตัว
October 31, 2026
หลี่ซื่อซาบซึ้งใจในความเอาใจใส่ของฮูหยินผู้เฒ่ากัว กระซิบกล่าวกับโจวเสาจิ่นไม่หยุด ว่า “ฮูหยินผู้เฒ่าช่างแสนดีจริงๆ! เจ้าวาสนาดี ได้พบกับแม่สามีดีขนาดนี้!” “นั่นย่อมแน่นอนอยู่แล้วเจ้าค่ะ” ในข้อนี้ โจวเสาจิ่นไม่เคยถ่อมตัวเลย กล่าวยิ้มๆ ว่า “แม่ สามีของข้าไม่เพียงเป็นคนจิตใจกว้างขวาง ยังมีโลกทัศน์กว้างไกลอีกด้วย การปฏิบัติตัวต่อผู้อื่น และความประพฤติก็จัดอยู่ในลําดับบนสุด หลายปีนี้ข้าได้ติดตามอยู่ข้างกายนางก็ได้เรียนรู้อะไร ไปไม่น้อยทีเดียว” หลี่ซื่อพยักหน้าอย่างยิ้มแย้ม ถามโจวชูจิ่นว่า “พวกเจ้าจะกลับเจิ้นเจียงเมื่อใดหรือ พวก เราก็ควรจะฝากของขวัญไปด้วยสักชิ้นหนึ่งถึงจะถูก” วันที่สิบหกเดือนหก น้องสาวของเลี่ยวเส้าถังจะออกเรือน โจวชูจิ่นรอเสร็จจากพิธี ครบรอบขวบปีของอวิ้นเกอเอ๋อร์แล้วจะพากวนเกอและฮูหยินใหญ่เลี่ยวแม่สามีเดินทางกลับเจิ้น เจียงด้วยกัน โจวชูจิ่นกล่าวขอบคุณ กล่าวยิ้มๆ ว่า “แม่สามีกําหนดเรื่องงานแต่งเอาไว้ตั้งแต่ก่อนมาจิง เฉิงแล้ว เนื่องจากบุตรเขยอายุน้อยกว่าน้องสามีหนึ่งปี ดังนั้นตกลงกันแล้วว่ารอให้น้องสามีอายุ ครบสิบแปดปีแล้วค่อยแต่งเข้าไป สินเจ้าสาวก็ได้จัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว แต่ สองสามปีมานี้แม่สามีอาศัยอยู่ที่จิงเฉิงตลอด ญาติสนิทมิตรสหาย ลูกพี่ลูกน้องและภรรยา ยังมีผู้ อาวุโสในบ้านที่ต้องไปเยี่ยมเยียนอีกคนแล้วคนเล่าอีก ตามความคิดของแม่สามีข้าแล้ว วันที่ยี่สิบ หกเดือนสี่ก็ต้องออกเดินทางแล้ว เร่งกลับเจิ้นเจียงไปให้ทันฉลองวันที่สิบห้า” วันคล้ายวันเกิดของอวิ้นเกอเอ๋อร์คือวันที่ยี่สิบสี่เดือนสี่5209 หลี่ซื่อตะลึงงันเล็กน้อย กล่าวว่า “เช่นนั้นมิเท่ากับว่าวันที่สามหลังพิธีครบรอบขวบปีขอ งอวิ้นเกอเอ๋อร์ก็ออกเดินทางแล้วหรอกหรือ ข้ายังคิดว่าจะเดินทางกลับพร้อมพวกเจ้า” “นานๆ ทีโย่วจิ่นและจงจิ่นจะได้มาสักครั้งหนึ่ง ท่านก็อยู่ที่นี่ต่ออีกสักสองสามวันเถิด!” โจวชูจิ่นกล่าวยิ้มๆ “อย่างไรเสียเป่าติ้งก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่” หลี่ซื่อกล่าวยิ้มๆ ว่า “ผู้ใดจะรู้ว่าเจ้าจะออกเดินทางเร็วเพียงนี้! ถึงแม้ว่าข้าอยากจะร่วม ทางไปกับเจ้าก็ไม่ได้แล้ว ตอนมาบิดาของพวกเจ้ายํ้ากําชับข้าว่า ให้ข้าพาเด็กๆ ไปร่วมดื่มยินดีกับ นายท่านผู้เฒ่ารองก่อนค่อยกลับ” โจวชูจิ่นยิ้มพลางหันไปมองรอบๆ เห็นสาวใช้และแม่นมต่างห้อมล้อมอวิ้นเกอเอ๋อร์ กวน เกอ โย่วจิ่นและจงจิ่นเล่นกันอยู่ที่ลานด้านนอก ภายในห้องเงียบเชียบมีเพียงพวกนางสามสตรี เท่านั้น จึงกดเสียงลงตํ่าถามถึงฉางกูกูขึ้นมา “…ได้ยินว่าเขียนอักษรได้ดียิ่ง กูกูในวังหลวง ความรู้ ความสามารถล้วนเป็นเลิศกระมัง” “เรื่องนี้ข้าไม่รู้จริงๆ” โจวเสาจิ่นกล่าวยิ้มๆ “แต่ว่าเป็นคนอ่อนโยนยิ่ง น่าจะพูดคุยด้วยไม่ ยากเจ้าค่ะ” ขณะที่ทั้งสามคนกําลังคุยกันอยู่ โจวชูจิ่นเอามือทาบอก หัวคิ้วขมวดมุ่นน้อยๆ ท่าทางดู ทรมานเป็นอย่างมาก โจวเสาจิ่นรีบถามขึ้นว่า “นี่ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ” โจวชูจิ่นพึมพํากล่าวอย่างเขินอายว่า “ข้า ข้าตั้งครรภ์แล้ว…” “หา!” โจวเสาจิ่นและหลี่ซื่อร้องขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน หัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ อยู่ คนหนึ่งถามขึ้นว่า “กี่เดือนแล้ว ต้องการให้เชิญท่านหมอมาตรวจดูอีกครั้งหรือไม่ คํานวณวัน5210 แล้วก็น่าจะมีข่าวดีแล้ว” อีกคนหนึ่งกล่าวว่า “เรื่องใหญ่ขนาดนี้เหตุใดท่านพี่ไม่บอกข้าเลย หากรู้ เช่นนี้แต่เนิ่นๆ พวกเราน่าจะไปจัดงานเลี้ยงที่ศาลาริมนํ้า ทางด้านโน้นอากาศดีกว่า” โจวชูจิ่นหน้าแดงกล่าวขึ้นว่า “เพิ่งจะสามเดือน พี่เขยของเจ้าทั้งต้องเข้าร่วมการสอบขุน นางช่วงวสันตฤดูและเข้าร่วมการสอบคัดเลือกบัณฑิตซู่จี๋ซื่อ ข้าจึงมิได้ป่าวประกาศออกไป พวกเจ้าอย่าได้เป็นห่วง ข้าสบายดี” กล่าวอีกว่า “จะว่าไปแล้วก็แปลก ลูกคนนี้ราวกับกลัวว่าจะรบกวนบิดาของเขาก็ไม่ปาน ก่อนหน้านี้ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย จวบจนเรื่องของพี่เขยของเจ้าถูกกําหนดเรียบร้อยแล้ว ข้าถึงเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายขึ้นมา พี่เขยของเจ้าบอกว่า ลูกคนนี้เป็นคนรู้จักเห็นใจผู้อื่นคนหนึ่ง” กล่าวจบ นางเม้มปากหัวเราะขึ้นมา ดวงหน้าของนางเอิบอาบไปด้วยความสุขของคนเป็นแม่โจวเสาจิ่นดีใจแทนโจวชูจิ่นชาติก่อนไม่ง่ายเลยกว่าพี่สาวจะให้กําเนิดบุตรได้สักคนหนึ่ง ชาตินี้กลับมีโอกาสได้เป็นแม่คนอีกครั้งหนึ่งแล้วนางอดไม่ได้กอดแขนของพี่สาวเอาไว้พลางกล่าว “ยินดีกับท่านพี่ด้วยเจ้าค่ะ!”โจวชูจิ่นกล่าวขอบคุณเสียงอบอุ่นโจวเสาจิ่นรีบบอกให้เพิ่มอาหารผักสดเข้าไปในมื้อกลางวันอีกหลายอย่างกระทั่งถึงเวลารับประทานอาหารเที่ยง เฉิงฉือเองก็ทราบข่าวด้วยเช่นกันเขยทั้งสองคนจึงดื่มสุราด้วยกันไปหลายจอก ส่วนหลี่ซื่อและโจวเสาจิ่นสองพี่น้องพูดคุยเรื่องการเลี้ยงลูก เวลาจึงล่วงเลยผ่านไปท่ามกลางความครึกครื้นโจวเสาจิ่นและเฉิงฉือส่งแขกเสร็จ บอกกล่าวหลี่ซื่อครั้งหนึ่งแล้ว ทั้งสองคนก็ไปหาฮูหยินผู้เฒ่ากัว5211ฮูหยินผู้เฒ่ากัวกําลังเอกเขนกอยู่บนหมอนใบใหญ่อ่านพงศาวดารท้องถิ่นอยู่เห็นพวกเขาเข้ามาใบหน้าเผยรอยยิ้มหนึ่งออกมา ถามโจวเสาจิ่นว่าทุกคนเล่นกันสนุกสนานหรือไม่โจวเสาจิ่นจึงเล่าเรื่องที่หลี่ซื่อกล่าวชมฮูหยินผู้เฒ่ากัวให้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวฟังฮูหยินผู้เฒ่ากัวหัวเราะฮ่า รู้ว่าโจวเสาจิ่นกําลังหลอกล่อนางให้ดีใจ จึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจเท่าใดนัก นึกถึงคนตระกูลฉางที่พักอยู่ที่ซอยอวี๋เฉียนขึ้นมา ถามโจวเสาจิ่นว่า “พิธีครบรอบขวบปีของอวิ้นเกอเอ๋อร์ ส่งเทียบเชิญไปให้ทางโน้นหรือยัง”“ส่งแล้วเจ้าค่ะ” โจวเสาจิ่นกล่าวยิ้มๆ “ข้าไปส่งเทียบเชิญด้วยตัวเองเจ้าค่ะ”ฮูหยินผู้เฒ่ากัวร้อง “อืม” เสียงหนึ่งอย่างพึงพอใจ กําลังจะคุยรายละเอียดพิธีครบรอบขวบปีของอวิ้นเกอเอ๋อร์กับนาง ก็มีสาวใช้เด็กกล่าวรายงานมาจากนอกผ้าม่านว่า “คนของตําหนักองค์ชายสี่ส่งของขวัญมาแสดงความยินดี หมัวมัวข้างวรกายพระชายาปรารถนาจะเข้ามาคารวะฮูหยินผู้เฒ่ากับฮูหยินเจ้าค่ะ”หลังวันสรงนํ้าพระพุทธเจ้า ตําแหน่งตราตั้งของภรรยาขุนนางขั้นสี่ของโจวเสาจิ่นก็มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯลงมา ยังมีมารดาหรือไม่ก็ภรรยาของขุนนางอีกหลายท่านในเมืองหลวงได้รับแต่งตั้งพร้อมนางด้วย โจวเสาจิ่นเข้าวังไปแสดงความสํานึกในพระเมตตาพร้อมกับคนเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้ยังได้ทําความรู้จักชื่อแซ่ของกันและกัน ได้รู้จักภรรยาของขุนนางขั้นสี่หลายคนด้วยตั้งแต่ออกมาจากวังหลวง คนในบ้านก็เริ่มเปลี่ยนมาเรียกขานโจวเสาจิ่นว่า ‘ฟูเหริน’ แล้วฮูหยินผู้เฒ่ากัวได้ยินแล้วขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยกับโจวเสาจิ่นว่า “เจ้าเคยได้ยินเจ้าสี่พูดถึงบ้างหรือไม่ ระยะนี้องค์ชายสี่กับพวกเราใกล้ชิดกันยิ่งนัก!”5212โจวเสาจิ่นไม่อยากโกหกฮูหยินผู้เฒ่ากัว แต่ก็ไม่กล้าเล่าแผนการของเฉิงฉือให้นางฟัง จึงได้แต่กล่าวอย่างคลุมเครือไปว่า “เรื่องขององค์ชายสี่ล้วนเป็นสามีที่จัดการด้วยตัวเองมาโดยตลอด เหตุใดระยะนี้ตําหนักขององค์ชายสี่กับพวกเราถึงใกล้ชิดกันนั้นข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกันประเดี๋ยวสามีกลับมาแล้วข้าจะคุยกับสามีดูเจ้าค่ะ”ฮูหยินผู้เฒ่ากัวสั่งการให้สาวใช้เด็กผู้นั้นพาคนของตําหนักองค์ชายวี่เข้ามา จากนั้นเอ่ย