ตอนที่ 564
ตอนที่ 564 ถ้าหาก
October 31, 2026
ฉางซื่อออกเรือน เชิญนางมาช่วยงาน ฮูหยินเผิงเฉิงที่กําลังเต็มตื้นไปด้วยความยินดี ไหน เลยจะสังเกตเห็นสีหน้าของหยวนซื่อ หมุนกายมาเห็นหยวนซื่อ กล่าวทักทายนางเสียงดังด้วย รอยยิ้มว่า “ไอโหยว! ฮูหยินหยวนมาแล้ว! มิใช่บอกว่าเจ้าป่วยอยู่หรือ ดีขึ้นหรือยัง ช่วงนี้ข้ายุ่งอยู่ กับการช่วยตระกูลฉางเรื่องออกเรือนของฉางกูกู จึงไม่มีเวลาว่างไปเยี่ยมเจ้า เดิมคิดว่ารออีกสอง สามวันให้เสร็จเรื่องยุ่งๆ แล้วค่อยว่ากัน ไม่คิดว่าจะได้พบเจ้าที่นี่ ดูสีหน้าเจ้าไม่เลวนัก สุขภาพ น่าจะดีขึ้นมากแล้วกระมัง” เมื่อก่อนเฉิงเซ่าอาศัยอยู่ที่ซอยซิ่งหลินกับพวกหยวนซื่อมาโดยตลอด ต่อมาเฉิงเซ่ามี หลานชายแล้วถึงได้ย้ายออกมา เวลานั้นหยวนซื่อมาช่วยจัดบ้านด้วย เวลานี้ลานบ้านที่ใช้เป็นเรือนหอมิใช่ลานหลักของซอยซวงอวี๋ แต่เป็นลานบ้านด้านข้างที่ อยู่ทิศตะวันออกของเรือนหลัก เรือนหลักไม่เล็กไม่ใหญ่ขนาดสามห้อง ทิศตะวันออกเป็นเรือนปีกขนาดสามห้อง ด้านหลังเป็นห้องสํารองสองห้อง ด้านหลังของเรือนปีกตะวันออกปลูกต้นตั๊กแตนเก่าแก่ไว้แถว หนึ่ง กําแพงทางทิศตะวันตกเป็นภูเขาจําลองก่อขึ้นมาจากหินทะเลสาบไท่หูสองชิ้น ปลูกต้น กล้วยเอาไว้หนึ่งกอ ต้นไผ่เขียวหนึ่งกอ ข้างๆ ชุดโต๊ะเก้าอี้หินใต้ซุ้มองุ่นตรงกลางลานเป็นอ่างเลี้ยง ปลาขนาดใหญ่หนึ่งอ่าง วาดลายดอกกล้วยไม้ไว้สองสามต้น เสาบ้านและช่องหน้าต่างล้วนลง นํ้ามันเคลือบสีใหม่ แปะกระดาษสีขาวใหม่เอี่ยม เรือนทั้งหลังดูมีชีวิตชีวา สดชื่นน่าอยู่ยิ่งนัก หยวนซื่อมองแล้วรู้สึกขุ่นเคืองใจอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกว่าบุรุษใต้โลกหล้านี้โดยมากล้วน ไม่มั่นคงในรัก คิดถึงปีนั้น ความจริงแล้วอาสะใภ้รองผู้นั้นกับเฉิงเซ่าก็นับว่าเป็นคู่ที่รักใคร่กลม เกลียวกัน แต่เพียงไม่กี่ปี เฉิงเซ่ากลับจะแต่งภรรยาใหม่แล้ว ยังปรับปรุงบ้านใหม่ เป็นเจ้าบ่าวคน ใหม่อย่างยินดีมีความสุขอีกด้วย5227 นางอดไม่ได้ถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งอย่างผิดหวัง ถามฮูหยินเผิงเฉิงว่า “ท่านมาอยู่ ที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ” ตามหลักแล้ว ฮูหยินเผิงเฉิงที่เป็นภรรยาหม้ายผู้หนึ่ง อย่างไรก็ไม่ควรมาอยู่ที่เรือนหอ นี่มิ เท่ากับต้องการทําลายวาสนาของเฉิงเซ่าหรอกหรือ ฮูหยินเผิงเฉิงหัวเราะร่า กล่าวว่า “ข้ามาดูสักหน่อยเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปในเรือนๆ” ถึงแม้ว่าฉางซื่อจะมิได้ยอมรับนางเป็นแม่บุญธรรม แต่น้องชายของฉางซื่อกลับยอมรับ นางเป็นแม่บุญธรรมแล้ว นางเองจึงนับได้ว่าเป็นญาติของฉางซื่อแล้ว ผู้เปี่ยมไปด้วยพรทุก ประการที่ตระกูลฉางเชิญมาคือหลานสาวจากบ้านเดิมของนาง พวกเขามาดูเรือนหอ นางจึงถือ โอกาสตามมาด้วย หยวนซื่อแสยะยิ้มเย็นอยู่ในใจ แต่ก็ไม่เอ่ยถึงเรื่องที่ฮูหยินเผิงเฉิงเสียมารยาท กล่าวเพียง ว่า “ไม่รู้ว่าอาสะใภ้คนใหม่จัดเตรียมสินเจ้าสาวอะไรบ้าง” ฮูหยินเผิงเฉิงอยากจะพูดแต่ก็หยุดไป ฉางกูกูถวายการรับใช้อยู่ในวังหลวง เบี้ยรายเดือนยังต้องเอาไว้ใช้แสดงนํ้าใจต่อผู้อื่น จะ มีเงินในมือได้อย่างไร ตอนที่นายท่านผู้เฒ่าของตระกูลฉางมานั้นนําเงินแปดร้อยเหลี่ยงมาด้วย ซึ่งนั่นเป็นเงินก้นถุงของครอบครัวแล้ว นางจึงนําเงินห้าพันเหลี่ยงให้ฉางซื่อใช้เป็นสินเจ้าสาว อย่างลับๆ ผู้ใดจะรู้ว่าฉางซื่อกลับส่งคืนกลับมา รวมถึงไม่เอาเงินแปดร้อยเหลี่ยงของนายท่านผู้ เฒ่าตระกูลฉางนั่นด้วย ยังมอบเงินช่วยเหลือนายท่านผู้เฒ่าตระกูลฉางอีกสองร้อยเหลี่ยง บอก เป็นนัยว่า ฮูหยินผู้เฒ่ากัวนําเงินส่วนตัวจํานวนห้าพันเหลี่ยงมาช่วยจัดเตรียมสินเจ้าสาวให้นางให้นางได้มีหน้ามีตา5228ไม่ว่าจะกล่าวอย่างไร เนื่องจากเป็นเงินส่วนตัวของฮูหยินผู้เฒ่ากัว คนเป็นบุตรชายย่อมมีส่วนแบ่ง คนเป็นบุตรสะใภ้ก็ย่อมมีส่วนแบ่ง นางไม่เอ่ยถึงเรื่องยุ่งยากนี้จะดีกว่าฮูหยินเผิงเฉิงคิดถึงตรงนี้ พลันไร้ความสนใจจะโอภาปราศรัยกับหยวนซื่อแล้ว กล่าวขึ้นว่า “เจ้าไปพบแม่สามีของเจ้าหรือยัง เรือนหอหลังนี้ข้าเองก็เห็นแล้ว ประเดี๋ยวกลับไปก็มีเรื่องคุยกับฉางซื่อแล้ว ข้าไม่อยู่เกะกะพวกนางจัดของที่นี่แล้ว ข้าจะไปนั่งกับแม่สามีของเจ้าสักประเดี๋ยวไปคุยเรื่องสัพเพเหระในบ้านกับแม่สามีของเจ้าสักหน่อย”หยวนซื่อไม่คิดว่าเวลานี้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวจะอยู่ที่นี่ด้วยโจวเสาจิ่นและหมิ่นซื่อทําให้นางโมโหจนเลอะเลือนไปแล้วนางพึมพําอยู่ในใจ รีบกล่าวขึ้นว่า “เดิมทีข้าตั้งใจว่าจะไปคารวะแม่สามีของข้า แต่เห็นท่านอยู่ที่นี่ จึงมาคํานับท่านก่อน ข้าไปหาแม่สามีของข้าพร้อมกับท่านก็แล้วกันเจ้าค่ะ”ฮูหยินเผิงเฉิงเห็นนางไม่เพ่งเล็งเรื่องที่ตนอยู่ที่ลานตะวันออกนั่นอีก ก็ผ่อนคลายขึ้นมาอย่างยินดี จึงยิ่งไม่พูดอะไรแล้ว ทั้งสองคนไปที่ลานเล็กด้านหลังด้วยกันอย่างยิ้มแย้มอากาศค่อยๆ ร้อนขึ้นแล้ว อีกสองสามวันอวิ้นเกอเอ๋อร์ก็จะครบหนึ่งขวบปีแล้ว ทันใดนั้นก็ปล่อยมือเดินได้สองก้าวแล้วทุกคนในบ้านต่างห้อมล้อมอยู่ข้างกายเขา หลอกล่อให้เขาเดินเขาเองก็ชอบขยับไปมา ทุกวันขยับแขนขยับขาไปที่นั่นที่นี่ไม่หยุด เดินเหนื่อยแล้วก็คลานคลานเหนื่อยแล้วก็จับสิ่งของแล้วเดิน ในหนึ่งวันไม่รู้ว่าต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไปกี่ชุดบางครั้งฝานหลิวซื่ออดต่อว่าสาวใช้ในห้องอวิ้นเกอเอ๋อร์ไม่ได้ว่า “อย่าให้คุณชายใหญ่วิ่งไปทั่ว ให้คุณชายใหญ่เล่นอยู่บนผ้าที่ปูเอาไว้”5229ฮูหยินผู้เฒ่ากัวได้ยินแล้วกล่าวยิ้มๆ ว่า “เนื่องจากเจ้าเคยเลี้ยงคุณหนู เด็กหญิงกับเด็กชายนี้ไม่อาจเลี้ยงแบบเดียวกันได้ เด็กหญิงลํ้าค่า เดินไปไหนล้วนต้องประคบประหงมดุจไข่มุกประหนึ่งหยก เด็กชายนี้เกิดออกมาก็ต้องสืบทอดตระกูล หากตอนเป็นเด็กห่วงนั่นห่วงนี่ไม่ให้เขาได้ขยับเขยื้อน โตมาจะกล้าเดินทางไปข้างนอกหรือ ปล่อยเขาคลานไปเถอะ ก็แค่ต้องซักเสื้อผ้าหลายครั้งและตัดเย็บชุดเพิ่มสักหน่อยเท่านั้น เสื้อผ้าเด็กนี้ทํามากแล้วก็ยังเก็บเอาไว้ให้น้องชายของเขาสวมใส่ได้อีกมิใช่หรือ” กล่าวจบยังสั่งการข้ารับใช้ข้างกายอวิ้นเกอเอ๋อร์ว่า “เขาอยากดึงดอกไม้พวกเจ้าก็ปล่อยให้เขาดึงไป เขาอยากเล่นกับเสวี่ยฉิวพวกเจ้าก็ปล่อยให้เขาเล่นไป ขอเพียงจับตาดูอยู่ข้างๆ อย่าให้หกล้มหรือถูกกัดก็พอ เด็กชายนั้นไม่อาจควบคุมตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าได้”นางเอ่ยเช่นนี้แล้ว ผู้ใดจะกล้าพูดอะไรอีกเพียงแต่ว่าทําให้สาวใช้ในห้องของอวิ้นเกอเอ๋อร์ต้องลําบากแล้ว ทุกวันไม่รู้ว่าต้องซักเสื้อผ้ากี่ครั้งโจวเสาจิ่นเข้าใจและเห็นใจที่พวกนางต้องลําบาก นอกจากเพิ่มเงินให้ข้ารับใช้ในห้องของอวิ้นเกอเอ๋อร์เป็นการส่วนตัวเดือนละห้าร้อยเหวินแล้ว ยังส่งป้ารับใช้ร่างกํายําของตัวเองสองคนไปผลัดเปลี่ยนกับของอวิ้นเกอเอ๋อร์ ไปซักเสื้อผ้าให้เขาเป็นการเฉพาะอีกด้วยด้วยเรื่องนี้ ฮูหยินผู้เฒ่ากัวยังจงใจกล่าวชมโจวเสาจิ่นต่อหน้าเฉิงฉืออีกด้วย “…พวกเจ้าก่อร่างสร้างครอบครัวใหม่ ต่อไปบุตรหลานล้วนกระทําตามกฎระเบียบที่พวกเจ้าวางไว้ กฎเกณฑ์นี้จึงไม่อาจปล่อยให้ยุ่งเหยิงเละเทะเป็นอันขาด เสาจิ่นรู้จักนําเอาค่าใช้จ่ายของอวิ้นเกอเอ๋อร์ไป