ตอนที่ 563
ตอนที่ 563 รองรับอารมณ์
October 31, 2026
แต่งภรรยาแต่งคุณธรรมความสามารถ รับอนุรับสีสัน สู่ขอภรรยาให้บุตรชาย แน่นอนว่านางต้องเลือกคนที่มีทั้งความสามารถและคุณธรรม ความดี จะเลือกคนที่ความงามได้อย่างไร หยวนซื่อรู้สึกว่านางไม่ผิดอะไร! นานกดความสับสนว้าวุ่นใจนั่นเก็บเอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจได้อย่างรวดเร็ว กล่าวกับ แม่นมที่ปรนนิบัติรับใช้นางว่า “ข้าป่วย ให้พวกเขาจัดเก็บสัมภาระกันเองก็แล้วกัน!” กรมขุนนางออกเอกสารมาให้อย่างเป็นทางการแล้ว เฉิงสวี่ต้องไปถึงที่ทําการก่อนวันที่ สิบเดือนหก พวกเขาตั้งใจจะดื่มยินดีให้เฉิงเซ่าก่อนแล้วค่อยไป เมื่อเป็นเช่นนี้คํานวณดูแล้ว ระหว่างทางต้องเดินทางกันอย่างเร่งรีบ ตระกูลหมิ่นได้ยินข่าวคราวแล้วประหลาดใจเป็นอย่าง มาก หมิ่นเจี้ยนสิงยังมาหาด้วยตัวเองครั้งหนึ่ง ปิดประตูคุยกับเฉิงสวี่อยู่ในห้องหนังสือกว่าครึ่ง ค่อนวัน เมื่อถึงวันออกเดินทางวันนั้น ยังต้องไปกล่าวลํ่าลาที่ตระกูลหมิ่นด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พาข้ารับใช้คนใดไปด้วยบ้าง ต้องจัดเตรียมผู้ช่วยส่วนตัวไปกี่คน จะเดินทางอย่างไร ผ่านที่ไหน บ้าง ต้องไปเยี่ยมเยียนสหายเก่าแก่คนใดบ้าง ต้องนําของฝากท้องถิ่นอะไรไปบ้าง…มีเรื่องราว ต้องจัดการมากมายนับไม่ถ้วน เฉิงสวี่และหมิ่นซื่อล้วนเป็นมือใหม่ เป็นช่วงเวลาที่ต้องการการ ชี้แนะจากพ่อสามีแม่สามี ทว่าหยวนซื่อกลับบอกว่านางป่ วย…นี่ นี่ช่างเสมือนกับการราดนํ้ามัน ลงในกองไฟจริงๆ! แม่นมของหยวนซื่ออยากกล่าวอะไรบางอย่างทว่าก็หยุดไป หยวนซื่อทําเพียงนอนหลับตาอยู่บนเตียง แม่นมของนางไม่กล้าพูดอะไร ถอนหายใจเบาๆ ครั้งหนึ่ง พลางถอยออกไป5218 หยวนซื่อจึงลืมตาขึ้น มิใช่ว่าเฉิงเจียซ่านรู้สึกว่าตนยุ่งเรื่องของเขาไปเสียทุกอย่าง เขารู้สึกอึดอัด ต้องการสลัด นางทิ้งหรอกหรือ ได้! เช่นนั้นนางก็จะไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ให้เขาไปลําบากด้วยตัวเอง ดูว่าเขายัง จะพูดว่าตนไปยุ่งเรื่องของเขามากไปอีกหรือไม่ หยวนซื่อคิด ยังคงรู้สึกขุ่นเคืองใจอยู่เล็กน้อย นางช่างเลี้ยงบุตรชายมาได้ดีจริงๆ โตแล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้ว กลับเรียนรู้จักการไม่เชื่อฟังนางแล้ว นางนึกถึงภาพของบุตรชายที่เชื่อฟังและรู้ความตอนเป็นเด็ก นับตั้งแต่เมื่อใดกันที่บุตรชายกลายเป็นเช่นนี้…นางนึกถึงท่าทางของเฉิงสวี่ที่มาขอให้นาง ช่วยสู่ขอโจวเสาจิ่นให้เขาด้วยอาการหน้าแดง…เริ่มตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา บุตรชายก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป ล้วนเป็นเพราะโจวเสาจิ่นผู้นั้น ล้วนเป็นนางที่ทําให้เจียซ่านเสียคน หากมิใช่เพราะโจวเสาจิ่น บุตรชายจะเดินมาถึงวันนี้ได้อย่างไร หยวนซื่อกัดฟันกรอดจนเกิดเสียงดังไม่หยุด อยากจะทําอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะลง มือจากตรงไหนดี ทั้งๆ ที่เฉิงฉือและฮูหยินผู้เฒ่ารู้เรื่องของเฉิงสวี่และโจวเสาจิ่นดี เฉิงฉือก็ยังจะแต่งงาน กับโจวเสาจิ่น ปกป้องโจวเสาจิ่นประหนึ่งเป็นสมบัติลํ้าค่าในฝ่ ามือ เกรงว่านางพูดอะไรก็ไม่มี ประโยชน์5219 คงได้แต่ต้องรอให้มีโอกาสในอนาคตแล้ว หยวนซื่อจึงหลับตาลงอีกครั้ง ตะโกนบอกให้สาวใช้ไปเชิญท่านหมอมา บอกว่านางไม่สบายหมิ่นซื่อได้ข่าวแล้วโกรธจนคล้ายจะหายใจไม่ออกรู้ว่าพวกเขาทางด้านนี้ยุ่งจนเท้าแทบจะไม่ได้อยู่ติดพื้นแม่สามีก็ยังจะแสร้งป่วยให้นางไปเฝ้าไข้…ตอนที่ยังไม่ได้แต่งเข้ามาได้ยินมารดาพูดถึงเรื่องราวของตระกูลเฉิง ตอนนั้นนางยังลอบดีใจที่แม่สามีเป็นบุตรสาวจากตระกูลขุนนางใหญ่ หลังบ้านก็ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องกังวลใจ นิสัยใจคอน่าจะเป็นคนไม่เลวเลยทีเดียวถึงจะถูก ตอนนี้ถึงได้รู้ว่าความจริงแล้วเป็นคนที่สร้างปัญหาวุ่นวายได้ถึงเพียงนี้แต่นางเป็นสะใภ้คนหนึ่งจะพูดอะไรได้ไม่เพียงพูดไม่ได้เท่านั้น ยังไม่อาจแสดงออกมาให้เห็นทางสีหน้าอีกด้วยนางมอบหมายงานในเรือนให้หมัวมัวข้างกาย เปลี่ยนอาภรณ์แล้วไปดูแลหยวนซื่อที่ห้องหยวนซื่อบอกเพียงว่ารู้สึกไม่สบายใจ ร่างกายไร้เรี่ยวแรง ให้หมิ่นซื่อนั่งอยู่ข้างเตียงช่วยอ่านพระธรรมให้นางฟังหมิ่นซื่อดูออกว่าหยวนซื่อต้องการสร้างความลําบากให้นางนางเองก็มิได้กินหญ้า นั่งอ่านพระธรรมให้หยวนซื่อฟังอยู่ตรงนั้นอย่างสงบ เชิญฮูหยินรองชิวซื่อมาช่วยนางจัดเก็บสัมภาระชิวซื่อไม่รู้ว่าหยวนซื่อแสร้งป่วย และเนื่องจากเมื่อก่อนหยวนซื่อไม่เคยแกล้งทํามาก่อน5220นางไม่ได้มาคนเดียว ยังพาเซี่ยซื่อมาช่วยด้วย ยังกําชับเซี่ยซื่อเสียงเบาว่า “เจ้าอายุยังน้อย เป็นสะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้ามาใหม่ มีโอกาสไปช่วยพี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้า เจ้าก็คิดเสียว่าเป็นการช่วยเหลือพี่สาวน้องสาวที่บ้านเดิม ยังได้เรียนรู้อะไรบ้างอีกด้วย รออีกสักระยะหนึ่ง รอให้เจ้าปรับตัวได้แล้ว จะค่อยๆ มอบหมายเรื่องในบ้านของพวกเราให้เจ้าเป็นคนดูแล ข้าเองก็จะได้เพลิดเพลินกับความสุขของคนเป็นแม่สามีแล้ว!”เป็นคําพูดที่กล่าวจนเซี่ยซื่อหน้าแดงกํ่าไปหมดหยวนซื่อกลับโกรธจนมุมปากสั่นระริก เรียกชิวซื่อมาพูดคุยด้วย “เจ้าเป็นอาสะใภ้คนหนึ่งยังมีอาเป่ากับอาเหรินให้ต้องดูแลอีก มาช่วยหลานชายหลานสะใภ้จัดเก็บข้าวของ นี่นับเป็นเรื่องอะไรไปแล้ว จะดีร้ายเจ้าก็เป็นฮูหยินตราตั้งของขุนนางยศขั้นสามผู้หนึ่ง แล้วก็มิใช่ป้ารับใช้หรือหมัวมัวของบ้านไหน พอเรียกเจ้าเจ้าก็มาเลยหรือ!”ชิวซื่อกล่าวยิ้มๆ ว่า “ก็ไม่ใช่คนอื่นที่ไหน เป็นหลานสะใภ้คนโตของข้าต้องการให้ข้าช่วยเหลือ” ยังกล่าวกับหยวนซื่อยิ้มๆ อย่างไม่ใส่ใจนักว่า “หากท่านรู้สึกว่าไม่เหมาะสมจริงๆ ก็รีบหายดีเสีย เช่นนี้ข้าก็จะได้เหนื่อยน้อยลงสักหน่อย!”หยวนซื่อโกรธจนเหลือจะกล่าว โกรธจนเบิกดวงตากว้างไม่หยุด มองหมิ่นเจียแล้วก็ให้รู้สึกขวางหูขวางตา สั่งให้นางไปชงนํ้าชาเข้ามาหมิ่นเจียรับคํา “เจ้าค่ะ” อย่างนอบน้อม เซี่ยซื่อที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบเอ่ยขึ้นว่า “ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ช่วงนี้พี่สะใภ้ใหญ่ดูแลท่านจนคนผอมซูบลงไปไม่น้อย ข้าไปเป็นลูกมือช่วยพี่สะใภ้ใหญ่ดีกว่าเจ้าค่ะ!” กล่าวโดยที่มิได้คิดว่าหยวนซื่อจงใจสร้างความลําบากให้หมิ่นเจีย ยังคิดว่านี่ตนกําลังช่วยเหลือพวกนางอยู่ คล้องแขนหมิ่นเจียถอยออกไปอย่างยิ้มแย้มหยวนซื่อเกือบจะกลอกตามองบนไปแล้ว5221ชิวซื่อไม่ฉลาด สู่ขอสะใภ้ผู้หนึ่งมาก็ไม่ฉลาด คนโง่เขลาสองคนมาเจอกัน ว่าพวกนางไปล้วนเสียแรงจริงๆหยวนซื่อจึงตามนํ้าไปกับชิวซื่อ เปลี่ยนวิธีสร้างปัญหาให้หมิ่นเจียทุกวันหมิ่นเจียคิดว่าอย่างมากที่สุดตนก็ทนอีกยี่สิบกว่าวันนางก็ต้องตามเฉิงสวี่ไปประจําการ